Loading

ยกระดับ เจเทปปา ดึงญี่ป่นร่วมวางแผนพัฒนา ขยายพื้นที่ อีอีซี 4จังหวัด

วันที่ : 9 มิถุนายน 2560
ยกระดับ เจเทปปา ดึงญี่ป่นร่วมวางแผนพัฒนา ขยายพื้นที่ อีอีซี 4จังหวัด

"สมคิด"ตรวจการบ้าน คมนาคมจันทร์นี้ ถกไฮสปีด"กรุงเทพฯระยอง"เชื่อมอยุธยา

 

"สมคิด"เสนอยกระดับ"เจเทปปา" สั่งพาณิชย์รีวิวข้อตกลงให้ญี่ปุ่น ร่วมพัฒนาอีอีซี เตรียมเพิ่ม อีก 1 จังหวัดรองรับการขยายอุตสาหกรรม เผย"ปราจีนบุรี" โอกาสสูง ด้านเอกชนหนุนขยายพื้นที่

 

การประชุมคณะกรรมาธิการร่วมระดับสูงไทย-ญี่ปุ่น ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 7 มิ.ย.2560 ที่กรุงโตเกียว นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี และนายโยะชิฮิเดะ สึกะ เลขาธิการคณะรัฐมนตรีญี่ปุ่น เป็นประธานร่วม โดยระบุว่า ประเด็นของ การหารือครอบคลุมความร่วมมือยุทธศาสตร์เศรษฐกิจรอบด้าน ทั้งการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(อีอีซี) และการทบทวนข้อตกลง การค้าระหว่างไทยกับญี่ปุ่นหรือเจเทปปา

 

นายสมคิด กล่าวว่า การหารือเจเทปปา ได้สั่งให้กระทรวงพาณิชย์เร่งสรุป รายละเอียดที่จะต้องหารือและปรับปรุงร่วมกันให้สอดรับ กับสถานการณ์ปัจจุบัน แต่การรีวิวครั้งนี้จะไม่เน้น ลดภาษีสินค้าเหมือนที่ผ่านมา แต่ฝ่ายไทยต้องการให้มีการวางแผนนำเอาเทคโนโลยีมาปรับใช้ พัฒนาการค้าสู่โลกที่เปลี่ยนแปลง และอยากให้ญี่ปุ่น เข้ามาช่วย เช่น กระทรวงดิจิทัล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) กำลังจัดตั้งสถาบันด้าน เทคโนโลยีในอีอีซี  ก็ขอให้กระทรวงเศรษฐกิจ การค้าและอุตสาหกรรม(METI) เข้ามาช่วย ก่อตั้งด้วย

 

"การรีวิวเจเทปปาครั้งนี้ จะต้องไม่เหมือนครั้งก่อนๆ เพราะเราจะไม่คุยกัน ถึงรายละเอียดสินค้า การปรับลดภาษีเพียง อย่างเดียว แต่อยากให้เห็นภาพการพัฒนาความร่วมมือกันแบบใหม่ ให้เห็นเป็นภาพอนาคต ช่วยกันสร้างระบบรองรับการเปลี่ยนแปลงของการค้าที่จะเกิดขึ้น ทั้งพัฒนาบุคลกรร่วมกัน พัฒนาระบบร่วมกัน ซึ่งเป้าหมายแรกๆ ของความร่วมมือการพัฒนานี้ เราจะเน้นไปที่อุตสาหกรรม ยานยนต์ พัฒนาบุคลกรของเราให้มีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงไปถึงการช่วยพัฒนาซีแอเอ็มวี"

 

นายสมคิด ยังกล่าวอีกว่า ในการหารือเรื่องเจเทปปา ทางญี่ปุ่นไม่ได้เสนอเงื่อนไขเป็นพิเศษ ซึ่งนอกจากการหารือประเด็นความร่วมมือทางการค้าแล้ว ไทยยังแสดงความสนใจพร้อมเข้าร่วมข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย - แปซิฟิก(ทีพีพี) ที่ญี่ปุ่นสนับสนุน หากประเทศสมาชิกมีการ ทบทวนเงื่อนไขแล้วเสร็จ และเปิดรับสมาชิกใหม่ ขณะที่การเจรจาการตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจระดับภูมิภาค(อาร์เซ็ป) ไทยก็ยังคงสนับสนุนให้เดินหน้าต่อเนื่อง

 

ขยายพื้นที่อีอีซีเป็น4จังหวัด

 

นอกจากการหารือในส่วนดังกล่าวแล้ว ไทยยังชี้แจงถึงนโยบายการลงทุนในพื้นที่ อีอีซี ที่จะมุ่งเน้นพัฒนา 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย โดยในการนี้ ทั้งสองฝ่ายได้หารือถึงความร่วมมือที่เป็นไปได้ในการพัฒนา  "4 พื้นที่เพื่อการพัฒนา-14 โครงการหลัก- 5 โครงการลำดับสูงสุดในปี 2560" ที่จะมีการลงทุน 4.3 หมื่นล้านดอลลาร์ ในระยะเวลา 5 ปี

 

สำหรับพื้นที่อีอีซีเดิม มี 3 จังหวัด คือ ฉะเชิงเทรา ระยอง และชลบุรี

 

"ทางสึกะได้ตอบตกลงที่จะดูแล สั่งการนำเอกชนไปเยือนไทย เพื่อฉลอง ความสัมพันธ์ 130 ปี นอกจากนี้ก็ได้ตอบตกลงที่จะช่วยซัพพอร์ตการพัฒนาโครงสร้าง ความเชื่อมโยงทางดิจิทัลสำหรับการค้าและการเงินรูปแบบใหม่ การยกระดับการค้าข้ามชายแดน การพัฒนาห่วงโซ่อุปทานและการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ในภูมิภาคเพื่อรองรับอุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งจะเป็นเนื้อหาสำคัญ ในการทำแผนแม่บทกรอบยุทธศาสตร์ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ อิระวดี-เจ้าพระยา-แม่โขง (ACMECS) ซึ่งไทยจะเป็นประธานจัดในปี 2561"

 

"อาคม"เผยญี่ปุ่นเสนอศึกษาเชื่อมอีอีซี

 

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ญี่ปุ่นแสดงความสนใจจะศึกษาโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง เพื่อเชื่อมต่อ 3 ท่าอากาศยานและขยายเส้นทางไปจนถึง จ.อยุธยา เนื่องจากรถไฟความเร็วสูง เส้นทางนี้จะเชื่อมต่อโครงการอีอซี ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ

 

สำหรับโครงรถไฟความเร็วสูงไทย-ญี่ปุ่น ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก-เชียงใหม่ ระยะทาง673กิโลเมตร วงเงินลงทุน 5.5 แสนล้านบาทก็อยู่ระหว่างศึกษาและเดินหน้า ต่อไป โดยไม่ได้เปลี่ยนแปลง

 

จ่อเปิดประมูลเส้น"กทม.-ระยอง"

 

ด้านนายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า การขยายเส้นทางรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง ไปจนถึง จ.อยุธยานั้น ยังไม่ทราบรายละเอียดที่ชัดเจน ทราบเพียงแต่ว่าเป็นแนวคิดที่ประเทศญี่ปุ่นเสนอมา เพราะฉะนั้นคงต้องรอให้ผู้นำของประเทศทั้ง 2 ฝ่ายหารือและตัดสินใจร่วมกันก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร

 

แต่เบื้องต้นคาดว่า ในวันจันทร์ที่ 12 มิ.ย. อาจมีความชัดเจนมากขึ้น เพราะนายสมคิด มีกำหนดจะเดินทางมาตรวจเยี่ยมกระทรวงคมนาคมและอาจให้นโยบายเรื่องนี้ด้วย

 

นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่ง และจราจร (สนข.) กล่าวว่า ยังไม่ทราบ รายละเอียดและเชื่อมต่ออย่างไร โดย ตอนนี้อยู่ระหว่างประสานข้อมูลเพื่อศึกษารายละเอียดอยู่

 

สำหรับความคืบหน้าโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางกรุงเทพฯ-ระยองนั้น ตอนนี้ได้ศึกษาและออกแบบรายละเอียดเรียบร้อยหมดแล้ว โดยการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างพิจารณา รายละเอียดเพื่อเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดประมูล แบบรัฐเอกชนร่วมลงทุน(พีพีพี) เนื่องจาก นโยบายกำหนดให้รวมรถไฟความเร็วสูง เส้นทางดังกล่าว และรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ส่วนต่อขยายช่วงพญาไท-ดอนเมือง เข้าสู่ขั้นตอนของพีพีพีไปพร้อมกัน

 

สำหรับเส้นทางรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-ระยอง ได้ขยายเส้นทางจากเดิมสิ้นสุดที่สถานีกลางบางซื่อ ไปสิ้นสุดที่ท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อเป็นการเชื่อมต่อ 3 ท่าอากาศยานเข้าด้วยกัน คือ ท่าอากาศยานอู่ตะเภา สุวรรณภูมิ และดอนเมือง ส่วนรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรลลิงก์ จะเป็นการก่อสร้างส่วนต่อขยายจากพญาไท-ดอนเมือง เพื่อให้ขบวนรถที่วิ่งให้บริการอยู่ในปัจจุบันสามารถเชื่อมต่อจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปถึงดอนเมืองได้

 

เอกชนหนุนขยายพื้นที่อีอีซี

 

ด้านแหล่งข่าวจากกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า พื้นที่จังหวัดที่เหมาะสมในการขยายเป็นพื้นที่อีอีซี น่าจะเป็นจังหวัดปราจีนบุรี และสมุทรปราการ โดยจังหวัดปราจีนมีความเหมาะสมในเรื่องของการมีพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรองรับจำนวนมาก ส่วนจังหวัดสมุทรปราการ มีจุดเด่นในเรื่องของการเป็นที่ตั้งของสนามบินสุวรรณภูมิ สามารถเชื่อมต่อไปยังต่างประเทศได้ง่าย

 

นายเจน นำชัยศิริ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ที่ผ่านมาก็ได้ยินมาบ้างที่รัฐบาล จะเพิ่มจังหวัดในพื้นที่อีอีซี ซึ่งส.อ.ท.ก็เห็นด้วย เนื่องจากเป็นการรวมพื้นที่ที่กว้างใหญ่ขึ้น ซึ่งหากจังหวัดที่เข้ามาใหม่มีโครงสร้างพื้นฐานที่สมบูรณ์ ก็จะเพิ่มศักยภาพการดึงดูดให้กับอีอีซีเพิ่มขึ้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ