Loading

ตลาดรับสร้างบ้านแข่งเดือด HBA-THBA แนะเน้นนวัตกรรม-ขายผ่านสื่อออนไลน์

วันที่ : 27 เมษายน 2560
ตลาดรับสร้างบ้านแข่งเดือด HBA-THBA แนะเน้นนวัตกรรม-ขายผ่านสื่อออนไลน์

2 สมาคมรับสร้างบ้าน แนะกลยุทธ์รุกตลาด เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน ควรมุ่งเน้นนวัตกรรมผสานทำการตลาดผ่านสื่อออนไลน์ มากกว่าแข่งขันกันที่ราคา เชื่อตลาดรับสร้างบ้านปี 60 อยู่ที่กว่า 1.4 หมื่นล้านบาท เติบโตใกล้เคียงปี 59

นายพิชิต อรุณพัลลภ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน (HBA) เปิดเผยว่า ปัจจุบันตลาดรับสร้างบ้านมีการแข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง มาจาก 2 เหตุผลหลักคือ ผู้ประกอบการรับสร้างบ้านต้องการสร้างยอดขายและหาลูกค้าใหม่เข้ามาชดเชยลูกค้าเก่าที่ครบกำหนดส่งมอบบ้าน อีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีผู้ประกอบการรายใหม่ที่เดิมเป็นตัวแทนจำหน่ายวัสดุก่อสร้างได้ขยายการบริการสู่ธุรกิจรับสร้างบ้าน

ด้วยเหตุนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงมุ่งเน้นทำตลาดด้วยกลยุทธ์ด้าน "ราคา" หรือ ลด แลก แจก แถม ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสำหรับการแข่งขันในระยะสั้น หากแต่ผู้ประกอบการต้องการการเติบโตที่ยั่งยืนควรมุ่งเน้นในเรื่อง "นวัตกรรม" เป็นหลัก อาทิ แบบบ้านเพื่อประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังต้องวางแผนรับมือการตลาดยุคโซเชียลมีเดียด้วยเช่นกัน

"ปัจจุบันผมว่าวงการที่อยู่อาศัยได้มีการพัฒนาในทุกแง่มุม เพื่อรองรับการอยู่อาศัยทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุก่อสร้างที่มีนวัตกรรม รวมทั้งโครงสร้างบ้านที่แข็งแรง รายละเอียดต่างๆ เหล่านี้ผู้ประกอบธุรกิจรับสร้างบ้านต้องให้ความสำคัญ รวมทั้งการออกแบบบ้านซีรีส์ใหม่ๆอาจต้องหาข้อมูลหรือทำงานร่วมกับบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายวัสดุก่อสร้างมากขึ้น เพื่อตอบโจทย์เทรนด์การอยู่อาศัยในอนาคต เช่น นวัตกรรมการจัดพื้นที่เพื่อรองรับกับผู้สูงอายุแบบครบวงจรไม่ว่าจะเป็น ห้องน้ำ ห้องนอน ทางขึ้นลง รวมถึงพื้นที่นั่งเล่น เป็นต้น" นายพิชิต กล่าว

นอกจากนี้ยังต้องยอมรับว่ากระแสยุคดิจิตอลได้เข้ามามีบทบาทต่อธุรกิจรับสร้างบ้านเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นเทคโนโลยีในการออกแบบอาคารเป็นรูป 3 มิติ ที่จะช่วยให้คำนวณ ปริมาณวัสดุที่ต้องใช้เทคโนโลยีต่างๆ เหล่านี้ผู้ประกอบการจำเป็นต้องเรียนรู้และต้องก้าวตามให้ทัน เพราะนอกจากจะช่วยให้ง่ายต่อการทำงานแล้ว ยังสามารถที่จะคำนวณต้นทุนต่างๆ ได้ด้วย

ด้านนายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน (THBA) กล่าวว่า แนวโน้มการแข่งขันของตลาดรับสร้างบ้านในช่วงไตรมาส 2 คาดว่าการแข่งขันด้านราคากันไม่น่ากังวลมากนัก เพราะกลุ่มผู้บริโภคตัวจริงที่ต้องการใช้บริการศูนย์รับสร้างบ้าน ส่วนใหญ่จะมีการศึกษารายละเอียดและหาข้อมูลเปรียบเทียบมาเป็นอย่างดี ก่อนตัดสินใจเลือกผู้ประกอบการรายใดเป็นผู้สร้างบ้าน

ฉะนั้นเรื่องการให้บริการก่อนและหลังการขาย คุณภาพวัสดุที่ต้องการ ดีไซน์แบบบ้าน ฝีมือและผลงานที่ผ่านมา ตลอดจนเสียงจากผู้ที่เคยใช้บริการมาแล้ว ทั้งหมดยังคงเป็นองค์ประกอบสำคัญ ที่ผู้บริโภคใช้ประกอบการพิจารณา ไม่ใช่เฉพาะราคาต่ำเพียงอย่างเดียว ดังนั้นผู้ประกอบการรับสร้างบ้านควรเน้นวางกลยุทธ์แข่งขันให้สอดคล้องกับสิ่งที่ผู้บริโภคต้องการ เพราะหากเลือกที่จะใช้ราคาต่ำแข่งขันไปตลอด สุดท้ายจะไม่สามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการให้ก้าวทันเทคโนโลยี และตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคได้อย่างพึงพอใจ

สำหรับสถานการณ์ตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศ ในช่วงไตรมาส 1 ปี 2560 (ม.ค.-มี.ค.) มีการขยายตัวใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันปีที่แล้ว แต่หากเปรียบเทียบกับไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ประเมินว่าเติบโตกว่า 18-19% โดยปัจจัยหลักๆ มาจากการกระตุ้นตลาดและแข่งขันกันคึกคักมากขึ้น ของบรรดากลุ่มผู้ประกอบการรับสร้างบ้าน หลังจากที่ไตรมาส 4 ตกอยู่ในบรรยากาศซบเซาระยะหนึ่ง ทั้งนี้ผู้ประกอบการได้มีการรวมตัวจัดอีเวนต์ หรือมหกรรมสร้างบ้านฯ และจัดโปรโมชันปลุกกำลังซื้อที่อั้นมาจากปีก่อนขึ้น รวมถึงมีการใช้งบซื้อโฆษณาทั้งทีวีและออนไลน์มากขึ้น ฯลฯ

ทั้งนี้ ได้มีการคาดการณ์ว่า ตลาดบ้านสร้างเองทั่วประเทศปี 2560 เฉพาะประเภทพักอาศัยถาวร จะมีมูลค่าตลาดรวมประมาณกว่า 8 หมื่นล้านบาท โดยกลุ่มผู้ประกอบการในธุรกิจรับสร้างบ้านมีส่วนแบ่งตลาดประมาณกว่า 1.4 หมื่นล้านบาท ขยายตัวใกล้เคียงกับปีที่แล้ว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ