Loading

กม.ภาษีที่ดินถกยาว ลุ้นสนช.โหวตวาระ3

วันที่ : 16 พฤศจิกายน 2561
นายกบ้านจัดสรรค้านเครือข่ายยางบุกสภาโวยสร้างถนนล้มเหลว16จว.จี้ บิ๊กตู่ เร่งช่วย
          นายกบ้านจัดสรรค้านเครือข่ายยางบุกสภาโวยสร้างถนนล้มเหลว16จว.จี้ บิ๊กตู่ เร่งช่วย

          บีโอไอเล็งชง บิ๊กตู่ เคาะมาตรการจูงใจเที่ยวเมืองรอง  สมคิด มอบการบ้าน ตลท.ดันไทยศูนย์กลางตลาดทุนอาเซียน นายก ส.บ้านจัดสรรย้ำไม่เหมาะสม สร้างเหลื่อมล้ำ

          รมช.คลังแจงกม.ภาษีที่ดิน

          เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) นาย สุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ... โดยนายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง พ.ศ. ... ชี้แจงถึงสาระสำคัญของร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว ว่าเนื่องจากไม่มีการปรับมาเป็นเวลานาน และเพื่อให้อัตราการจัดเก็บภาษีควรเป็นแบบก้าวหน้า ไม่ใช่แบบถดถอยเหมือนในอดีต ไม่มีฐานภาษีซ้ำซ้อนกับภาษีเงินได้ จึงจำเป็นต้องปฏิรูปโครงสร้างระบบภาษีทรัพย์สินให้ทันสมัย เป็นสากล กระตุ้นให้เกิดการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บภาษีให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รวมทั้งช่วยให้ท้องถิ่นมีงบประมาณเพียงพอในการพัฒนาท้องถิ่นของตนเอง

          ชี้เกษตรกรส่วนใหญ่ภาษีลด

          นายวิสุทธิ์กล่าวอีกว่า เกษตรกรส่วนใหญ่จะมีภาระภาษีลดลงเมื่อเทียบกับภาระภาษีที่เสียในปัจจุบัน โดยใน 3 ปีแรกจะยกเว้นให้ แต่นิติบุคคลที่ทำเกษตรกรรมขนาดใหญ่จะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นกว่าที่เสียในปัจจุบัน และเก็บตั้งแต่ปีแรกเลย ส่วนผู้ที่มีรายได้น้อยและปานกลางที่อยู่อาศัยเพียงหลังเดียว และมีมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท จะไม่ต้องเสียภาษี แต่ผู้ที่เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยหลายหลังจะมีภาระภาษีเพิ่มสูงขึ้น และผู้ที่เช่าอยู่อาศัยระยะยาวซึ่งปัจจุบันเป็นผู้รับภาระภาษีทางอ้อมอาจจะได้รับประโยชน์จากภาษีที่ลดลง สำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมส่วนใหญ่จะมีภาระภาษีใกล้เคียงหรือลดลงจากที่เสียอยู่ในปัจจุบัน แต่ธุรกิจขนาดใหญ่ซึ่งมีทรัพย์สินมูลค่าสูง จะมีภาระภาษีสูงขึ้นจากอัตราภาษีก้าวหน้า นอกจากนี้ธุรกิจที่มีลักษณะเป็นบริการสาธารณะ เช่น สถานศึกษาเอกชน จะได้รับการบรรเทาภาระภาษี

          "สำหรับกลุ่มที่ดินรกร้างจะมีภาระภาษีเพิ่มขึ้นสูง เพื่อกระตุ้นให้เจ้าของที่ดินนำที่ดินดังกล่าวมาใช้ประโยชน์ ช่วยลดปัญหาการกักตุนที่ดินเพื่อเก็งกำไร และอาจทำให้ผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกินสามารถเข้าถึงที่ดินเพื่อใช้ประกอบอาชีพได้ อย่างไรก็ตาม อาจจะส่งผลกระทบให้ อปท.บางแห่งมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างลดลงบ้างเมื่อเทียบกับปัจจุบัน แต่เมื่อมูลค่าของทรัพย์สินที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพิ่มสูงขึ้นในอนาคต อปท.ก็จะมีทรัพย์สินที่เข้าสู่ฐานภาษีเพิ่มขึ้น และมีรายได้ภาษีเพิ่มขึ้นในอนาคต" นายวิสุทธิ์กล่าว

          สนช.เลื่อนลงมติ16พ.ย.

          จากนั้นที่ประชุม สนช.ได้อภิปรายจนครบ 94 มาตราแล้ว นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย ประธานที่ประชุม ได้แจ้งต่อที่ประชุม สนช.ว่า เนื่องจากการลงมติในวาระ 2 เป็นรายมาตรานั้นต้องใช้เวลามาก ดังนั้น จึงขอเลื่อนไปลงมติในวาระ 2 และ 3 ในวันที่ 16 พฤศจิกายนแทน พร้อมกับสั่งปิดการประชุมทันทีในเวลา 18.00 น.

          นายกบ้านจัดสรรย้ำไม่เหมาะสม

          นายอธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวถึงกรณีร่าง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่อยู่ในการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ว่าอัตราภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างที่ออกมา ทั้งเพดานการจัดเก็บ มูลค่าที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับการยกเว้นในอัตราปัจจุบันเป็นการลดแรงต่อต้านที่จะเกิดขึ้น อย่างไรก็ดี มองว่ารายละเอียดของกฎหมายยังไม่เหมาะสม หากบังคับใช้จะมีผลกระทบกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง อาทิ การยกเว้นเก็บภาษีบ้านที่มูลค่าต่ำกว่า 50 ล้านบาท หากเป็นคนรวยมีบ้านหนึ่งหลังราคา 20 ล้านบาท ไม่ต้องเสียภาษี แต่คนธรรมดาทั่วไปมีบ้านราคา 2 ล้าน และอาจจะมีคอนโดมิเนียมราคา 2 ล้านบาท ก็จะต้องเสียภาษี เป็นการสร้างความเหลื่อมล้ำให้เกิดขึ้น

          นายอธิปกล่าวว่า กรณีการจัดเก็บภาษีที่ดินรกร้างว่างเปล่า แม้จะทำให้ผู้ถือครองที่ดิน (แลนด์ลอร์ด) เกิดการนำที่ดินออกมาขายมากขึ้น หรือมีการใช้ประโยชน์จากที่ดินมากขึ้น เพื่อลดภาระภาษีแต่อาจจะทำให้เกิดซัพพลายเพิ่มขึ้นในบางธุรกิจ เช่น หากพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ก็จะทำให้มีซัพพลายเพิ่มขึ้นไม่สอดคล้องกับดีมานด์ หรือทำเกษตรกรรม อาจจะทำให้ราคาสินค้าเกษตรยิ่งตกต่ำลง เพราะผลผลิตที่ออกมามากเกินไป และมีการจะเป็นการแย่งใช้สาธารณูปโภคที่จำกัดอยู่แล้ว เช่น น้ำระบบชลประทาน ซึ่งจะยิ่งสร้างปัญหาตามมา ทั้งนี้ พื้นที่รกร้างว่างเปล่าเดิม อาจจะใช้เป็นพื้นที่รับน้ำท่วม แต่หากต่อไปนำมาทำประโยชน์เมื่อน้ำท่วม อาจจะสร้างความเสียหายรุนแรงได้ และยังกระทบระบบนิเวศที่รกร้างเคยเป็นที่อยู่ นก หนู ปู ปลา เมื่อถูกนำมาพัฒนาใช้ประโยชน์จะเห็นจากข่าวที่งูเข้าบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ

          แนะเก็บอัตราเดียวกันทุจริต

          "ที่ผ่านมาได้มีการทำข้อเสนอเพื่อให้ทางภาครัฐพิจารณาหลายครั้งแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการตอบรับ ที่เป็นห่วงคือ กรณีพาณิชยกรรม อุตสาหกรรมและธุรกิจใหญ่ เชื่อว่าปรับตัวและไม่มีผลกระทบ แต่เอสเอ็มอีอาจจะได้รับผลกระทบมาก เพราะแม้ว่าไม่ได้จ่ายภาษีการทำธุรกิจก็ยาก และยอดขายน้อยอยู่แล้ว จะเลื่อนบังคับใช้และมีการเก็บภาษีเป็นขั้นบันได แต่มองว่าเป็นมาตรการชั่วคราวเท่านั้นผล กระทบยังมีอยู่ และมองว่าการเก็บภาษีควรทำให้เข้าใจง่าย จัดเก็บอัตราเดียวป้องกันการทุจริต เพราะหากมีหลายอัตราอาจจะมีการเจรจาขอลด เงินจะเข้ากระเป๋าบางคน ไม่ได้เข้ากระเป๋ารัฐ" นายอธิปกล่าว

          หอ-สอท.ทั่วปท.สำรวจผลกระทบ

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้หอการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ขอให้สมาชิกภาคเอกชนในอุตสาหกรรมและธุรกิจต่างๆ ตรวจสอบและสำรวจผลดีผลเสียที่เกิดขึ้นจากการประกาศใช้กฎหมายที่ดินฯ ที่กำหนดบังคับใช้ต้นปี 2562 ว่าจะเกิดผลกระทบอย่างไร และมีผลต่อต้นทุน หรือโครงสร้างทางธุรกิจหรือไม่ รวมถึงผลกระทบต่อการลงทุนในโครงการใหม่ๆ ที่รัฐผลักดันตามเขตเศรษฐกิจพิเศษทั่วประเทศ

          ชง'บิ๊กตู่'เคาะมาตรการจูงใจเที่ยว

          แหล่งข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวถึงกรณีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่า บีโอไออยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดการส่งเสริมการลงทุนเพิ่มเติม และเตรียมเสนอให้คณะกรรมการ (บอร์ด) บีโอไอ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พิจารณาในวันที่ 19 พฤศจิกายน ว่าส่วนหนึ่งของมาตรการส่งเสริมการลงทุนใหม่ ที่น่าจะมีการอนุมัติในบอร์ดบีโอไอคือ มาตรการด้านการท่องเที่ยวที่นายสมคิดได้สั่งการให้บีโอไอจัดทำเกณฑ์ส่งเสริมที่ครอบคลุมมากขึ้น และเน้นกระตุ้นการท่องเที่ยวในเมืองรอง รวมทั้งโครงการไทยแลนด์ริเวียร่า หรือแนวทางพัฒนาการท่องเที่ยวในเขตพัฒนาการท่องเที่ยวฝั่งทะเลตะวันตก

          "องค์ประกอบสำคัญคือ ต้องมีกลไกชุมชนในการขับเคลื่อน ตลอดจนสนับสนุนให้เอกชนขนาดใหญ่เข้าไปลงทุน ยกระดับการท่องเที่ยวและชุมชนในพื้นที่ ส่วนสิทธิประโยชน์จะเป็นรูปแบบใดต้องรอที่ประชุมเคาะในขั้นสุดท้าย" แหล่งข่าวกล่าว

          ชาวจีนรอฟรีวีซ่าชะลอเที่ยวพ.ย.

          นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยภายหลังการประชุมส่งเสริมและสนับสนุนชุมชนท่องเที่ยว OTOP นวัตวิถี สู่ความยั่งยืนแบบบูรณาการ ร่วมกับกลุ่มท่องเที่ยวต่างๆ ว่า สถานการณ์นักท่องเที่ยวจีนยังหดตัวต่อเนื่องเกิน 20% ทำให้สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วง และมาตรการฟรีวีซ่า 21 ประเทศที่จะเริ่มต้นวันที่ 1 ธันวาคม 2561 ทำให้นักท่องเที่ยวจำนวนมากวางแผนและช่วงเวลาการเดินทางท่องเที่ยวไทยเป็นเดือนธันวาคมแทน เพื่อใช้สิทธิฟรีวีซ่า ทำให้นักท่องเที่ยวจีนเดือนพฤศจิกายนค่อนข้างเงียบเหงา จึงคาดหวังเดือนธันวาคมนี้ จำนวนนักท่องเที่ยวจีนเที่ยวไทยฟื้นตัวมากกว่าเดิม แต่ยังไม่อาจประเมินตัวเลขชัดเจนได้เพราะมีปัจจัยเกี่ยวเนื่องกับภาวะเศรษฐกิจโลก ผล กระทบจากสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐจีน กระทบต่อค่าเงินหยวน และปัจจัยอื่นๆ

          "เหมือนกับภาคการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศของไทย ถ้าเราบอกว่าเราจะลดราคาสินค้า แต่ภาวะเศรษฐกิจโลกยังไม่ดีขึ้น ลดยังไงเราก็ขายไม่ออก" นายพงษ์ภาณุกล่าว และว่า ที่จัดประชุมร่วมกับชุมชนด้านท่องเที่ยว เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบและภาคการบริการด้านการท่องเที่ยวเข้าใจความต้องการของนักท่องเที่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวกลุ่มที่เดินทางมาเองแบบครอบครัว (เอฟไอที) ทำให้ชุมชนมีรายได้เพิ่มขึ้น โดยมีการเปิดโอกาสให้ตัวแทนในภูมิภาคต่างๆ บอกกล่าวถึงสิ่งที่ภาครัฐได้ดำเนินการไปแล้ว และในอนาคตต้องการทำอย่างไรต่อไป รวมถึงต้องการความช่วยเหลืออย่างไร เพื่อนำสรุปไปหาทาง ช่วยเหลือต่อไป

          'สมคิด'มอบการบ้านตลท.

          ที่ศูนย์การค้าสยามพารากอน นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวในการเปิดงาน "มหกรรมการลงทุนแห่งปี Set in the City 2018" จัดโดยตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในตลาดทุน ว่า ภายใต้ลมพายุที่ก่อตัวขึ้น มีโอกาสสำหรับตลาดทุนไทย แต่ต้องเตรียมความพร้อมรับมือ เพิ่มการอำนวยความสะดวก ตลอดจนการปรับแก้กฎหมายที่เป็นอุปสรรค เพื่อดึงบริษัทแห่งอนาคตที่เป็นอุตสาหกรรมใหม่ๆ หรือนิวเอสเคิร์ฟเข้ามาร่วมทุน (จอยเวนเจอร์) หรือเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางตลาดทุนในอาเซียนหรือฮับของภูมิภาค นอกจากนี้ในช่วงปลายเดือนตุลาคมที่ผ่านมา จีนและญี่ปุ่นประชุมร่วมกันและได้ข้อสรุปว่าจะร่วมกันลงทุนในประเทศที่ 3 ซึ่งทางญี่ปุ่น ระบุว่าโครงการแรกที่จะลงทุน คือ เข้ามาลงทุนในอาเซียนหรือในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพราะฉะนั้นตลาดหลักทรัพย์จะต้องต้องเชื่อมโยงกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) สมาคมที่เกี่ยวข้องและกระทรวงการคลัง เพื่อให้ไทยเป็นศูนย์กลางอาเซียนที่แท้จริงของการลงทุนให้ได้

          "ในอนาคตเราจะเป็นศูนย์กลางอาเซียน อย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อเป็นฮับแคปปิตอลมาร์เก็ต แม้ว่าปัจจุบันขนาดของตลาดหลัก ทรัพย์ไทยอาจจะเล็กกว่าตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ แต่อาจตามทันได้ภายในไม่กี่ปี เนื่องจากปัจจุบันตลาดหลักทรัพย์ไทยเติบโต 10-20% ขณะที่ตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์โตเต็มที่อย่างเก่งก็ 10% จึงต้องเดินสายเพื่อเชื่อมโยงตลาดใหญ่ในภูมิภาคโดยเฉพาะฮ่องกงที่มีศักยภาพสูง รวมถึงการเชื่อมโยงกับตลาดหุ้นทั่วโลก หรือทำการดิจิไทซ์ให้ได้ภายในปีหน้า ทั้งเรื่องการซื้อขายผ่านระบบดิจิทัล การขยายฐานผู้เล่นหุ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ จากปัจจุบันที่มีนักลงทุนรายย่อยประมาณ 3 ล้านเท่านั้น ทำอย่างไรให้คนรุ่นใหม่สนใจเรื่องการลงทุนหรือเล่นหุ้นมากขึ้น การปรับกระบวนการซื้อขาย การตรวจสอบกำกับ การยืนยันตัวตน ตลอดจนการปรับปรุงกฎหมายติดขัด เพื่อให้ไทยเป็นฮับของอาเซียนให้ได้" นายสมคิดกล่าว

          ชี้จีน-ญี่ปุ่นเลือกไทยลุยปท.ที่3

          นายสมคิดกล่าวว่า ไทยเป็นศูนย์กลาง ซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม ไทย) และข้อตกลงด้านยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจอิรวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (แอคเมคส์) อยู่แล้ว จึงเสนอกับทาง 2 ประเทศยักษ์ใหญ่ คือ จีนกับญี่ปุ่น ไปว่าจะต้องมีมาสเตอร์แพลนร่วมกัน นอกจากนี้จะต้องพัฒนากองทุนโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งจะเห็นว่ากว่ากองทุนไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์จะสำเร็จต้องใช้เวลา 3 ปี นี่จึงเป็นโอกาสของประเทศไทย จากสัญญาณเรื่องการลงทุนในประเทศที่ 3 สำหรับเรื่องสงครามการค้าระหว่างสหรัฐกับประเทศต่างๆ มีนักวิชาการประเมินว่าสงครามการค้าไม่มีใครได้ประโยชน์ ผลกระทบดังกล่าว จีนจะต้องเสียเม็ดเงินอย่างน้อย 400,000 ล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่ญี่ปุ่นสูญเสียเม็ดเงินกว่า 100,000 ล้านเหรียญสหรัฐ

          นายสมคิดกล่าวว่า ส่วนกรณีการพิจารณาต่ออายุกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (แอลทีเอฟ) ขณะนี้ได้มอบหมายให้ทางกระทรวงการคลังพิจารณาใหม่ว่าจะต่ออายุกองทุนหรือไม่อย่างไร ซึ่งใจจริงไม่อยากให้ยกเลิก เพราะเป็นแหล่งที่ทำให้คนเข้าสู่การลงทุน และกองทุนในไทยที่มีขนาดใหญ่มีไม่กี่กองทุน สำหรับข้อเสนอของสภาธุรกิจตลาดทุนไทย (เฟทโก้) ที่เสนอจัดตั้งกองทุนใหม่ โดยเน้นลงทุนในกองทุนโครงสร้างพื้นฐานนั้น ได้มอบหมายให้กระทรวงการคลังพิจารณาเป็นพิเศษด้วยเช่นกัน ที่จะเน้นการลงทุนเพื่อการออมในระยะยาว อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้คงไม่ได้เร่งรีบ เนื่องจากแอลทีเอฟจะครบกำหนดการให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีในปี 2562

          'อาคม'ชูความพร้อมอีอีซีเชื่อมโลก

          นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวภายหลังปาฐกถาพิเศษ "โครงสร้างคมนาคมอีอีซีเชื่อมโลก Next Step Thailand : EEC" ที่โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ ว่า โครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ถือเป็นเกตเวย์ที่มีศักยภาพ เป็นประตูที่จะเชื่อมต่อไทยสู่โลก และโครงสร้างพื้นฐานคือส่วนสำคัญ ที่จะผลักดันให้อีอีซีสมบูรณ์แบบ เพราะการจะเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) จะต้องมีองค์ประกอบหลักโครงสร้างพื้นฐาน 4 ด้านใหญ่ด้วยกัน ได้แก่ 1.ท่าเรือน้ำลึก หรือสนามบิน 2.การเดินทางภายในต้องสะดวก 3.รถไฟเพื่อเชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่ง และ 4.มีการพัฒนาความสะดวกสบายด้วยทางถนน

          "ตอนนี้อีอีซีเราเพอร์เฟกต์มาก เพราะมีทั้งท่าเรือน้ำลึกและสนามบิน รวมทั้งเรายังมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานภายในโครงการ มีเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงการเดินทางภายนอก สนับสนุนการขนส่งสินค้า และกระทรวงก็ยังมีแผนพัฒนาโครงการทางถนนให้มากขึ้นเพื่อเพิ่มความสะดวกด้วย ดังนั้น ตอนนี้เรามีครบทุกอย่างแล้วในเงื่อนไข 4 เรื่อง เป็นเกตเวย์เชื่อมโยง แต่ปัญหาของเรา คือ เกตเวย์จะเชื่อมต่อกับใครได้บ้าง นั่นคือสิ่งที่กระทรวงคมนาคมจะต้องวางแผนเร่งพัฒนาต่อ" นายอาคมกล่าว

          นายอาคมกล่าวว่า เบื้องต้นทางกระทรวงอยู่ระหว่างพัฒนาโครงการขยายถนน 304 เชื่อมผืนป่าปักธงชัย-กบินทร์บุรี ซึ่งเหลือการพัฒนาในตอนสุดท้ายแล้ว หลังจากนี้จะทำให้การเดินทางเชื่อมโยงในเขตภาคตะวันออกสะดวกมากขึ้น และอนาคตจะมีการพัฒนาเส้นทางถนน หมายเลข 348 สายอรัญประเทศ โดยโครงการนี้จะเป็นแนวเส้นทางเลียบชายแดน สนับสนุนการขนส่งสินค้าข้ามจากลาวมา จ.ร้อยเอ็ด บุรีรัมย์ ปราจีนบุรี และเข้าสู่พื้นที่แหลมฉบัง เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)

          เปิดทีโออาร์ประมูลเมืองการบิน

          นายอาคมกล่าวอีกว่า ขณะที่โครงการพัฒนาสำคัญในอีอีซี ปัจจุบันเดินหน้าตามแผน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีการเปิดประมูลโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินแล้ว ได้แก่ ดอนเมือง สุวรรณภูมิ และอู่ตะเภา มูลค่า 2.2 แสนล้านบาท และอยู่ระหว่างตรวจสอบเอกสาร คาดว่าเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จะได้ตัวเอกชนและสามารถลงนามสัญญาได้ ส่วนอีกโครงการคือเมืองการบินภาคตะวันออก มูลค่ากว่า 200,000 ล้านบาท เตรียมประกาศขายซองเอกสาร (ทีโออาร์) ในวันที่ 16 พฤศจิกายนนี้ ขณะที่โครงการท่าเรือแหลมฉบัง เฟส 3 ปัจจุบันก็อยู่ระหว่างประกาศเชิญชวนเอกชนร่วมลงทุน

          ชาวสวนยางยื่นจ.ม.ร้องสนช.

          ที่รัฐสภา เครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางระดับประเทศ (กยท.) เข้ายื่น หนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ดนัย มีชูเวท ประธาน คณะกรรมาธิการ (กมธ.) เกษตรและสหกรณ์ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พร้อมนำจดหมายเปิดผนึกเรื่องถนนยางพาราดินซีเมนต์เพื่อให้ กมธ.พิจารณา เนื่องจากเกษตรกร ประสบปัญหาเรื่องราคายางตกต่ำเป็นอย่างมาก โดยนายสาย อิ่นคำ ในฐานะตัวแทน กยท. กล่าวว่า ปัญหาเรื่องถนนยางพาราดินซีเมนต์ในขณะนี้ เนื่องจากเกษตรกรประสบปัญหาเรื่องราคายางตกต่ำเป็นอย่างมาก และได้รับข้อมูลข่าวสารถนนยางพาราดินซีเมนต์ของมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ซึ่งเน้นใช้น้ำยางพาราสด ซึ่งจะทำให้เกษตรกรในพื้นที่ก่อสร้างได้รับประโยชน์และหากเกิดการใช้งานอย่างแพร่หลายจะเกิดประโยชน์มากกับเกษตรกร โดยตนได้พิจารณาระหว่างข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือกับข้อกำหนดของกรมทางหลวง

          ชี้ถนนยางพาราไร้ประโยชน์

          "จะเห็นว่าปัจจุบันข้อกำหนดกรมทาง หลวงที่หน่วยงานต่างๆ ยึดมาใช้งานจะเป็นการใช้งานน้ำยางพาราข้นเป็นหลัก ซึ่งเกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์จากนโยบายนี้เลย อีกทั้งยังได้รับข้อมูลจากผู้รับเหมาหลายรายในเรื่องวิธีการดำเนินการก่อสร้างและสูตรน้ำยางพาราผสมเสร็จ pre blend ว่า ไม่มีความชัดเจนและเสี่ยงที่จะทดสอบไม่ผ่านตามข้อกำหนดและเบิกเงินได้ช้าจากการกำหนดวิธีการทดสอบ ดังนั้นจากข้อมูลที่ได้รับมา ก็อยากขอร้องเรียนให้เร่งนำข้อกำหนดและราคากลางของมหาวิทยาลัยพระจอมเกล้าพระนครเหนือมาใช้ในการก่อสร้างถนนยางพาราดินซีเมนต์ เพื่อกระตุ้นน้ำยางพาราสดตามราคากลางของมหาวิทยาลัยที่ 65 บาทต่อกิโลกรัม ถ้าทำแบบนี้ได้เชื่อว่าเกษตรกรชาวสวนยางจะลืมตา อ้าปากได้" ตัวแทน กยท.กล่าว

          ด้าน พล.อ.ดนัยกล่าวว่า จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม กมธ.ในวันที่ 20 พฤศจิกายนนี้ โดยจะต้องหารือกับสมาชิกใน กมธ. เพราะเป็นประเด็นที่มีเรื่องเกี่ยวกับการผลักดันข้อมูลบัญชีจัดซื้อจัดจ้างเท่านั้น จึงเชื่อว่าทางออกของเรื่องนี้มีอยู่แล้ว

          ยาง16จว.ทำจ.ม.เปิดผนึก

          นายสุนทร รักษ์รงค์ นายกสมาคมเกษตรกร ชาวสวนยาง 16 จังหวัดภาคใต้และเลขาธิการสภาเครือข่ายเกษตรกรชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (สคยท.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซ บุ๊กส่วนตัว ระบุว่า จดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรี รัฐบาลหลับเพิ่งตื่นเรื่องแก้ปัญหาราคายางพารา ถ้าไม่มีเกษตรกรชาวสวนยางออกมาเคลื่อนไหว นักการเมืองออกมากระทุ้ง รัฐบาลและการยางแห่งประเทศไทย ก็คงไม่ทำอะไร ที่ผ่านมากลับปล่อยให้ราคายางตกต่ำไปกว่า 3 โลร้อย จนนายกรัฐมนตรีต้องสั่งการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์หามาตรการแก้ไขภายใน 7 วัน และสุดท้ายรัฐมนตรีว่าการก็ออกมายอมรับว่าไม่ต้องคิดมาตรการใหม่ เพราะมาตรการเดิมในการเร่งการใช้ยางในประเทศคือทางออก แต่กลไกรัฐที่ผ่านมาไม่ทำงานเพราะอะไร

          จดหมายระบุว่า เพราะการใช้น้ำยางสดมาทำถนนพารา ซอยล์ ซีเมนต์ ที่ถนน 1 กิโลเมตรสามารถใช้น้ำยางสดถึง 15 ตัน คิดเป็นน้ำหนักยางแห้งเกือบ 5 ตัน แต่ที่ผ่านมาติดขัดเรื่องการถูกกีดกันเรื่องสเปกและราคากลางจากข้าราชการที่รับใช้ยางมะตอย รัฐบาลต้องกำหนดราคากลางภายใน 3 วันตามที่รัฐมนตรีบอก จากนั้นให้รัฐบาลอนุมัติให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นใช้งบประมาณกลางเพื่อสนับสนุนให้ อบจ. อบต. เทศบาล ทำเอ็มโอยูกับการยางแห่งประเทศไทยจังหวัด และเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัด ในการจัดหาน้ำยางสดจากเกษตรกรเพื่อป้อนโครงการเอาน้ำยางสดไปทำถนน สมมุติ 7,000 ตำบล ทำถนนตำบลละ 10 กิโลเมตร คิดเป็นน้ำหนักยางแห้ง 350,000 ตัน

          มาตรการ 7 วันที่นายกรัฐมนตรีสั่งการ จะทำให้ราคายางสูงขึ้นมาได้ จึงมีวิธีเดียวเท่านั้น ก็คือเอาน้ำยางสดมาทำถนนพารา ซอยล์ ซีเมนต์ ซึ่งก่อนปี 2562 จะสามารถดูดซัพพลายยางได้ถึง 350,000 ตัน ขึ้นอยู่กับว่ารัฐบาลจะเลือกยืนอยู่ข้างเกษตรกรชาวสวนยางหรือนายทุนยางมะตอย

          ยางหาดใหญ่-เลยชุมนุม

          ที่โรงแรมสกายปาร์ค อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ตัวแทนชาวสวนยางพารา ในนามลูกคนกรีดยางจังหวัดสงขลา ร่วมกันยื่นข้อเรียกร้องถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นำเสนอปัญหาเรื่องความทุกข์ของคนกรีดยางเพื่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เร่งรัดแนวทางการให้ความช่วยเหลืออันเนื่องมาจากสถานการณ์ราคายางพาราที่ตกต่ำต่อเนื่อง ประกอบกับในระยะนี้เข้าสู่ช่วงฤดูฝนของภาคใต้ ทำให้ชาวสวนยางต้องงดกรีดยางพาราอย่างน้อย 3 เดือน ซึ่งในช่วงนี้ ชาวสวนยางพาราจะขาดรายได้ สร้างความเดือดร้อนอย่างหนัก

          ที่หน้าศาลากลางจังหวัดเลย มีกลุ่มผู้แทนเกษตรกรทำสวนยางพาราในเขตพื้นที่ จ.เลย กว่า 50 คน นำโดยกลุ่มคนรักษ์บ้านเกิด รวมตัวเพื่อยื่นข้อเสนอไปยังรัฐบาลแก้ไขปัญหาราคายางพาราเป็นภาพรวม ข้อเสนอระยะสั้น ราคายางพาราก้อนถ้วยอยู่ที่กิโลกรัมละ 25-30 บาท ระยะกลางและระยะยาว ส่งเสริมให้มีการปลูกพืชทดแทนยางพาราตามความเหมาะสม ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลจ่ายเงินชดเชยค่าดำรงชีพระยะ 5-7 ปี โดยมีนายโสภณ สุวรรณรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเลย รับหนังสือร้องเรียนไว้
 
ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ