Loading

รถไฟฟ้าบีทีเอสล็อตใหม่ลดนั่งเพิ่มพื้นที่ยืน รับสีเขียวใต้-เร่งEIAแก้คอขวด'ตากสิน'

วันที่ : 7 สิงหาคม 2561
รถไฟฟ้าบีทีเอสล็อตใหม่ลดนั่งเพิ่มพื้นที่ยืน รับสีเขียวใต้-เร่งEIAแก้คอขวด'ตากสิน'

บีทีเอส เผยรถล็อตใหม่ขบวนแรกจากซีเมนส์ ปรับรูปแบบเก้าอี้ภายใน เป็นที่พิงแทนนั่ง 2 แถวเพิ่มพื้นที่ว่างรับผู้โดยสารได้อีก 83 คน/ขบวน ส่วนสายสีลมเพิ่มความถี่ไม่ได้ ติดคอขวด สะพานตากสิน รอ EIA ผ่าน ลุยสร้างใน 2 ปี

นายกิติศักดิ์ อร่ามเรือง ประธานกรรมการ บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด เปิดเผยว่า รถไฟฟ้าซึ่ง บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือบีทีเอสซี จัดซื้อจากบริษัทซีเมนส์ จำกัด เพื่อนำมารองรับปริมาณผู้โดยสารในเส้นทางเดินรถไฟฟ้าบีทีเอสในปัจจุบัน และส่วนต่อขยาย สายสีเขียว ช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ ระยะทาง 13 กม. ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการในเดือน ธ.ค. 2561 ขบวนแรกจำนวน 4 ตู้ ได้ขนส่งจากกรุงอังการา สาธารณรัฐตุรกี มาถึงท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี แล้ว และจะนำเข้าทดสอบตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งซีเมนส์เป็นผู้ผลิตที่เป็นที่ยอมรับและมั่นใจใน เรื่องคุณภาพ

นายสุรพงษ์  เลาหะอัญญา กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บีทีเอสซี กล่าวว่า บริษัทฯ สั่งซื้อรถจากซีเมนส์ จำนวน 22 ขบวน ซึ่งรถขบวนแรกนี้จะนำออกท่าเรือแหลมฉบังไปยังศูนย์ซ่อมบำรุงสมุทรปราการ ในคืนวันที่ 7 และ 8 ส.ค.เพื่อติดตั้งอุปกรณ์เพิ่มเติมประมาณ 2 สัปดาห์จากนั้นจะเป็น กระบวนการทดสอบภายในศูนย์ซ่อม หากมีปัญหาจะแก้ไขได้ทัน และหลังจากนั้นจะทยอยขนส่งรถเข้ามาเพิ่ม รถไฟฟ้า 2 ขบวน ต่อเรือ 1 ลำ ซึ่งในเดือน ธ.ค.61 จะเข้ามาประมาณ 10 ขบวน และครบทั้ง 22 ขบวนในเดือน เม.ย.2562 ส่วน รถที่ซื้อจากบริษัท ซีอาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล จำนวน 24 ขบวนนั้น ขบวนแรกจะเข้ามาในเดือน ธ.ค.2561 และ ครบทั้งหมดใน ธ.ค.2562 โดยรวมทั้งสองบริษัท 46 ขบวน 148 ตู้ งบลงทุน 1.1 หมื่นล้านบาท

โดยรถไฟฟ้าขบวนใหม่นี้ ได้มีการปรับรูปโฉมให้ทันสมัยมากขึ้น มีจอ LED บอกเส้นทาง มีกล้อง CCTV ภายในตัวรถ เพิ่มราวจับ ปรับขนาดที่นั่งให้เหมาะไม่กีดขวาง และปรับที่นั่งเป็นแบบที่พิง หรือ Perch seat ตู้ละ 2 แถว และเป็นที่นั่งปกติ 4 แถวซึ่งใช้พื้นที่ติดตั้งน้อยกว่าปกติโดยให้ ผู้โดยสารยืนพิงเพื่อพักสะโพกซึ่งจะทำให้การเดินเข้าออกสะดวกและทำให้เหลือพื้นที่ว่าง เพิ่มความจุผู้โดยสารใน แต่ละขบวน อีก 10% จาก 1,490 คนต่อขบวน หรือ 372 คนต่อตู้ เป็น 1,573 คนต่อขบวน ซึ่งรูปแบบนี้ มีใช้ในรถไฟฟ้าลอนดอน สิงโปร์ อย่างแพร่หลาย

ปัจจุบันบีทีเอสมีผู้โดยสาร เฉลี่ยกว่า 7 แสนคนต่อวัน รถขบวนใหม่จะช่วยเพิ่มความถี่ในสายสุขุมวิท จาก 2.40 นาทีเป็น 2.20 นาที ผู้โดยสารไม่ต้องรอนาน ส่วนสายสีลม ยังคงความถี่ 3.45 นาที เท่าเดิม เพราะติดปัญหาคอขวดที่สถานีสะพานตากสิน (S6) ซึ่งอยู่ระหว่างขออนุมัติ EIA เพื่อขยายทางวิ่ง หากอนุมัติจะใช้เวลาก่อสร้าง 2 ปี โดยรถใหม่จะช่วยในการเพิ่มความจุต่อขบวนเท่านั้น

นอกจากนี้ บริษัทยังอยู่ระหว่าง จัดซื้อตู้จำหน่ายบัตรโดยสารอีก 52 ตู้ และปรับเปลี่ยนตู้จำหน่ายบัตรโดยสาร ทั้งหมดเป็นระบบสัมผัส (touch screen) ซึ่งลงทุนรวม กว่า 400 ล้านบาท และยังได้หารือกับธนาคารกรุงเทพ เพื่อพัฒนาในการชำระค่าโดยสารผ่านการสแกน QR Code ซึ่งจะแล้วเสร็จปลายปี2561 ซึ่งจะทำให้การใช้บริการมีความสะดวกรวดเร็ว

"ปัญหาระบบอาณัติสัญญาณ ปรับปรุงจนมีการรบกวนน้อยมาก ไม่มีอุปสรรคในการเดินรถ และมีความพร้อมรองรับการเปิดส่วนต่อขยายสายสีเขียว ในเดือน ธ.ค.นี้"

 
 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ผู้จัดการรายวัน 360 องศา
ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ