Loading

ช่วยคนจน-คนชราผ่อนเดือนละ สามพันแปด

วันที่ : 21 พฤศจิกายน 2561
ครม.เห็นชอบ ธอส.เดินหน้าโครงการบ้านล้านหลัง วงเงินสินเชื่อ 60,000 ล้านบาทราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาท ช่วยกลุ่มคนมีรายได้น้อยคนเริ่มทำงานคนชรามีบ้านอยู่อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% นาน 5 ปีแรกผ่อนเริ่มต้น 3,800 บาทต่อเดือน เริ่มเปิดจองสิทธิเดือน ธ.ค.นี้ ปล่อยกู้เดือน ม.ค.2562
          ครม.เห็นชอบ ธอส.เดินหน้าโครงการบ้านล้านหลัง วงเงินสินเชื่อ 60,000 ล้านบาทราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาท ช่วยกลุ่มคนมีรายได้น้อยคนเริ่มทำงานคนชรามีบ้านอยู่อัตราดอกเบี้ยคงที่ 3% นาน 5 ปีแรกผ่อนเริ่มต้น 3,800 บาทต่อเดือน เริ่มเปิดจองสิทธิเดือน ธ.ค.นี้ ปล่อยกู้เดือน ม.ค.2562

          นายฉัตรชัย ศิริไล กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.)เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) วานนี้ (20 พ.ย.) มีมติเห็นชอบให้ ธอส.ดำเนินการ "โครงการบ้านล้านหลัง" ภายใต้วงเงินรวม 60,000 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือให้ประชาชนได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยจะมุ่งเน้นประชาชน 3 กลุ่มคือ 1.กลุ่มผู้มีรายได้น้อย 2.กลุ่มคนวัยทำงาน หรือผู้ที่กำลังเริ่มต้นสร้างครอบครัว และ 3.กลุ่มผู้สูงอายุ

          โดยแบ่งสินเชื่อออกเป็น 2 ประเภทคือ 1.สินเชื่อที่อยู่อาศัยสำหรับลูกค้ารายย่อย (Post Finance )วงเงิน 50,000 ล้านบาท สำหรับประชาชนทั่วไปที่ต้องการมีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเอง โดยเป็นการให้กู้เพื่อซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและซื้ออุปกรณ์หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัย ในราคาไม่เกิน 1,000,000 บาท ผ่อนชำระได้นานสูงสุด 40 ปี อัตราดอกเบี้ยสามารถแบ่งได้เป็นกรณีๆดังนี้

          กรณีที่1รายได้ไม่เกิน 25,000 บาทต่อคนต่อเดือนมีกรอบวงเงินปล่อยสินเชื่อ 20,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 5 คงที่ในอัตรา 3% ต่อปีสำหรับปีที่ 6 เป็นต้นไปตลอดอายุสัญญากู้เงินกรณีกู้ในโครงการสวัสดิการได้รับดอกเบี้ย ลูกค้ารายย่อยชั้นดี(MRR )-1% ต่อปี แต่หากเป็นกรณีรายย่อยให้อัตราดอกเบี้ย MRR -0.75% ส่วนกรณีซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกให้อัตราดอกเบี้ย MRR ทั้งนี้ การให้กู้ตามแนวทางดังกล่าวหากเป็นการกู้ในวงเงิน 1 ล้านบาท การผ่อนชำระ 5 ปีแรก จะเริ่มต้นเพียง 3,800 บาท เท่านั้นโดยทาง ธอส.จะยกเว้นค่าธรรมเนียมให้ฟรี 4 รายการ ได้แก่ 1.ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้  2.ฟรีค่าประเมินราคาหลักประกัน 3.ฟรีค่าจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมและ 4.ฟรีค่าจดทะเบียนนิติกรรมจำนอง

          ทั้งนี้ ผู้กู้สามารถนำหลักฐานการชำระค่าเช่าบ้านหรือผ่อนชำระเงินดาวน์บ้านไม่น้อยกว่า 12 เดือน มาประกอบการพิจารณาเพื่อคำนวณรายได้เพิ่มเติม หรือลูกค้าที่เข้าโครงการ ธอส.โรงเรียนการเงินมีประวัติการออมสม่ำเสมอ ไม่น้อยกว่าเงินงวดผ่อนชำระเป็นระยะเวลา ไม่น้อยกว่า 9 เดือน สามารถใช้เป็นหลักฐานที่มาของรายได้และนำค่าเช่า หรือวงเงินที่ผ่อนชำระเงินดาวน์ที่อยู่อาศัยมานับรวมเป็นการออมได้

          กรณีที่ 2 รายได้เกิน 25,000 บาทต่อคนต่อเดือน มีกรอบวงเงินให้สินเชื่อ 30,000 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-ปีที่ 3 คงที่ 3% ต่อปีปีที่ 4 จนถึงตลอดอายุสัญญาเงินกู้กรณีกู้ในโครงการสวัสดิการคิดดอกเบี้ย MRR -1%ต่อปี กรณีรายย่อยคิดดอกเบี้ย MRR -0.50% กรณีซื้ออุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกอัตราดอกเบี้ย MRR ตั้งแต่ปีที่ 1 จนถึงตลอดอายุสัญญากู้ ซึ่งกรณี หากได้รับวงเงินกู้1ล้านบาทจะมีอัตราในการผ่อนชำระ 3 ปีแรก เริ่มต้นเพียง 3,800 บาท เช่นกัน

          สำหรับสินเชื่อประเภทที่ 2 ตามโครงการนี้ธนาคารยังปล่อยกู้เพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (PreFinance )ในวงเงิน 10,000 ล้านบาท ให้กู้สำหรับผู้ประกอบธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีคุณสมบัติพร้อมกับปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ธนาคารกำหนด เพื่อนำไปจัดทำที่อยู่อาศัยที่มีราคาขายไม่เกิน1ล้านบาทต่อหน่วยไม่น้อยกว่า 40% ของจำนวนหน่วยขายทั้งหมดของโครงการโดยให้อัตราดอกเบี้ยMLR -1.25% ต่อปี เฉพาะกรณีสร้างที่อยู่อาศัยที่มีราคาขายไม่เกิน 1 ล้านบาท ส่วนกรณีก่อสร้างที่อยู่อาศัยที่มีราคาขายเกิน 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย MLR -0.75% ต่อปี 

         นายฉัตรชัยกล่าวว่าธนาคารกำหนดจะเริ่มปล่อยกู้ตามโครงการดังกล่าวได้ในเดือน ธ.ค. 2561 โดยจะเปิดให้ประชาชนจองสิทธิสินเชื่อเพื่อซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยและซื้ออุปกรณ์ หรือสิ่งอำนวยความสะดวกที่เกี่ยวเนื่องกับที่อยู่อาศัยตามวัตถุประสงค์ของโครงการ หรือจองสิทธิสินเชื่อเพื่อเลือกซื้อทรัพย์ที่พร้อมเข้าอยู่อาศัยภายในไตรมาสที่ 2 ของปี 2562 จำนวนกว่า 30,000 หน่วยโดยติดตามได้จากแค็ตตาล็อกในเว็บไซต์ www.ghbmillionhome.com ซึ่งพร้อมเปิดให้เข้าชมเว็บไซต์ได้ตั้งแต่วันที่ 23พ.ย. เป็นต้นไป ซึ่งในจำนวนนี้มีที่อยู่อาศัยในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ 14,000 หน่วย และทรัพย์ในภูมิภาค 16,000 หน่วยประกอบด้วยทรัพย์มือหนึ่งจากผู้ประกอบการและการเคหะแห่งชาติจำนวนกว่า 27,000 หน่วย ทรัพย์มือสองของ ธอส.สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ (SFIs )บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (BAM) และบริษัทบริหารสินทรัพย์ สุขุมวิท จำกัด (SAM )รวมกว่า 3,000 หน่วย ขณะที่ผลประกอบการของ ธอส.ในเดือน พ.ย.นี้ คาดว่าจะปล่อยสินเชื่อได้ 189,000 ล้านบาท ซึ่งตรงกับเป้าหมายที่คณะกรรมการ (บอร์ด) ธอส.มอบหมาย และคาดว่าจนสิ้นปีนี้จะปล่อยสินเชื่อเพิ่มขึ้น 210,000 ล้านบาท
 
ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ