Loading

กลุ่มนิคมฯคึกรับลงทุน

วันที่ : 29 ตุลาคม 2561
กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเปิดพอร์ตที่ดิน พร้อมรองรับทุนนอกไหลเข้า สวนอุตสาหกรรมโรจนะ รอโอน 400-500 ไร่ ดับบลิวเอชเอลุ้นปิดดีล 2,000 ไร่
          กลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเปิดพอร์ตที่ดิน พร้อมรองรับทุนนอกไหลเข้า สวนอุตสาหกรรมโรจนะ รอโอน 400-500 ไร่ ดับบลิวเอชเอลุ้นปิดดีล 2,000 ไร่
          น.ส.อมรา เจริญกิจวัฒนกุล กรรมการอิสระ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ (ROJNA) เปิดเผยถึงกรณีการย้ายฐานการผลิตเข้ามาในประเทศไทยของกลุ่มทุนจีนเพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจากสงครามการค้าระหว่างจีนและสหรัฐ ว่า เงินทุนจากจีนได้ไหลเข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่องมานานกว่า 3-4 ปีมาแล้ว ซึ่งเป็นการลงทุนตามแผนของจีนที่ได้ขยายออกมาลงทุนในอาเซียนที่เป็นพื้นฐานการผลิตของจีน
          สำหรับการเข้ามาซื้อที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมในประเทศไทยของทุน ต่างชาติรวมถึงจีน อาจจะต้องรอและ จะเป็นในลักษณะค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งขณะนี้ถือว่ามีสัญญาณที่ดีมากและในส่วน ของบริษัทเองก็เตรียมพร้อมรับกับการลงทุนที่จะไหลเข้ามา เช่น การหาซื้อที่ดินเพื่อรองรับการลงทุนในอนาคต เพราะโครงการเขตเศรษฐกิจพิเศษภาค ตะวันออก (อีอีซี) จะส่งผลดีต่อการลงทุนของประเทศและจะส่งผลดีต่อกิจการของบริษัทด้วยในอนาคต
          น.ส.อมรา กล่าวว่า ขณะนี้บริษัท มีที่ดินที่ขายได้แล้วและรอโอนประมาณ 400-500 ไร่ และยังมีที่ดินในมือที่พร้อมพัฒนาเพื่อรองรับการลงทุนแต่ก็ยอมรับว่าการหาซื้อที่ดินเพิ่มไม่ใช่เรื่องง่าย และมีต้นทุนที่สูงขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ล่าสุดบริษัทได้ร่วมกับพันธมิตรในการเข้าประมูลที่ดินขนาด 4,300 ไร่ จากบริษัท เอคิว เอสเตท ซึ่งถือว่าเป็นที่ดินผืนสวยและต้นทุนรับได้ โดยบริษัทจะใช้ความชำนาญในเรื่องของการพัฒนาพื้นที่ นิคมอุตสาหกรรมในการเข้าไปพัฒนาพื้นที่ดังกล่าวต่อไป
          ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน กล่าวว่า การชนะประมูลที่ดินของบริษัท เอคิว เอสเตท จะทำให้โรจนะมีที่ดินในพอร์ตเพิ่มขึ้นเป็น 6,300 ไร่ จากปัจจุบันที่มีจำนวน 5,200 ไร่ ซึ่งจะทำให้มีที่ดินรองรับการลงทุนที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและจะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับกิจการ ดังนั้นแนะนำทยอยสะสมหุ้นกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมเพราะจะได้รับอานิสงส์จากการเร่งลงทุนของรัฐในโครงการเชื่อม 3 สนามบิน ท่าเรือ เป็นต้น
          น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาขายที่ดินกับลูกค้ารายใหญ่อีกประมาณ 4-5 ราย รายละ 300-400 ไร่ หรือคิดเป็นจำนวนรวมประมาณ 2,000 ไร่ หากสามารถเซ็นสัญญาได้ทันภายในปีนี้ก็จะส่งผลทำให้ยอดขายที่ดินเติบโตเกินเป้าหมาย จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ว่าจะมียอดขายที่ดินในปีนี้ 1,400 ไร่
          ทั้งนี้ หากบริษัทเซ็นสัญญาขายที่ดินได้ภายในปีนี้ จะทำให้รายได้ปี 2561 มีโอกาสเติบโตเกินเป้าหมายที่วางไว้ที่ 20% จากปีก่อนที่มีรายได้รวม 1.24 หมื่นล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันที่มียอดขายรอโอน (แบ็กล็อก) ประมาณ 200-300 ไร่
 
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ