Loading

เอกชนหวั่นยอดโอนวูบ2หมื่นหน่วย วอนรัฐลดภาษีแลกแบงก์ชาติคุมเข้ม

วันที่ : 21 ตุลาคม 2561
ตัวเลขโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยครึ่งปี 61 เติบโตทั้งจำนวนหน่วย-มูลค่าตลาด ขายจริง-โอนจริง ไม่หวั่นเกิดฟองสบู่ ห่วง มาตรการแบงก์ชาติ ส่อฉุดตลาด
          จัดสรรเชียงใหม่ชี้ปัญหา
          ตัวเลขโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยครึ่งปี 61 เติบโตทั้งจำนวนหน่วย-มูลค่าตลาด ขายจริง-โอนจริง ไม่หวั่นเกิดฟองสบู่ ห่วง มาตรการแบงก์ชาติ ส่อฉุดตลาด
          นายวโรดม ปิฏกานนท์ ประธานกรรมการโครงการบ้านจัดสรรเดอะพรอมิเน้นซ์ เปิดเผย "ฐานเศรษฐกิจ" ว่าโครงการบ้านจัดสรรเดอะพรอมิเน้นซ์ เป็น โครงการบ้านจัดสรร ในระดับราคาตั้งแต่ 4-10 ล้านบาท จากมาตรการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยจะออกมาคุมสินเชื่อ มีผลกระทบต่อการขายโครงการบ้านจัดสรรทั้งหมดเลย เพราะทำให้ผู้ซื้อต้องจ่ายเงินมากขึ้นทำให้การขายช้าลงมาก จากเดิมสถานการณ์ด้านอสังหาริมทรัพย์เชียงใหม่ปีนี้ไม่ดีเลย บ้านขายช้าลง ชะลอตัวอยู่แล้ว แต่ยังดีที่มีกำลังซื้อจากจีนเข้ามาช่วย ถ้าไม่มีจีนมาช่วยจะหนักมากกว่านี้ กำลังซื้อจะน้อยลงไปอีก ดังนั้นมีผลกระทบแน่นอนทำให้การขายยิ่งช้าลงไปอีก ส่วนทางออกของผู้ประกอบการ ต้องการมาตรการที่จะช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น ลดภาษีการโอนต่างๆ จะเร่งให้การขายดีขึ้นลูกค้าจะแห่จองกันเยอะกว่านี้ ผู้ประกอบการต้องการคือ ช่วยเหลือภาษีการโอน ลดภาษีการโอน มาตรการนี้เป็นมาตรการทางบวก
          นายวิชัย วิรัตกพันธ์ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการสายงานกลยุทธ์ 2 ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยถึงภาวะตลาดที่อยู่อาศัย ปี 2561 ต่อเนื่องปี 2562 ว่าจากการเก็บรวบรวมข้อมูลตัวเลขการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยของทั้งประเทศในช่วงครึ่งปีแรก มีการเติบโตเพิ่มขึ้น 26% ในแง่ของจำนวนหน่วย เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560 เช่นเดียวกับมูลค่าการโอนรวมทั้งหมด เติบโตขึ้นถึง 30% ขณะที่ตลาดหลักอย่างกรุงเทพฯ-ปริมณฑลนั้น ตลาดขยายตัวอย่างมาก มีหน่วยการโอนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยทั้งประเทศอยู่ที่ 33% และมีมูลค่าเติบโตอยู่ที่ 39.9% ส่วนตลาดต่างจังหวัด พบเริ่มฟื้นตัวดีต่อเนื่อง โดยเฉพาะในจังหวัดหัวเมืองใหญ่ เช่น เชียงใหม่ นครราชสีมา ขอนแก่น และภูเก็ต เริ่มมีตัวเลขไต่ขึ้นมาใกล้เคียงหรือเติบโตขึ้นเล็กน้อยจากปีก่อน ซึ่งตัวเลขทั้งหมด สามารถใช้การันตีได้ว่าภาคอสังหาริมทรัพย์มีการขยายตัวอย่างมาก และที่สำคัญคือมีการขายและการโอนเกิดขึ้นจริง ไม่ได้ร้อนแรงแค่ยอดขายและไม่มีการโอนตามมาอย่างที่บางฝ่ายกังวล พร้อมมองว่าภาวะตลาดจะมีการเติบโตเช่นนี้ต่อเนื่องไปจนถึงสิ้นปีและข้ามไปยังปี 2562 หากไม่มีปัจจัยอื่นใดมากระทบ แต่อย่างไรก็ตามในทุกๆ ปี ตลาดที่อยู่อาศัย มักต้องเผชิญกับทั้งโอกาสและความเสี่ยงอื่นๆ มาเกี่ยวข้องเสมอ เช่นเดียวกับที่ล่าสุด ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กำลังพิจารณาออกมาตรการ มาควบคุมการปล่อยสินเชื่อที่อยู่อาศัยให้สถาบันการเงินปฏิบัติตามในช่วงเดือนมกราคม 2562 ซึ่งจะเน้นเข้มงวดกับกลุ่มบ้านหลังที่ 2 และบ้านราคาแพง โดยตนเองมองว่า จะเป็นปัจจัยลบที่ส่งผลให้จำนวนหน่วยในตลาดหายไปถึงประมาณ 5% และกระทบมูลค่ารวมของตลาดประมาณ 4% ซึ่งหาก ธปท. ยังคงหลักการและเงื่อนไขเวลาตามเดิม แม้ผู้ประกอบการได้สะท้อนผลกระทบไปแล้ว ก็คาดว่า จะทำให้หน่วยที่จะมีการโอนต่อเนื่องปี 2561-2562 หายไปประมาณ 2-3 หมื่นหน่วย เพราะการควบคุมบ้านหลังที่ 2 ที่ขณะนี้กลายเป็นพฤติกรรมหลักของผู้ซื้อคนเมืองไปแล้วนั้น ทำให้ยอดขายลดลง ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการก็ปรับตัวเปิดโครงการใหม่น้อยลง
          "ในแต่ละปี แค่ในตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล พบจะมีหน่วยเปิดขายอยู่ในตลาดทั้งสิ้น 1.9 หมื่น -2 แสนหน่วย แบ่งเป็นหน่วยเปิดใหม่เฉลี่ย 4-5 หมื่นหน่วย แต่ปีนี้ตลาดดีมาก อาจสูงถึง 6-7 หมื่นหน่วย แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่มีมาตรการของแบงก์ชาติออกมาในกรณีที่เลวร้ายสุด ผู้ประกอบการคงพิจารณาในการเปิดโครงการใหม่ออกไป ตัวเลขดูดซับเดิมของแต่ละทำเล อาจใช้อ้างอิงไม่ได้เหมือนเก่า สิ่งที่น่ากังวล คือ อาจทำให้หน่วยเปิดใหม่หายจากตลาด 2 หมื่นหน่วย เหลือประมาณการแค่ไม่เกิน 4.6 หมื่นหน่วยเท่านั้น ซึ่งจะฉุดการเติบโตของตลาดแน่นอน"
 
ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ