Loading

ดันแม่สอดโมเดลสู่ศูนย์ค้าปลีก-ส่ง คาดเพิ่มยอดการค้า'ไทย-เมียนมา'แตะ 3 แสนล้านบาท

วันที่ : 5 กันยายน 2560
ดันแม่สอดโมเดลสู่ศูนย์ค้าปลีก-ส่ง คาดเพิ่มยอดการค้า'ไทย-เมียนมา'แตะ 3 แสนล้านบาท

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า คณะทำงานด้านการส่งเสริมการค้า ธุรกิจบริการและการลงทุนในต่างประเทศ (D4) ภายใต้คณะกรรมการสานพลังประชารัฐได้แต่งตั้งคณะทำงานพัฒนาการค้าเมืองชายแดนแม่สอด เพื่อพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอดให้เป็นศูนย์ค้าปลีก-ส่งที่ใหญ่ที่สุดระหว่างไทยและเมียนมา ซึ่งจะช่วยส่งเสริมและผลักดันให้กาค้าของทั้ง 2 ประเทศขายตัวได้มากขึ้น

สำหรับคณะทำงานที่ตั้งขึ้นจะติดตามปัญหาและเสนอแนวทางแก้ไข เพื่อให้การพัฒนาศูนย์ค้าปลีก-ส่งเกิดจึ้นโดยเร็ว เช่น การแก้ไขปัญหาผ่านแดนทั้งขาเข้าและขาออก การสร้างศูนย์กระจายสินค้า การปรับเงื่อนไขกฎระเบียบด้านการส่งเสริมกิจการค้าปลีก-ส่งการพัฒนาระบบโลจิสติกส์การเพิ่มจำนวนเที่ยวบินระหว่างประเทศ เช่น เที่ยวบินแม่สอด-ย่างกุ้ง จากเดิมที่มีเที่ยวบินกรุงเทพฯย่างกุ้ง โดยปัญหาเหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นที่ทราบกันอยู่แล้ว และต้องหาทางแก้ไขโดยเร็ว

ทั้งนี้ การลงทุนสร้างศูนย์ค้าปลีก-ส่งในเขตเศรษฐกิจพิเศษแม่สอด จะช่วยผลักดันให้เกิดการลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งธุรกิจค้าปลีก-ส่ง ธุรกิตต่อเนื่อง เช่น โลจิสติกส์ และเกิดผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก(เอสเอ็มอี)ที่ทำธุรกิจค้าปลีก-ส่งอีกจำนวนมาก โดยประเมินว่าน่าจะมีมูลค่าการลงทุนไม่ต่ำกว่า 90,000 ล้านบาท  และยังจะช่วยเพิ่มยอดการค้าระหว่างไทย-เมียนมาให้สูงขึ้น ตั้งเป้าหมายว่าจะมีมูลค่าการส่งออก-นำเข้าถึง 300,000 ล้านบาทภายในปี 64 หรือเพิ่มขึ้น 380% จากปี 59 และช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัด(จีดีพีจังหวัด)มีมูลค่า 174,000 ล้านบาท ผลิตภัณฑ์มวลรวมจังหวัดต่อหัว 170,000 บาท

"กระทรวงฯจะเร่งผลักดันแม่สอดโมเดลในด้านการพัฒนาศูนย์การค้าปลีก-ส่ง ไปใช้กับเขตเศรษฐกิจพิเศษที่อยู่ติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว กัมพูชา และมาเลเซียต่อไปโดยจุดอื่นที่คาดว่าจะผลักดันในระยะแรกนอกจากที่แม่สอด จ.ตากแล้ว ก็มีที่มุกดาหาร สระแก้ว ตราด และสงขลา ส่วนระยะที่ 2 จะผลักดันที่เชียงราย หนองคาย นครพนม กาญจนบุรี และนราธิวาส"

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ
ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ