Loading

แบงก์โละเอ็นพีแอล2หมื่นล. จับตาครึ่งปีหลังธนาคารเร่งระบายหนี้เสียล็อตใหญ่ เอเอ็มซีแข่งเดือดวิ่งประมูล

วันที่ : 4 สิงหาคม 2560
แบงก์โละเอ็นพีแอล2หมื่นล. จับตาครึ่งปีหลังธนาคารเร่งระบายหนี้เสียล็อตใหญ่ เอเอ็มซีแข่งเดือดวิ่งประมูล

บสก.พร้อมลุยซื้อเอ็นพีแอลครึ่งปีหลัง ประเมินแบงก์เทขายหนี้เสียอีกประมาณ 2 หมื่นล้าน

นายสมพร มูลศรีแก้ว รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีหลังคาดว่าธนาคารพาณิชย์จะขายสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ออกมาอีกประมาณ 2 หมื่นล้านบาท เนื่องจากสถาบันการเงินส่วนใหญ่ยังคงมีนโยบายที่จะต้องเร่งระบายเอ็นพีแอล ออกเพื่อลดภาระการตั้งสำรองหนี้เสีย

อย่างไรก็ตาม บสก.ก็สนใจเข้าไปประมูลเอ็นพีแอลทุกกอง แต่จะเน้น สินเชื่อที่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อเอสเอ็มอี และยังไม่มีนโยบายที่จะซื้อเอ็นพีแอลประเภทไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เช่น สินเชื่อบัตรเครดิต หรือสินเชื่อส่วนบุคคล เนื่องจากไม่มีความถนัดและมีต้นทุนการติดตามสูง

"ในปีนี้ บสก.ตั้งเป้าหมายซื้อ เอ็นพีแอลประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ซึ่งในครึ่งปีแรกสามารถซื้อเอ็นพีแอลไปแล้วประมาณ 5,000 ล้านบาท และอยู่ระหว่างการเจรจรารับซื้ออีกประมาณ 3-4 ราย ก็คาดว่าจะซื้อเอ็นพีแอลได้ตาม เป้าหมาย เพราะส่วนใหญ่สถาบันการเงินจะเร่งขายเอ็นพีแอลในช่วงครึ่งปีหลัง" นายสมพร กล่าว

นายสมพร กล่าวว่า ขณะนี้ธุรกิจการประมูลซื้อเอ็นพีแอลมีการแข่งขันกันสูง เนื่องจากมีบริษัทบริหารสินทรัพย์ (เอเอ็มซี) เปิดใหม่หลายแห่ง โดยปัจุบัน มีประมาณ 42 แห่ง และบางรายก็มีนายทุนจาก ต่างประเทศเข้ามาร่วมทุนด้วย และเริ่มที่จะเข้ามาประมูลเอ็นพีแอลบ้างแล้ว  แต่ บสก.ก็ไม่ถือว่าเป็นคู่แข่งขัน เพราะ ธุรกิจการบริหารสินทรัพย์นั้นไม่ได้อยู่ที่เงินทุนอย่างเดียว ต้องมีประสบการณ์และทีมงานในการติดตาม และปรับโครงสร้างหนี้ด้วย

สำหรับความคืบหน้าการนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ แห่งประเทศไทยนั้น ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้ แต่ยืนยันว่ายังมีแผนนำบริษัทเข้าจดทะเบียนแต่เมื่อไรนั้นต้องดูความเหมาะสม

ทั้งนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของสถาบันการเงินทั้งระบบ ณ สิ้นไตรมาส 2 ของปี 2560 อยู่ที่ 4.17 แสนล้านบาท ติดเป็น 2.95% ของสินเชื่อรวม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนเอ็นพีแอลอยู่ที่ 3.74 แสนล้านบาทหรือเพิ่มขึ้น 4.3 หมื่นล้านบาท

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์
ข่าวบ้านมือสอง อื่นๆ