Loading

ดีเดย์มี.ค.ประมูลบ้านคนไทย บิ๊กอสังหาฯ พฤกษา โดดเข้าร่วมชิงเค้ก

วันที่ : 16 กุมภาพันธ์ 2561
ดีเดย์มี.ค.ประมูลบ้านคนไทย บิ๊กอสังหาฯ พฤกษา โดดเข้าร่วมชิงเค้ก

ธนารักษ์เปิดประมูล โครงการบ้านคนไทยประชารัฐ2.75 พันยูนิต เดือนมีนาคมนี้ พื้นที่ 317 ไร่ทั่วประเทศ บิ๊กอสังหาฯพฤกษา โฮลดิ้ง สนเข้าร่วม บ้านแฝด ห้องแถว และอาคารที่พักอาศัย ให้ผลตอบแทน 12-15% ต่อปี ตลอดระยะเวลานาน 30 ปี

นายพชร อนันตศิลป์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เผยว่าโครงการบ้านคนไทยประชารัฐ คาดว่าจะเปิดประมูลหาเอกชนเข้ายื่นซองประมูลได้ในเดือนมีนาคมนี้ซึ่งที่ผ่านมามีเอกชนให้ความสนใจเป็นจำนวนมาก โดยจะดำเนินการในที่ดินราชพัสดุ 8 แปลง เนื้อที่รวมจำนวน 317 ไร่ 2 งาน 49.9 ตารางวา มีทั้งหมด 2,757 ยูนิต ผลตอบแทน 12-15% ต่อปี แบ่งเป็น 8 แปลง ประกอบด้วย อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี จำนวน 186ยูนิต, อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ 139 ยูนิต, อ.เมือง จ.อุดรธานี 264 ยูนิต, อ.เมือง จ.นครพนม 322 ยูนิต, อ.แม่ทะ จ.ลำปาง 618 ยูนิต, อ.เมือง จ.เชียงราย 352 ยูนิต, อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 584 ยูนิต และ อ.เมือง จ.ขอนแก่น 292 ยูนิต

ก่อนหน้านี้ผู้บริหารของบริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง ให้ความสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลในครั้งนี้ รวมทั้งบริษัทอสังหาริมทรัพย์อีกหลายแห่งที่จะเข้ามาประมูล ในระหว่างนี้ได้ให้ธนารักษ์ในแต่ละพื้นที่โครงการ นำเอกชนที่สนใจลงดูพื้นที่ สำหรับประเภทที่อยู่อาศัย มี 3แบบ ได้แก่ บ้านแฝด ห้องแถว และอาคารที่พักอาศัย มีพื้นที่ใช้สอยไม่น้อยกว่า 28 ตารางเมตร โดยราคาจะอยู่ที่ 350,000-700,000 บาทต่อยูนิต

โดยทีโออาร์จะแบ่งพื้นที่เป็น 2 ส่วน คือ 70% เป็นพื้นที่สร้างบ้าน และอีก 30% เป็นเชิงพาณิชย์ โดยจะให้เอกชนเข้ามาประกวดราคา เสนอค่าธรรมเนียมขั้นต่ำ ซึ่งในส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์จะคิดตามอัตราค่าธรรมเนียมเชิงพาณิชย์อยู่แล้ว ส่วนที่เป็นบ้านจะคิดเชิงสงเคราะห์ แต่เวลาเสนอราคาให้คิดรวมกันมา ทั้งนี้ ระยะเวลาเช่า 30 ปี

รูปแบบจะเป็นโครงการผ่อนชำระสู่การเช่าระยะยาว (Rent to Lease) กรรมสิทธิ์จะเป็นของผู้ได้รับสิทธิ์ที่อยู่อาศัยระยะเวลา 30ปี และผู้ได้รับสิทธิ์พัฒนาโครงการ หลังจากหมดสัญญาเช่าแล้วขึ้นอยู่กับว่าผู้เช่าจะได้รับการต่อสัญญาหรือไม่ ไม่สามารถขายขาดได้ เนื่องจากเป็นที่ราชพัสดุ รวมทั้งกำหนดเงื่อนไขการจัดสรรพื้นที่ส่วนกลางไม่เกิน 30% เพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่เหมาะสมกับสภาวะแวดล้อมของท้องถิ่น เช่น การให้ผู้อยู่อาศัยประกอบการเชิงพาณิชย์ในพื้นที่ส่วนกลางได้ และให้นำรายได้จากส่วนดังกล่าว มาซ่อมบำรุงพื้นที่ของโครงการ

สำหรับสินเชื่อจะมี 2 รูปแบบ คือ สินเชื่อเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ที่ทางธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) จะสนับสนุนสินเชื่อให้ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมพัฒนาโครงการ หรือเอกชนที่ รับสร้างบ้านเข้ามาร่วมโครงการในรูปแบบให้เอกชนลงทุนในโครงการของรัฐ กำหนดอัตราดอกเบี้ยปีที่ 1-3 คิดอัตรา 3% ต่อปี ปีที่ 4-5 คิดในอัตราดอกเบี้ย MLR-1 และสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (Post Finance) เป็นสินเชื่อที่ปล่อยให้ประชาชน ปีที่ 1-4 คิดอัตราดอกเบี้ย 2.75 ต่อปี ปีที่ 5-30 สำหรับรายย่อยคิดใน อัตรา MRR-0.75 ส่วนกรณีหักจากเงินเดือนคิดในอัตรา MRR-1

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ