Loading

อีอาร์เอชี้บ้านมือสองส่อทะลุ5แสนล้าน

วันที่ : 10 ธันวาคม 2560
อีอาร์เอชี้บ้านมือสองส่อทะลุ5แสนล้าน

"อีอาร์เอ" บิ๊กแฟรนไชส์อสังหาฯ ชี้ตลาดบ้านมือสองปีนี้ทรงตัว พฤติกรรมลูกค้าเยี่ยมชมถี่ แต่ตัดสินใจนานขึ้น เพราะคาดหวังราคาจะลดลง หนุนภาครัฐจัดระเบียบนายหน้าเข้าสู่ระบบ

นายวรเดช ศิวเตชานนท์ ประธานบริหาร บริษัท อีอาร์เอ แฟรนไชส์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ ERA บริษัทบริหารแฟรนไชส์บริการซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาริมทรัพย์เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดซื้อ-ขาย-เช่า อสังหาฯฯช่วง 9 เดือนแรกปี 2560 อยู่ในภาวะทรงตัว เห็นได้ชัดในกลุ่มคอนโดมิเนียมมือสองที่ราคาค่อนข้างลด บางห้องบางโครงการราคาขายช่วงสร้างเสร็จ ราคาเท่ากับช่วงเปิดตัวหรือราคาพรีเซล ซ้ำร้ายบางโครงการราคาขายหลังสร้างเสร็จลดต่ำกว่าช่วงพรีเซลก็มี ดังนั้นในไตรมาส 4 ปีนี้ราคารีเซลของกลุ่มคอนโดมิเนียมค่อนข้างนิ่ง เนื่องจากธนาคารพาณิชย์ตรวจเข้มในการอนุมัติสินเชื่อ ประกอบกับสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัว

ปัจจุบันตลาดบ้านมือสองของไทยมีมูลค่าประมาณ 4 แสนล้านบาท และอาจจะทะลุ 5 แสนล้านบาท จากการเติบโตของโครงการคอนโดมิเนียม ที่ปีนี้บริษัทชั้นนำมีแผนเปิดตัวโครงการใหม่จำนวนมาก

ในกรุงเทพฯ ตลาดคอนโดมิเนียม รีเซล ยังไปได้ดีสำหรับทำเลย่านใจกลางเมือง โดยเฉพาะทำเลหลังศูนย์การค้าเอ็มบีเค เซ็นเตอร์, ซอยร่วมฤดี และโรงแรมเอเชีย ถึงแม้จะเป็นห้องชุดเก่าอายุประมาณ 10 ปี แต่ก็ยังมีผู้ต้องการซื้อ ปีนี้มีผู้ติดต่อให้อีอาร์เอทำตลาดกว่า 100 ห้อง

"พฤติกรรมของลูกค้าในปัจจุบัน การชมห้องมีอัตราเยี่ยมชมค่อนข้างสูง และบ่อยขึ้น แต่การตัดสินใจซื้อใช้เวลานานขึ้น จากปกติอยู่ระหว่าง 30-45 วัน วันนี้ใช้เวลามากกว่า 60 วัน เพราะคิดว่าอีกไม่นานเจ้าของห้องจะปรับราคาลดลง ทำให้ตลาดค่อนข้างนิ่ง แต่ถ้าเมื่อไรที่ความชอบกับความเชื่อไปในทิศทางเดียวกัน ตลาดจะหมุน เกิดการซื้อขายขึ้น"

สำหรับปีนี้ อีอาร์เอ ตั้งเป้าหมายยอดขายประมาณ 1 หมื่นล้านบาท จะบรรลุเป้าหรือไม่ก็ขึ้นกับจำนวนแฟรนไชส์ ปัจจุบันลดเหลือ 18 ราย เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจทำให้แฟรนไชส์ส่วนหนึ่งขอยุติ เพื่อไปลุยธุรกิจหลักของครอบครัว ปัจจุบันสินค้าที่บริษัทให้บริการมีคอนโดมิเนียม ทั้งห้องใหม่ มือสองและรีเซลส์ บ้านเดี่ยว ทาวน์โฮมและที่ดินเปล่า ล่าสุดมีเจ้าของโรงงานให้อีอาร์เอติดต่อหาผู้ดำเนินการ เช่น โรงงานย่านสมุทรปราการ นนทบุรี และฉะเชิงเทรา ระดับทุนจดทะเบียน 100 ล้านบาท ในจำนวนนี้มีโรงงานผลิตเฟอร์นิเจอร์

นายวรเดชกล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีโบรกเกอร์ขายบ้านมือสองในรูปแบบจดทะเบียนนิติบุคคลมีจำนวนมาก คาดอาจจะสูงเป็นหมื่นราย แต่ทำธุรกิจจริงจังประมาณ 500 ราย นอกจากนี้ยังมีนายหน้าต่างชาติ ซึ่งมีจำนวนมากเช่นกัน โดยเฉพาะที่พัทยา หัวหิน และภูเก็ต สูงถึง 90% ฉะนั้นถ้าหน่วยงานภาครัฐมีการจัดระเบียบนายหน้าเข้าสู่ระบบ มีการออกใบกำกับภาษี รวมถึงแก้ระบบภาษีรายได้ ให้ได้ส่วนลดหย่อนสูงสุด35% เหมือนนิติบุคคลทั่วไปหากทำได้จะจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้น

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ
ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ