Loading

HMPROเฮกำลังซื้อฟื้นปั๊มสาขาอัพยอดขายโต

วันที่ : 22 มีนาคม 2561
HMPROเฮกำลังซื้อฟื้นปั๊มสาขาอัพยอดขายโต

HMPRO ตั้งเป้ารายได้ปี 2561 เติบโต 5% และยอดขายต่อสาขาเพิ่มไม่ต่ำกว่า 4% หลังสัญญาณ กำลังซื้อฟื้นตัวดีต่อเนื่องจากปีก่อน ทุ่มงบกว่า 6 พันล้านบาท เดินหน้าปรับปรุงสาขาเดิมและขยายสาขาใหม่ เล็งผุดโฮมโปรใหม่ 1-2 แห่ง ส่วนโฮมโปรเอส 8 แห่ง พุ่งเป้าซื้อศึกษาลงทุนในตลาดอาเซียน ส่งซิกไตรมาส 1/2561 เด่น

นางสาววรรณี จันทามงคล ผู้ช่วยกรรมการ ผู้จัดการด้านบัญชีและการเงิน บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เปิดเผยว่า ในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าหมายมีรายได้รวมเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% จากปีก่อนที่มีรายได้รวมอยู่ที่ 64,234.49 ล้านบาท และคาดว่ายอดขายต่อสาขา (SSSG) ในปีนี้จะปรับตัวเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่า 3-4% จากปีก่อน เนื่องจากแนวโน้มกำลังซื้อในปีนี้ฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่องจากปีก่อน

ในปี 2561 บริษัทมีแผนที่จะลงทุนเปิดสาขาใหม่เพิ่มอีกราว 10 สาขา แบ่งเป็น สาขาโฮมโปร 1-2 สาขา ใช้ขนาดพื้นที่ ราว 7 พันตารางเมตรต่อสาขา และโฮมโปรเอส 8 สาขา ใช้ขนาดพื้นที่ 1-2 พันตารางเมตรต่อสาขา เป็นต้น โดยการมุ่งเน้นขยายสาขาในรูปแบบโฮมโปรเอสเพิ่มขึ้น เนื่องจากการใช้เงินลงทุนที่ต่ำกว่าและมียอดขายต่อพื้นที่ที่ค่อนข้างสูงรูปแบบปกติ อีกทั้งยังเป็นผลบวกต่อการให้มาร์จิ้น สูงในการจำหน่ายสินค้า

ขณะที่การเปิดสาขาเมกาโฮมใหม่ภายในประเทศในปีนี้ อาจต้องรอดูสถานการณ์กำลังซื้อต่างจังหวัดในช่วงครึ่งแรกปีนี้ก่อน เนื่องจากการลงทุนเมกาโฮมมีมูลค่าสูงเพราะมีการใช้ขนาดพื้นที่ไม่น้อยกว่า 7-8 พันตารางเมตรต่อสาขา และหากว่ากำลังซื้อเป็นไปในทิศทางที่ดีตามคาดการณ์ก็มีโอกาสที่จะมีการลงทุนสร้างเมกาโฮมในช่วงครึ่งหลังปีนี้เพิ่มเติมราว 1 สาขา เป็นต้น

รุกสาขาใน-นอกเพิ่ม

ส่งผลให้ภายในปี 2561 บริษัทจะมีสาขาที่เปิดให้บริการแล้ว แบ่งเป็นโฮมโปร 83-84 สาขา จากปัจจุบันมี 80-82 สาขา, โฮมโปรเอส 11 สาขา จากปัจจุบันมี 3 สาขา และเมกาโฮมในไทย 12 สาขา เบื้องต้นบริษัทคาดใช้เงินลงทุนสำหรับการขยายสาขาใหม่และปรับปรุงประสิทธิภาพสาขาเดิมในปีนี้ไว้ที่กว่า 6 พันล้านบาท โดยแหล่งเงินทุนส่วนใหญ่มาจากกระแสเงินสดที่ได้จากการดำเนินธุรกิจเป็นหลัก

ส่วนการลงทุนขยายสาขาเมกาโฮมในประเทศมาเลเซียในปีนี้ มองว่าอาจต้องชะลอการลงทุนลง เนื่องจากในปี 2560 บริษัทมีการเปิดสาขาใหม่ไปแล้วกว่า 4 สาขา ส่งผลให้ในปัจจุบันบริษัทมีสาขาในประเทศมาเลเซียที่เปิดให้บริการทั้งสิ้น 6 สาขา ซึ่งสาขาล่าสุดเพิ่มเปิดตัวไปเมื่อช่วงเดือนธันวาคม 2560 ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามบริษัทมองว่าช่วงปลายปีนี้มีโอกาสที่สาขาในประเทศมาเลเซียจะถึงจุดคุ้มทุนและพลิกเป็นกำไรได้ 1 สาขา

ขณะเดียวกันนี้บริษัทยังมีความสนใจและมองหาโอกาสที่จะขยายการลงทุนออกไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน (AEC) เพิ่มเติม โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการศึกษาและเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่นที่มีศักยภาพ ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปี 2562 เป็นต้นไป เพื่อยกระดับการเป็นผู้ให้บริการค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและเฟอร์นิเจอร์ตกแต่งที่พักอาศัย อันดับต้นๆ ของอาเซียนในอนาคต

ส่งซิกโค้งแรกเด่น

สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 1/2561 บริษัทมองว่ายอดขายมีแนวโน้มที่ดีขึ้นอย่างชัดเจนเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ซึ่งสอดคล้องต่อเป้าหมายการเติบโตที่วางไว้ 5% ในปีนี้ แต่หากเทียบกับช่วงไตรมาส 4/2560 มองว่ายอดขายในปัจจุบันยังมีการเติบโตในระดับที่ใกล้เคียงกันอยู่

 
ที่มา: หนังสือพิมพ์ทันหุ้น
ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ