Loading

สนข.เปิดแผนลงทุน 2.7 ล้านล้านบาท ศึกษาโครงข่ายทางรถไฟรับเขตศก.พิเศษ และ TOD

วันที่ : 30 กันยายน 2560
สนข.เปิดแผนลงทุน 2.7 ล้านล้านบาท ศึกษาโครงข่ายทางรถไฟรับเขตศก.พิเศษ และ TOD

นายชยธรรม์ พรหมศร รองผู้อำนวยการ สำนักงานนโยบายและแผน การขนส่งและจราจร กล่าวว่า สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) ดำเนินการศึกษาและจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ การท่องเที่ยว และการพัฒนาพื้นที่ เพื่อรองรับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบรางในภูมิภาคต่างๆ และเพิ่มขีดความสามารถด้านการให้บริการสร้างความมั่นใจแก่ผู้ใช้บริการและนักลงทุน ตลอดจนส่งเสริมระบบรางให้เป็นโครงข่ายหลักในการเดินทาง

พร้อมทั้งเชื่อมโยงการเดินทางและการขนส่งสินค้าครอบคลุมพื้นที่เศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ โดยแบ่งการพัฒนาออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ แผนการดำเนินงานระยะสั้น (ระยะเร่งด่วน) เป็นโครง การที่กำลังดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน และโครงการที่สามารถดำเนินการก่อสร้างได้ภายใน 5 ปีแรกตามแผนแม่บทฯ (พ.ศ.2560 - 2564) แผนการดำเนินการระยะกลาง เป็นโครงการที่สามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในช่วงปีที่ 6-10 ตามแผนแม่บทฯ (พ.ศ.2565-2569) แผนการดำเนินการระยะยาวเป็นโครงการที่จะเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายหลังปีที่ 10 ตามแผนแม่บทฯ (พ.ศ.2570-2579)

สำหรับการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟครอบคลุมทั่วประเทศ ประกอบด้วย

1.การพัฒนาทางคู่ในโครงข่ายทางรถไฟปัจจุบัน รวมระยะทาง 2,777 กม. แบ่งเป็น แผนระยะเร่งด่วน เช่น รถไฟทางคู่สายฉะเชิงเทราคลองสิบเก้า-แก่งคอย, รถไฟทางคู่ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น, รถไฟทางคู่ สายหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ แผนระยะกลาง เช่น รถไฟทางคู่สายปากน้ำโพเด่นชัย,  รถไฟทางคู่สายชุมทางศรีราชามาบตาพุด, รถไฟทางคู่สายสุราษฎร์ธานีชุมทางหาดใหญ่-สงขลา,  รถไฟทางคู่ชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ แผนระยะยาว เช่น รถไฟทางคู่ช่วงเด่นชัยเชียงใหม่, รถไฟทางคู่ช่วงชุมทางคลองสิบเก้า-อรัญประเทศ

2.แผนพัฒนาโครงการทางรถไฟสายใหม่ (Meter gauge) รวมระยะ 2,352 กม. แบ่งเป็น แผนระยะเร่งด่วน เช่น รถไฟสายเด่นชัย-เขียงของ, รถไฟสายบ้านไผ่-นครพนม แผนระยะกลาง เช่น รถไฟสายนครสวรรค์-ตาก-แม่สอด, รถไฟสายกาญจนบุรี-บ้านภาชี แผนระยะยาว เช่น รถไฟสายมาบตาพุด-ระยองจันทบุรี-ตราด, รถไฟสายอุบลราชธานีช่องเม็ก, รถไฟสายสุราษฎร์ธานี-ดอนสัก

3.แผนพัฒนาโครงการรถไฟความเร็วสูง (Standard gauge) รวมระยะ 2,457 กม. แบ่งเป็น แผนระยะเร่งด่วน ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-ระยอง, รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-นครราชสีมา, รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯ-หัวหิน แผนระยะกลาง ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงสายกรุงเทพฯพิษณุโลก, รถไฟความเร็วสูงสายนคร ราชสีมา-หนองคาย ส่วนแผนระยะยาว ได้แก่ รถไฟความเร็วสูงสายพิษณุโลกเชียงใหม่, รถไฟความเร็วสูงสายหัวหินสุราษฎร์ธานี, รถไฟความเร็วสูงสายสุราษฎร์ธานี-ปาดังเบซาร์

4.การจัดสรรตำแหน่งคลังเก็บสินค้า (Container yard : CY) แบ่งเป็น แผนระยะเร่งด่วน เช่น หว้ากอ, หนองปลาดุก แผนระยะกลาง เช่น ศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าโลจิสติกส์นาทา ส่วนแผนระยะยาว เช่น ห้างฉัตร, สารภี และ 5.แผนการพัฒนาระบบการเดินรถด้วยระบบไฟฟ้า ซึ่งแบ่งเป็น แผนระยะเร่งด่วน คือ การศึกษาเพื่อจัดทำแผนที่นำทางของการปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้ระบบไฟฟ้าในการเดินรถ ส่วน แผนระยะกลาง เช่น การก่อสร้างและติดตั้งระบบการเดินรถด้วยระบบไฟฟ้าในเส้นทางช่วงชุมทางบางซื่อ-บ้านภาชีแก่งคอย-ถนนจิระ และยังมีแผนระยะยาว เช่น การก่อสร้างและติดตั้งระบบการเดินรถด้วยระบบไฟฟ้า ในเส้นทางช่วงชุมทางบางซื่อ-หนองปลาดุก-หัวหิน นอกจากนี้ ในแผนแม่บทฯ ยังมีการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานให้ได้มาตรฐานเพื่อความปลอดภัย และการวางแผนจัดหารถจักรและล้อเลื่อนด้วย

แหล่งข่าวจาก สนข. กล่าวว่า ด้านการลงทุนเพื่อพัฒนาโครงการตามแผนแม่บทนั้น แบ่งเป็น 3 ระยะเช่นกัน โดยรวมทุกแผนงานในระยะเร่งด่วนมูลค่า 829,802 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนจากภาครัฐ 642,802 ล้านบาท และจากภาคเอกชน 187,000 ล้านบาท ส่วนระยะกลางการลงทุนรวม 897,568 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนจากภาครัฐ 692,128 ล้านบาท และภาคเอกชน 205,441 ล้านบาท

ส่วนการลงทุนในระยะยาว มีมูลค่าอยู่ที่ 975,564 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนจากภาครัฐ 638,922 ล้านบาท และภาคเอกชน 336,642 ล้านบาท รวมงบประมาณในการลงทุนตามแผนแม่บทการพัฒนาโครงข่ายทางรถไฟสนับสนุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ การท่องเที่ยว และการพัฒนาพื้นที่ระยะเวลา 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) รวมมูลค่ากว่า 2,702,934 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนจากภาครัฐทั้งสิ้น 1,973,851 ล้านบาท และจากภาคเอกชนรวม 729,083 ล้านบาท โดยหากคิดค่าเฉลี่ยของการลงทุนในระยะเวลา 20 ปีของแผนแม่บท จะมีมูลค่าลงทุนเฉลี่ยปีละ 135,147 ล้านบาท แบ่งเป็นการลงทุนจากภาครัฐเฉลี่ยปีละ 98,693 ล้านบาท และภาคเอกชนเฉลี่ยปีละ 36,454 ล้านบาท สำหรับการประเมินผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจจากการลงทุนตามแผนแม่บท ซึ่งจะเสร็จสิ้นในปี พ.ศ.2580 รวมกว่า 408,008.64 ล้านบาทต่อปี

 
ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามธุรกิจ
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ