Loading

จีโอรุกผลิตชุดครัวหรู เทงบ200ล้านสร้างโรงงานรองรับคอนโดระดับบนสั่งซื้อเพิ่มขึ้น

วันที่ : 19 ธันวาคม 2560
จีโอรุกผลิตชุดครัวหรู เทงบ200ล้านสร้างโรงงานรองรับคอนโดระดับบนสั่งซื้อเพิ่มขึ้น

จีโอ โฮม คิทเช่น สบช่องคอนโดระดับบนบูม ทุ่มกว่า 200 ล้าน สร้างโรงงานผลิตชุดครัวพรีเมียมรองรับ

นายแอรอน โจว กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีโอ โฮม คิทเช่น ผู้ผลิตและจำหน่ายชุดครัวระดับพรีเมียม แบรนด์ จีโอ โอม คิทเช่น เปิดเผยว่า จาก แนวโน้มของธุรกิจอสังหาฯ ระดับบนที่มีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดคอนโด บริษัทจึงเห็นโอกาสใน การเข้ามาทำธุรกิจชุดครัวระดับพรีเมียมอย่างจริงจัง ด้วยการใช้งบกว่า 200 ล้านบาท สร้างโรงงาน จีโอ โฮม คิทเช่น บนพื้นที่กว่า 10 ไร่ ใน จ.สมุทรสาคร เพื่อรองรับการขยายธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ

สำหรับกลยุทธ์การทำตลาดนับจากนี้ บริษัทจะให้ความสำคัญกับการสร้างแบรนด์ชุดครัวพรีเมียม จีโอ โฮม คิทเช่น ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น ด้วยการไปร่วมงานแสดงสินค้าและโฆษณาประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านสื่อต่างๆ มากขึ้น

นอกจากนี้ ยังจะสร้างสำนักงานใหญ่และแฟล็กชิปสโตร์โชว์รูม "จีโอ" บนพื้นที่ 1,200 ตารางเมตร ย่านสุขุมวิท 34 ภายใต้งบลงทุน 35 ล้านบาท จากปัจจุบันโชว์รูม จีโอ ด้วยกัน 2 แห่ง คือ ซีดีซี และพัทยา ในส่วนของสาขาสุขุมวิทคาดว่าจะเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 2561 และจะแล้วเสร็จในปี 2562 หลังจากนั้นจะขยายโชว์รูมไปในตลาดต่างจังหวัด เน้นหัวเมืองใหญ่ที่อยู่ใกล้ประเทศเพื่อนบ้าน เช่น จ.อุบลราชธานี เชียงราย และเชียงใหม่ เนื่องจากบริษัทมีแผนที่จะขยายธุรกิจไปในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านด้วย

"จากแนวโน้มของกลุ่มลูกค้าในประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่มขึ้นอย่าง ต่อเนื่อง บริษัทจึงมีแผนที่จะไปสร้างโชว์รูมจำหน่ายสินค้าหัวเมืองใหญ่ เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างเมียนมา ลาว และกัมพูชา ผ่านตัวแทนจำหน่าย" นายแอรอน กล่าว

อย่างไรก็ดี หลังจากบริษัทขยายธุรกิจทั้งในประเทศและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ในอีก 5 ปีข้างหน้าบริษัทคาดว่าจะมีรายได้อยู่ที่ 200 ล้านบาท แบ่งเป็นรายได้จากในประเทศ 80% และต่างประเทศ 20% ในมูลค่าดังกล่าวแบ่งเป็นรายได้ที่มาจากกลุ่มลูกค้ารายย่อย 50% และลูกค้าโครงการ 50% เนื่องจากบริษัทจะให้ความสำคัญกับการขยายกลุ่มลูกค้าโครงการมากขึ้น โดยขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตรคอนโดระดับบน 2-3 โครงการ คาดว่าเร็วๆ นี้น่าจะได้ข้อสรุป

นายแอรอน กล่าวอีกว่า ในส่วนของภาพรวมรายได้ในสิ้นปี 2560 นี้ คาดว่าจะปรับตัวลดลงประมาณ 30% เมื่อเทียบกับปี 2559 ที่มีรายได้อยู่ประมาณ 80-100 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากปัจจัยลบด้านเศรษฐกิจและกำลังซื้อที่อยู่ในภาวะชะลอตัว ในส่วนของรายได้ที่ได้รับในปี 2560 นี้แบ่งเป็นรายได้ที่มาจากลูกค้ารายย่อย 70% และลูกค้าโครงการ 30%

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ