Loading

เร่งประมูลระบบราง'8แสนล.'กระตุ้นศก.

วันที่ : 17 กรกฎาคม 2560
เร่งประมูลระบบราง'8แสนล.'กระตุ้นศก.

รัฐเตรียมเปิดประมูลโครงสร้างพื้นฐาน ระบบราง 11 โครงการ วงเงินกว่า 8.44 แสนล้าน นักวิเคราะห์หวังลงทุนรัฐครึ่งปีหลังฟื้น หลัง 5 เดือนแรกหดตัว 3.7% มองโครงการรถไฟ ความเร็วสูงยังไร้อานิสงส์ดันเศรษฐกิจไทยปีนี้ เหตุงบส่วนใหญ่เริ่มทยอยออกปีหน้า ชี้โครงการ ดังกล่าวหากเชื่อมไทยเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน ในภูมิภาค ดึงต่างชาติเข้ามาตั้งฐานการผลิตได้ถือว่าคุ้ม

โครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ (เมกะโปรเจค)ในไทย ที่รัฐพยายามผลักดันอย่างเต็มที่ เป็นไปเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะจากนี้ ต่อเนื่องไปอีก 3-5 ปี โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบราง กระทรวงคมนาคมประเมินว่า ปีนี้น่าจะผลักดันการประมูล ได้มากถึง 11 โครงการ มูลค่าการลงทุนรวม 843,902 ล้านบาท

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างเปิดประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 10 สัญญา 5 เส้นทาง ระยะทาง 702 กิโลเมตร มูลค่ารวม 79,161 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยได้ตัวผู้รับเหมาตั้งแต่ปลายเดือน ก.ค.-ก.ย. นี้ ได้แก่

1. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ หัวหินประจวบคีรีขันธ์ 2.โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ -เส้นทางนครปฐม-หัวหิน3. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์-ชุมพร4. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ และ 5. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรีปากน้ำโพ

ร.ฟ.ท.ยังมีโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าอีกหลายช่วง คาดว่าทั้งหมดจะเปิดประมูลไม่ทันปีนี้ ได้แก่ 1. รถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ช่วงดอนเมืองบางซื่อ-พญาไท

2. รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อน ช่วงบางซื่อ-พญาไท-มักกะสัน-หัวหมาก และสายสีแดงเข้ม ช่วงบางซื่อ-หัวลำโพง

3. รถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงอ่อนส่วนต่อขยาย 2 ช่วง คือ ช่วงตลิ่งชัน-ศิริาช และช่วงตลิ่งชัน-ศาลายา รวมถึงรถไฟฟ้าชานเมืองสายสีแดงเข้ม ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

เตรียมประมูลส่วนต่อขยาย4ช่วง

ประเทศไทย (รฟม.) เหลือการประมูลรถไฟฟ้า ด้านการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งส่วนต่อขยายอีก 4 ช่วง ได้แก่ 1.รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้ ช่วงเตาปูน-ราษฎร์บูรณะ 2.รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินส่วนต่อขยาย ช่วงบางแค-พุทธมณฑลสาย4 3.รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันตก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-ตลิ่งชัน และ 4.รถไฟฟ้าสายสีเขียวเข้มส่วนต่อขยายทางใต้ ช่วงสมุทรปราการ-บางปู

เบื้องต้นคาดว่าจะเปิดประมูลรถไฟฟ้าส่วนต่อขยาย 3 โครงการแรกได้ภายในปีนี้ คือ สีม่วงใต้ สีน้ำเงินส่วนต่อขยาย และสีส้มตะวันตก แต่จะไม่มีการเปิดประมูลรถไฟฟ้าสีเขียวส่วนต่อขยาย เพราะ รฟม. ได้โอนทรัพย์สินรถไฟฟ้าสายสีเขียวให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) แล้ว จึงต้องการให้ กทม. ตัดสินใจเรื่องการเปิดประมูลส่วนต่อขยายเอง

"ชมพู-เหลือง"ตอกเสาเข็มปีนี้

รถไฟฟ้าอีก 3 เส้นทางและจะเริ่มก่อสร้าง เมื่อต้นปีที่ผ่านมารฟม. ยังได้เปิดประมูลในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีชมพู และรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ซึ่งจะเริ่มตอกเสาเข็มไม่เกินเดือน ก.ย.นี้ รวมถึงโครงการสายสีส้มตะวันออกช่วงศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย-มีนบุรี (สุวินทวงศ์) ซึ่งเริ่มตอกเสาเข็มเมื่อ ต้นเดือนที่ผ่านมา

ผลักดันรถไฟเร็วสูง4เส้นทาง

กระทรวงคมนาคม อยู่ระหว่างการ ผลักดันโครงการรถไฟความเร็วสูง 4 เส้นทาง ได้แก่ รถไฟไทย-จีน ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯนครราชสีมา ระยะทาง 252.5 กิโลเมตร วงเงิน 179,413 ล้านบาท เตรียมลงนามสัญญากับฝ่ายจีน 2 ฉบับไม่เกินเดือน ก.ย. และคาดว่า อาจเริ่มเปิดประมูลงานโยธาได้ภายในปีนี้

ส่วนรถไฟไทย-ญี่ปุ่น ช่วงกรุงเทพฯเชียงใหม่ ระยะทาง 673 กิโลเมตรวงเงินลงทุน 546,744 ล้านบาทนั้น ทางญี่ปุ่นจะส่งรายงานการศึกษาความเหมาะสมฉบับสมบูรณ์ให้ฝ่ายไทยในเดือน ส.ค.นี้ แต่จะเปิดประมูลไม่ทันปีนี้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง ระยะทางประมาณ 200 กิโลเมตร มูลค่า 215,100 ล้านบาทและกรุงเทพฯ-หัวหิน ระยะทาง 211 กิโลเมตร มูลค่า 94,673 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (PPP) ทั้ง 2 เส้นทางต้องรับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชนเพิ่มเติม และเส้นทางกรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง ต้องรอผลการศึกษาการวิ่งรถเชื่อม 3 ท่าอากาศยานของ ร.ฟ.ท. ก่อน โดยเบื้องต้นคาดว่าอาจเปิดประมูลทั้ง 2 เส้นทางได้ภายในปีนี้

ครึ่งปีหลัง"เห็นการลงทุนรัฐชัด

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า การลงทุนของภาครัฐช่วง 5 เดือนแรกปีนี้ ยังคง หดตัว 3.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ทั้งปียังเชื่อว่าจะขยายตัวได้ 8.5% และหนุนให้เศรษฐกิจไทยในปีนี้ขยายตัวได้ 3.4%

"น่าจะเห็นการลงทุนภาครัฐที่ชัดเจนขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี เพราะโดยปกติแล้วรัฐมักจะเร่งลงทุนในช่วงท้ายๆ ของปีงบประมาณ จึงเชื่อว่าการลงทุนภาครัฐช่วงครึ่งปีหลังจะช่วยผลักดันการเติบโตของเศรษฐกิจไทย"

รถไฟไทย-จีนยังไม่ส่งผลต่อศก.ปีนี้

            ครม. เพิ่งอนุมัติโดยมีมูลค่าโครงการ 1.79 สำหรับโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ แสนล้านบาท อาจยังไม่มีผลต่อเศรษฐกิจไทย ปีนี้ เพราะเงินลงทุนที่จัดสรรในปีนี้ยังน้อยมาก แต่จะมีผลต่อเศรษฐกิจในปีถัดไป ส่วนความคุ้มค่าการลงทุน คงต้องขึ้นกับว่าโครงการนี้จะดึงดูดการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติได้มากน้อยแค่ไหน

"ผลต่อเศรษฐกิจระยะสั้นเราก็หวังว่า งบประมาณการก่อสร้างจะหนุนเศรษฐกิจไทยบ้าง แต่ระยะกลางถึงยาวหลังจากที่โครงการเสร็จสิ้น เราคาดหวังว่าจะดึงให้ต่างชาติ เข้ามาลงทุนสร้างฐานการผลิตในไทย

ต่างชาติ"ตั้งตารอพรบ.อีอีซี

สำหรับการลงทุนของรัฐที่คาดหวังให้เอกชนลงทุนตาม เวลานี้นักลงทุนส่วนใหญ่โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติรอดูความชัดเจนของพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) ซึ่งคาดว่าจะเสร็จในช่วงเดือนต.ค. ขณะเดียวกันนักลงทุนบางส่วนอาจมีคำถามในเรื่องของการเลือกตั้งทั่วไป ซึ่งประเด็นที่ห่วงกันค่อนข้างมาก คือ ความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายของภาครัฐ

นายนริศ สถาผลเดชา ผู้อำนวยการอาวุโส ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) กล่าวว่า การลงทุนของภาครัฐในขณะนี้ ส่วนใหญ่ยังเป็น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานประเภท ระบบขนส่ง เช่น ทางด่วน รถไฟฟ้า รวมทั้ง รถไฟความเร็วสูงที่เตรียมจะลงทุนใน เร็วๆ นี้ ซึ่งการลงทุนลักษณะนี้แม้จะดึงดูดให้เอกชนลงทุนตามได้ แต่ประสิทธิผลคงไม่มากนัก

"การลงทุนเหล่านี้จะผูกโยงกับภาคการก่อสร้าง ซึ่งการลงทุนเอกชนที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างมีสัดส่วนเพียง 20% ของการลงทุนทั้งหมด ส่วนอีก 80% เป็นการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือ เครื่องจักร ดังนั้นการจะหวังให้การลงทุนเอกชนกลับมาได้ อาจต้องมุ่งไปที่โครงการในลักษณะอีอีซี (ระเบียงเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก)"

อีอีซี"ความหวังดันเศรษฐกิจ

" นายนริศ กล่าวว่า อีอีซี ถือเป็นความหวัง ของการลงทุนเอกชน และจะเป็นตัวที่ ผลักดันให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวอย่างมั่นคงในอนาคต ขณะเดียวกันก็เชื่อว่า จะเริ่มเห็นเอกชนบางส่วนเข้ามาลงทุนในโครงการนี้ ช่วงครึ่งปีหลัง เพราะปัจจุบันเอกชนบางแห่ง เริ่มที่จะลงทุนแล้ว

ส่วนโครงการรถไฟความเร็วสูงที่ ครม. มีมติอนุมัติไปเมื่อเร็วๆ นี้ หากมองในเรื่องความคุ้มค่าคงต้องดูว่าโครงการนี้จะดึงให้ไทยเข้าไปอยู่ในห่วงโซ่อุปทานการผลิตของกลุ่มภูมิภาคได้อย่างไร หากเป็นเพียงแค่เส้นทางผ่านไปยังประเทศอื่น ไทยก็คง ไม่ได้ประโยชน์จากโครงการเหล่านี้

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ
ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ