Loading

สรรพากรปิดช่องเลี่ยงภาษีมรดก

วันที่ : 20 มิถุนายน 2560
สรรพากรปิดช่องเลี่ยงภาษีมรดก

          สรรพากรระบุ การใช้ช่องโหว่ของกฎหมายที่ยกเว้นภาษีการโอนสินทรัพย์จากบุคคลธรรมดาไปยังนิติบุคคลเพื่อหลีกเลี่ยงภาษีมรดก ถือว่า ได้ไม่คุ้มเสียเพราะที่สุดแล้ว สินทรัพย์ดังกล่าวจะถูกเก็บภาษีจากกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกปี

          นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยถึงกรณีที่ขณะนี้มีกระแสข่าวว่า ขณะนี้ มีการใช้โหว่ของกฎหมายการยกเว้น ภาษีการโอนทรัพย์สินบุคคลธรรมดาไปเป็นนิติบุคคล เพื่อใช้หลบเลี่ยงการเสียภาษีมรดกว่า ช่องทางดังกล่าว แม้จะหลบเลี่ยงการเสียภาษี มรดกได้ แต่ก็ยังหนีไม่พ้นที่จะต้องมีภาระจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติ(สนช.)

          การเสียภาษีมรดกนั้น จะเสียเพียงครั้งเดียว และในอัตราที่ต่ำ กล่าวคือ มรดกที่ได้รับมา หากไม่เกิน 100 ล้านบาท จะไม่มีภาระภาษีโดยกรมสรรพากรจะคิดภาษี เฉพาะมรดกส่วนที่เกิน 100 ล้านบาทเท่านั้น โดยคิดในอัตรา 10% แต่หากผู้รับมรดก เป็นบุพการี หรือผู้สืบสันดาน จะเสียภาษีเพียง 5% แต่หากโอนทรัพย์สินอันเป็นที่ดินและสิ่งปลูกสร้างไปไว้กับบริษัทแล้ว ก็จะต้องมีภาระในการจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกปี "บุคคลที่ต้องการโอนอสังหาริมทรัพย์ ไปยังนิติบุคคล ด้วยข้อยกเว้นภาษีดังกล่าวซึ่งต้องการสร้างต้นทุนไว้คอยในอนาคต และต้องการหลบเลี่ยงภาษีมรดกผมว่า เขามองไม่ครบ โดยมองถึงภาษีมรดกไปด้วย เพราะเราต้องปิดช่องอยู่แล้วโดยต้องไม่ลืมว่าต้องมีภาระจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างทุกปี เพราะเป็นทรัพย์สินที่ใช้ในการธุรกิจ"

          ก่อนหน้านี้กรมสรรพากร ได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากรฉบับที่ 4 เมื่อเดือน มี.ค.2560ว่า ด้วยการยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษี มูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ กรณีที่บุคคล ต้องการโอนทรัพย์สินในกิจการ ธุรกิจ ไปยังบริษัทนิติบุคคล ซึ่งถือเป็นมาตรการ ส่งเสริมให้บุคคล เข้ามาจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล เพื่อให้เข้าสู่ระบบภาษีที่ถูกต้อง

          ประกาศดังกล่าว กำหนดเงื่อนไขว่า ต้องเป็นการโอนกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สิน ตามราคาตลาด จากบุคคลให้แก่บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่จดทะเบียน จัดตั้งตั้งแต่วันที่ 10 ส.ค.2559-31 ธ.ค. 2560 เพื่อใช้เป็นทุนจดทะเบียนของบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลนั้น

          ต่อมาเดือนมิ.ย. 2560 ได้ออกประกาศฉบับที่ 5 เพิ่มเติม กำหนดให้ราคาที่รับโอนใช้ราคาตลาด เว้นแต่ทรัพย์สินประเภทที่ดินหรือที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ที่ต้องโอนด้วยราคาประเมินทุนทรัพย์ (ราคาประเมินที่ใช้เสีย ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม) ทั้งนี้กรมสรรพากรอยู่ระหว่างการแก้ไข ประมวลรัษฎากร ในมาตรา 49 ทวิที่กำหนดให้ ใช้ราคาประเมิน(ของกรมธนารักษ์) เป็นฐาน ในการประเมินภาษี เช่น แม้ราคาซื้อขายที่ดิน จะอยู่ที่ 50 ล้านบาท แต่ราคาประเมินที่ดินแปลงนั้นที่ 10 ล้านบาท จะต้องประเมินภาษี จากรายได้ที่ 10 ล้านบาทเท่านั้นซึ่งการแก้ไข ใหม่อยู่ระหว่างพิจารณาของคณะกรรมการ กฤษฎีกานั้น จะใช้ราคาประเมินหรือราคาซื้อขาย แล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่ากัน

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ