Loading

อิฐมวลเบาติดลบ10% ควิกโคทชี้ตลาดหดเกินคาดเหตุอสังหาโตต่ำเร่งปลุกยอดโค้งสุดท้าย

วันที่ : 13 พฤศจิกายน 2560
อิฐมวลเบาติดลบ10% ควิกโคทชี้ตลาดหดเกินคาดเหตุอสังหาโตต่ำเร่งปลุกยอดโค้งสุดท้าย

ควิกโคทฯ ชี้อิฐมวลเบามีสิทธิติดลบเกินคาดกว่า 10% ลุ้นซ่อมบ้านหลังน้ำลดช่วยดันยอด ขณะที่รอแยลเฮ้าส์ เผยนำท่วมไม่กระทบ

นายอัครภัทร ทองน้ำตะโก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควิกโคท โปรดักส์ เปิดเผยว่า ด้วยภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ขยายตัวไม่ได้ตามที่คาดการณ์กันไว้ ขณะเดียวกันหลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังส่งผลต่องานก่อสร้าง อาจทำให้ตลาดวัสดุก่อสร้าง-อิฐมวลเบา ปีนี้ติดลบกว่า 10% จากที่ประมาณการไว้ว่าจะติดลบ 5% มูลค่าตลาดรวมเหลือเพียง 1.3 หมื่นล้านบาท

สำหรับตลาดปูนสำเร็จรูปคาดว่า จะชะลอตัวตามตลาดอิฐมวลเบาโดยตลาดจะกลับมาเคลื่อนไหวอีกครั้งในช่วงหลังเดือน ธ.ค.นี้เป็นต้นไป เนื่องจากมีการซ่อมแซมบ้านหลังน้ำลด ขณะที่โครงการใหม่แม้ตลาดจะไม่หยุดนิ่งแต่ก็ไม่หวือหวา ขณะเดียวกันการแข่งขันในตลาดก็ยังคงสูง สำหรับช่วง 2 เดือนที่เหลือของปีนี้ บริษัทยังคงเร่งสร้างแบรนด์ให้เข้าถึงผู้บริโภคในวงกว้างโดยยังใช้แคมเปญ "ไม่แตกแยก ไม่แตกร้าว" พร้อมเพิ่มงบอีก 10% จากปีนี้ที่ใช้ไปราว 20 ล้านบาท ทำการตลาดเชิงรุกไปจนถึงปีหน้า

ขณะเดียวกันบริษัทมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ มายลอฟท์ เจาะกลุ่ม ดีไอวาย โดยจะเริ่มจำหน่ายเดือน ธ.ค.นี้จากแผนเดิมที่วางไว้ในเดือน พ.ย. 2560 พร้อมมีแผนออกโปรโมชั่นส่งเสริมการขาย แต่ทั้งนี้รอดูสถานการณ์ตลาดอีกครั้ง โดยปีนี้คาดว่ายอดขายเหลือเพียง 1,000 ล้านบาท จากเป้าที่ตั้งไว้ 1,200 ล้านบาท ส่วนกำไรยังเท่าเดิมกับปีที่ผ่านมา

นายโกศล โควิสุทธิ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ กล่าวว่า แม้ปีนี้ปริมาณน้ำฝนจะมากหลายพื้นที่ประสบปัญหาอุทกภัย แต่เชื่อมั่นว่าหน่วยงานภาครัฐสามารถรับมือได้และเป็นช่วงระยะเวลาสั้นไม่เหมือนปี 2554 ซึ่งไม่กระทบต่อธุรกิจสร้างบ้านมากนัก และคาดว่าตลาดรวมรับสร้างบ้านปีนี้จะใกล้เคียงกับที่ประมาณการไว้คือ 1.2 หมื่นล้านบาท ส่วนในปี 2561 ตลาดโดยรวมจะเติบโตได้มากกว่าปีนี้จากมีความชัดเจนในหลายเรื่อง รวมไปถึงเรื่องการเมือง ทำให้ภาคเอกชนมีความมั่นใจในการลงทุน ขณะเดียวกันประชาชนเริ่มกลับมาจับจ่ายใช้สอยกันมากขึ้น

นอกจากนี้ บริษัทได้มีการปรับกลยุทธ์ในช่วงครึ่งปีหลังเน้นเจาะตลาดออนไลน์ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายคนรุ่นใหม่มากขึ้น โดยในช่วง 2 เดือนสุดท้ายจะยังคงเดินหน้าทำดิจิทัลมาร์เก็ตต่อเนื่อง รวมถึงการปรับแบบบ้านให้มีขนาดเล็กลงตามความต้องการของผู้บริโภค ขณะที่ผลประกอบการใน 9 เดือนแรก บริษัทมีรายได้กว่า 750 ล้านบาท คาดว่าในปีนี้จะทำรายได้ที่ 1,000 ล้านบาท ตามเป้าหมาย

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ