Loading

ตลาดบ้านปี '60 ยังเหนื่อย ลุ้นเศรษฐกิจฟื้นช่วยดันตลาดโต

วันที่ : 30 ธันวาคม 2559
ตลาดบ้านปี '60 ยังเหนื่อย ลุ้นเศรษฐกิจฟื้นช่วยดันตลาดโต

โดย : วราพงษ์ ป่านแก้ว

ตลาดที่อยู่อาศัยในปี 2559 ถือเป็นอีกปีที่มีแต่ความผันผวน เริ่มตั้งแต่ต้นปีที่ได้รับอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ใน 4 เดือนแรกของปีผ่านไปอย่างหวานชื่น บริษัทพัฒนาที่ดินล้วนมีรายได้ในไตรมาสแรกเติบโตขึ้นกันอย่างถ้วนหน้า

ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์  ธนาคารอาคารสงเคราะห์ รายงานว่า จำนวนหน่วยที่อยู่อาศัยโอนกรรมสิทธิ์ที่เกิดขึ้นเฉพาะในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2559 ที่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคอสังหาริมทรัพย์นั้นมีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 57% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยที่คอนโดมิเนียมเพิ่มขึ้นมากถึง 147% ขณะที่ที่อยู่อาศัยแนวราบเพิ่มขึ้นเพียง 8%

นอกจากนี้ ยังส่งผลให้จำนวนที่อยู่อาศัยโอนกรรมสิทธิ์ในช่วงไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2559 มีสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2558 ในอัตรา 20.51% และ 21.92% ตามลำดับ

อย่างไรก็ตาม หลังจากหมดยากระตุ้นจากภาครัฐ ตลาดก็เริ่มชะลอตัวลงก่อนที่จะค่อยๆ เริ่มปรับตัวดีขึ้นอีกครั้งในช่วงปลายไตรมาส 3 ต่อเนื่องไตรมาสที่ 4 ซึ่งเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่น ก่อนที่ประเทศไทยจะต้องประสบกับความโศกเศร้าจากการเสด็จสู่สวรรคาลัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

กิจกรรมการตลาดในภาคธุรกิจถูกยกเลิก เพื่อร่วมพร้อมใจถวายอาลัยต่อพระองค์ พร้อมกับจบปีด้วยบรรยากาศแห่งความเศร้าอาลัย ก่อนที่จะเริ่มต้นกันใหม่อีกครั้งในปี 2560 ซึ่งต่างก็คาดหวังว่า ปัจจัยแวดล้อมทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ จะเริ่มดีขึ้นกว่าปี 2559

ทั้งนี้ ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ระบุว่า ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 ผู้ประกอบการได้ชะลอแผนการเปิดโครงการคอนโดมิเนียมไปกว่า 4,000 ยูนิต เพื่อไปเปิดขายในปี 2560 แทน และคาดการณ์ว่า โครงการอสังหาริมทรัพย์เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในปี 2559 คาดว่าจะอยู่ที่ 9.4 หมื่นยูนิต ลดลง 10-15% จากปีที่ผ่านมา

ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย ประเมินว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในปี 2559 อาจจะทรงตัวหรือมีโอกาสติดลบ 5% โดยมีมูลค่าตลาดรวมประมาณ 3-3.3 แสนล้านบาท จากเดิมที่คาดว่าจะเติบโตได้ในระดับ 0-5% มูลค่าตลาดรวม 3.5-3.6 แสนล้านบาท เนื่องจากเผชิญปัจจัยภายในและภายนอกที่ยากจะควบคุม

ขณะที่แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 จะกลับมาฟื้นตัวได้หรือเติบโตได้ 5% หลัง ผู้ประกอบการเริ่มกลับมาลงทุนอีกครั้ง เพราะเริ่มมั่นใจแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และถือเป็นเป็นปีแห่งการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ของ ผู้ประกอบการเพื่อการก้าวไปสู่การเติบโตอีกครั้ง

ขณะที่ อธิป พีชานนท์ นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร เชื่อว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2559 มีแนวโน้มหดตัวลงกว่า 10% ส่วนในปี 2560 ตลาดจะอยู่ในภาวะทรงตัว เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยบวกมาช่วยกระตุ้น นอกเหนือจากการลงทุนของภาครัฐโดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจกต์ต่างๆ ซึ่งต้องมีความชัดเจนถึงจะสร้างความมั่นใจและทำให้ตลาดฟื้นตัวได้

นอกจากนี้ ยังต้องจับตาดูภาคการส่งออกว่าจะไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือแย่ลง ซึ่งต้องดูผลจากนโยบายหลังจากนายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ และผลของอังกฤษถอนตัว จากสมาชิกสหภาพยุโรป จะส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง และแม้ว่าอัตราดอกเบี้ยในขณะนี้จะเอื้อต่อ ผู้ซื้อบ้าน แต่ถ้าธนาคารมีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ก็ถือว่าไม่มีประโยชน์อะไร

ทั้งนี้ การลงทุนในปี 2560 มีความเป็นไปได้สูงว่า ผู้ประกอบการจะหันไปพัฒนาโครงการในระดับบนมากขึ้น เนื่องจากที่ดินในเขตกรุงเทพฯ มีการปรับราคามาอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน กำลังซื้อในกลุ่มกลาง-ล่างก็ยังไม่ฟื้นตัว และมีปัญหาถูกปฏิเสธสินเชื่อสูง แต่ปัจจัยบวกที่น่าสนใจคือ ผู้บริโภคที่ซื้อรถคันแรกจะเริ่มหมดภาระหนี้ และอาจจะกลับมาเป็นดีมานด์ในตลาดที่อยู่อาศัยอีกครั้ง

วิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการสายงานธุรกิจคอนโดมิเนียม บริษัท เอพี (ไทยแลนด์)  ให้ความเห็นว่า ในปี 2560 ตลาดคอนโดมิเนียมในเมืองจะแข่งขันดุเดือดขึ้น เพราะไม่ใช่แค่เอพีที่จะทำตลาดระดับบนมากขึ้น แต่ทุกคนหันมาเล่นตลาดในเมือง แม้แต่เจ้าตลาดคอนโดมิเนียมระดับกลางล่างก็ยังขยับมาเล่นตลาดในเมืองเจาะกลุ่มผู้ซื้อระดับบนเช่นกัน

ขณะที่ผู้ประกอบการในตลาดที่อยู่อาศัยแนวราบทั้งทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยว ซึ่งมีลูกค้าระดับกลาง-บนเป็นฐานหลัก ซึ่งที่ผ่านมาถือว่าตลาดยังเติบโตไปได้ แต่ก็ไม่ได้หวือหวา เพราะผู้บริโภคกลุ่มดังกล่าวไม่ได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวมากนัก และเป็นกลุ่มที่มีความต้องการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง หรือเรียลดีมานด์ คาดว่าในปี 2560 ตลาดบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์จะยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

กล่าวโดยสรุป สำหรับทิศทางของตลาดอสังหาริมทรัพย์ในส่วนของที่อยู่อาศัยในปี 2560 ยังต้องลุ้นว่า เศรษฐกิจจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ โดยเฉพาะหลังจากรัฐบาลได้พยายามกระตุ้นการจับจ่ายและการท่องเที่ยวในช่วงโค้งสุดท้ายของปี จะมีแรงเหวี่ยงที่มากพอจะผลักดันเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 2559 คาบเกี่ยวถึงไตรมาสแรกของปี 2560 ให้เดินหน้าต่อไป

ประกอบกับการผลักดันการลงทุนภาครัฐให้เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง นอกจากจะช่วยขับเคลื่อน เศรษฐกิจให้ฟื้นตัวได้เร็วขึ้นแล้ว จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชน และผู้บริโภคในการลงทุนและการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น เพราะอย่าลืมว่ายังมีความต้องการซื้อที่ชะลอการตัดสินใจมาตั้งแต่กลางเดือนตุลาคมอยู่ หากเริ่มจุดติดตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2560 ก็ย่อมมีโอกาสที่จะดีขึ้นแน่นอน

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ