Loading

ปรับปรุงผังเมืองรอบ 4 พลิกโฉมการพัฒนา กทม.ครั้งใหญ่

วันที่ : 8 มีนาคม 2560
ปรับปรุงผังเมืองรอบ 4 พลิกโฉมการพัฒนา กทม.ครั้งใหญ่



        
ปรับปรุงผังเมืองรอบ 4 พลิกโฉมการพัฒนา กทม.

         กรุงเทพมหานครโดยสำนักผังเมือง อยู่ระหว่างการรวบรวมและศึกษาข้อมูลด้านต่างๆ ในการปรับปรุงผังเมือง กทม.ครั้งที่ 4 ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงระบบคมนาคมครั้งใหญ่ใน กทม. และเป็นการพลิกโฉมการพัฒนาใน กทม. ครั้งสำคัญ

          พีระพงศ์ ศิริเกษม รองผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ ระหว่างการว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการจัดทำ ผังเมืองฉบับปรับปรุงครั้งที่ 4 โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วที่สุดภายในเดือน มี.ค.นี้ และเมื่อได้บริษัทแล้วก็จะเริ่มกระบวนการปรับปรุงผังเมือง กทม. ซึ่งได้ทำคู่ขนานไปกับการขออนุมัติคณะกรรมการผังเมือง กรมโยธาธิการและผังเมือง ในการขอปรับปรุงผังเมือง กทม.

          ขณะเดียวกัน สำนักผังเมืองได้ว่าจ้างบริษัทในการศึกษาอีก 3 โครงการ ได้แก่ โครงการศึกษาพื้นที่เพื่อรองรับธุรกิจโลจิสติกส์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องจัดให้พื้นที่รองรับทั้งในเรื่องของการขนส่งและแวร์เฮาส์ โครงการศึกษาพื้นที่อนุรักษ์เกษตรกรรม เพราะแม้ว่าเมืองจะมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากรถไฟฟ้า แต่ก็ยังจำเป็นที่เมืองจะต้องมีพื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงพื้นที่สำหรับการระบายน้ำ ซึ่งอยู่ในบริเวณฝั่งตะวันออกและตะวันตกของ กทม.

          ส่วนโครงการที่ 3 คือ การศึกษาเครื่องมือทางผังเมืองที่จะนำมาใช้ในผังเมืองฉบับปรับปรุงใหม่ เช่น การพัฒนาบริเวณรอบสถานีรถไฟฟ้า (Transfer Oriented Develop ment : TOD) การพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ (Planned Unit Development : PUD) การโอนสิทธิการพัฒนา (Transfer of Development Right : TDR) การกำหนดพื้นที่เพื่อส่งเสริมและควบคุมแบบซ้อนทับ (Overlay Control) เป็นต้น

          "การศึกษาทั้ง 3 โครงการได้ดำเนินการไปแล้ว เมื่อได้ข้อสรุปก็จะนำมาพิจารณาใส่ไว้ในผังเมือง กทม.ที่กำลังจะปรับปรุงใหม่" รองผู้อำนวยการสำนักผังเมือง กล่าว

          ทั้งนี้ ประเด็นสำคัญในการปรับปรุงผังเมือง กทม.ครั้งที่ 4 เนื่องจากจะมีการเปลี่ยนแปลงด้านการคมนาคมขนส่งใน กทม. จากการก่อสร้างรถไฟฟ้าหลายเส้นทาง ซึ่งตามเป้าหมายจะเปิดให้บริการครบ 10 เส้นทาง ภายในปี 2565 ซึ่งจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงกายภาพอย่างมโหฬาร แม้ว่ากฎหมายผังเมืองฉบับใหม่จะไม่กำหนดอายุของผังเมืองแล้วก็ตาม แต่ด้วยเหตุของการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว จึงจำเป็นที่จะต้องมีการปรับปรุงผังใหม่รองรับกับการเปลี่ยนแปลงของรถไฟฟ้า

          รายงานข่าวจากสำนักผังเมือง กทม. ระบุว่า นอกจากการใช้ประโยชน์ที่ดินที่จะมีการเปลี่ยนแปลงในพื้นที่ที่มีความหนาแน่น ซึ่งที่ผ่านมาได้ทำการศึกษาในเขตเมืองชั้นในและชั้นกลางทั้ง 25 เขตใน กทม.และฝั่งธนบุรีแล้ว บริเวณโดยรอบสถานีรถไฟฟ้าจะมีการทบทวนใหม่ทั้งการปรับเพิ่มและลด FAR หรือสัดส่วนพื้นที่อาคารรวมต่อพื้นดิน (Floor Area Ratio) เช่น สถานีปัจจุบันมีการพัฒนาเต็มพื้นที่อยู่แล้วก็อาจจะต้องลดลง

          ขณะเดียวกันสถานีที่เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายการเดินทาง ก็อาจจะมีการปรับ FAR เพิ่มและ ขยายรัศมีการให้ FAR เพิ่ม เพื่อให้เกิดการพัฒนาพื้นที่โดยรอบสถานีรถไฟฟ้า (Transfer Oriented Development : TOD) เหล่านี้ เช่น สถานีบางซื่อ มักกะสัน ตลิ่งชัน บางหว้า ธนบุรี- วงเวียนใหญ่  มีนบุรี อุดมสุข บางนา เป็นต้น

          ขณะเดียวกันจะนำเครื่องมือทางผังเมืองต่างๆ มาใช้ ได้แก่ การโอนสิทธิการพัฒนา (Transfer of Development Right) เพื่อสร้างความเป็นธรรมกับเจ้าของที่ดินที่ถูกรอนสิทธิ เช่น ที่ดินที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์เกษตรกรรม พื้นที่ชั้นในเกาะรัตนโกสินทร์ เป็นต้น จะสามารถนำสิทธิ FAR ที่ไม่ได้ใช้ขาย ให้กับเจ้าของที่ดินในพื้นที่ส่งเสริม เช่น พื้นที่บริเวณรอบสถานีรถไฟฟ้าได้ ซึ่งมาตรการ ดังกล่าวได้มีการศึกษาในเชิงลึก ที่จะนำมาใช้ ในผังเมืองฉบับปรับปรุงใหม่

          นอกจากนี้ ยังมีมาตรการการจัดทำข้อกำหนดแผนผังโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ (Planned Unit Development) หรือ PUD ซึ่งอยู่ในระหว่างการศึกษาเช่นกัน มาตรการ ดังกล่าวจะเป็นการกระตุ้นให้เกิดการรวมแปลง ที่ดินของพื้นที่ในเขตเมืองชั้นในซึ่งเป็นที่แปลง เล็กให้เกิดการรวมแปลงในการพัฒนาเป็นโครงการขนาดใหญ่ขนาด 50 ไร่ขึ้นไป รวมถึง กระตุ้นให้เกิดการนำที่ดินของรัฐที่มีอยู่ในเขตเมืองเป็นจำนวนมากมาพัฒนาให้มากขึ้น นอกจากนี้ยังมีการให้ FAR โบนัสกับโครงการที่เปิดพื้นที่ให้ใช้ประโยชน์เพื่อสาธารณะ หรือเปลี่ยนรั้วรอบโครงการเป็นพื้นที่ใช้ร่วมกันระหว่างอาคาร เป็นต้น

          การปรับปรุงผังเมือง กทม.รอบนี้ถือเป็น ช่วงเวลาสำคัญที่จะเกิดขึ้นพร้อมๆ กับระบบคมนาคมขนส่งใน กทม. ซึ่งจะเป็นการพลิกโฉมการพัฒนาครั้งใหญ่ของ กทม.ที่ต้องจับตา

          "การโอนสิทธิ การพัฒนา จะถูก นำมาใช้เพื่อสร้างความเป็นธรรมกับเจ้าของที่ดินที่ ถูกรอนสิทธิ เช่น ที่ดินที่อยู่ในพื้นที่อนุรักษ์เกษตรกรรม พื้นที่ชั้นในเกาะรัตนโกสินทร์ เป็นต้น"

ที่มา: หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ