Loading

คลังสั่งลุยกู้สร้างรถไฟฟ้าดันหนี้ประเทศก.ค.พุ่งอีก

วันที่ : 5 กันยายน 2560
คลังสั่งลุยกู้สร้างรถไฟฟ้าดันหนี้ประเทศก.ค.พุ่งอีก

สบน.เร่งกู้เงินสร้างรถไฟฟ้าและรถไฟทางคู่ ล่าสุดเดือน ก.ค. หนี้สาธารณะแตะ 6.2 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.9 หมื่นล้านบาท ภาครัฐมือเติบสุด รัฐวิสาหกิจมีหนี้ 9.6 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 339.42 ล้านบาท

นายธีรัชย์ อัตนวานิช ที่ปรึกษาด้านตลาดตราสารหนี้ รายงานหนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 มีจำนวน 6,224,988.75 ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ 41.83 ของจีดีพี เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้าหนี้สาธารณะคงค้างเพิ่มขึ้นสุทธิ 39,491.75 ล้านบาท

โดยแบ่งเป็นหนี้รัฐบาล 4,803,543.97 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจ 967,658.32 ล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 438,271.67 ล้านบาท และหนี้หน่วยงานของรัฐ 15,514.79 ล้านบาท

สำหรับหนี้รัฐบาล 4,803,543.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิ 43,586.19 ล้านบาท เนื่องจากการกู้เงินตามแผนที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2560 และพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปี 2560 รวมถึงเพื่อการบริหารหนี้สาธารณะ เพิ่มขึ้น 34,510 ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินเพื่อการลงทุนจากแหล่งเงินกู้ในประเทศจำนวน 9,642.10 ล้านบาท

โดยแบ่งเป็น การกู้ให้กู้ต่อแก่ 1.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยเบิกจ่ายเงินกู้จำนวน 8,803.56 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้มจำนวน 7,856.80 ล้านบาท สายสีเขียวจำนวน 620.73 ล้านบาท และสายสีน้ำเงินจำนวน 326.03 ล้านบาท และ 2.การรถไฟแห่งประเทศไทยเบิกจ่ายเงินกู้จำนวน 838.54 ล้านบาท เพื่อจัดทำโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟ สายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย จำนวน 419.83 ล้านบาท โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมทางถนนจิระ-ขอนแก่น จำนวน 328.65 ล้านบาท และโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต จำนวน 90.06 ล้านบาท

การชำระหนี้ที่รัฐบาลกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้แก่กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่สอง พ.ศ. 2545 (FIDF 3) จำนวน 14.14 ล้านบาท โดยใช้เงินจากบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูฯ

หนี้รัฐวิสาหกิจ จำนวน 967,658.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้นสุทธิ 339.42 ล้านบาท โดยการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญเกิดจากหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน ลดลง 950.63 ล้านบาท โดยรายการที่สำคัญเกิดจากการชำระคืนหนี้สกุลเงินเยนของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) และการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น
ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ