Loading

เอกชนผุดนิคมฯรับอีอีซี

วันที่ : 14 พฤศจิกายน 2561
น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น ผู้ประกอบธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 10 ภายใต้ชื่อ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 2,197 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับนโยบายโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อส่งเสริมพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ รวมถึงลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ที่ภาครัฐให้การสนับสนุน ได้แก่ อุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่
          น.ส.จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บมจ.ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น ผู้ประกอบธุรกิจนิคมอุตสาหกรรมครบวงจร เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเปิดนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 10 ภายใต้ชื่อ นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 3 จังหวัดชลบุรี บนพื้นที่กว่า 2,197 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่รองรับนโยบายโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อส่งเสริมพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ รวมถึงลูกค้าอุตสาหกรรมใหม่ที่ภาครัฐให้การสนับสนุน ได้แก่ อุตสาหกรรมการบิน และอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่
          สำหรับพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจาลูกค้ารายใหญ่ที่สนใจซื้อพื้นที่ในนิคมอุตสาหกรรม อีก 4-5 ราย รวมถึงผู้ประกอบการอื่น ๆ อีก 20 ราย คาดว่าจะสามารถสรุปได้ในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้า โดยช่วงไตรมาส 4 ของทุกปี บริษัทมีเตรียมแผนการขายทรัพย์สินของบริษัทเข้ากองทรัสต์ เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์และสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมี่ยม โกรท โดยได้รับอนุญาตจาก สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต) ในการเสนอขายหน่วยทรัสต์เพิ่มทุนครั้งที่ 3 คิดเป็นมูลค่าทรัพย์สิน 4,464.5 ล้านบาท พร้อมเปิดขายให้กับผู้ถือหน่วยเดิม และนักลงทุนทั่วไปช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือน พ.ย.นี้ และคาดว่าจะโอนทรัพย์สินแล้วเสร็จในช่วงต้นเดือน ธ.ค.นี้
          ขณะที่ผลการดำเนินงาน 9 เดือนปี 61 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วมและกิจการร่วมค้า 7,227 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบจากปีก่อนที่มีรายได้รวม และส่วนแบ่งกำไร ที่ 6,922 ล้านบาท ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,446 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 1,454 ล้านบาท  เติบโตกว่า 17% จากการรับรู้รายได้การขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เหมราชที่มีมูลค่าทรัพย์สิน 1,590 ล้านบาท รวมทั้งปริมาณการขายและให้บริการน้ำที่เพิ่มขึ้น ตามความต้องการใช้น้าของลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม เป็นต้น
          ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 61 บริษัทมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทร่วม และกิจการร่วมค้า 1,757 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรที่ 2,150 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 363 ล้านบาท.
 
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ