Loading

เปิดประตูค้าชายแดน: พ่อเมืองนครพนมมั่นใจ ม.44 ดันเขตเศรษฐกิจเกิดใน 1 ปี

วันที่ : 28 ธันวาคม 2559
เปิดประตูค้าชายแดน: พ่อเมืองนครพนมมั่นใจ ม.44 ดันเขตเศรษฐกิจเกิดใน 1 ปี

พัฒนพงษ์  ศรีเพียชัย

หลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ในอำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญ ยกเลิกพื้นที่ราชพัสดุเพื่อนำมาดำเนินการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนม

สมชาย วิทย์ดำรงค์ ผวจ.นครพนม ก็เชื่อมั่นว่าภายใน 1 ปีนับจากนี้ไป จ.นครพนม จะเป็นศูนย์กลางการค้าการลงทุนชายแดนที่ครบวงจร และเป็นพื้นที่เป้าหมายของผู้ประกอบการนักลงทุนระดับชาติมากที่สุดของภาคอีสาน

"จ.นครพนม มีความพร้อมในเรื่องของการขับเคลื่อนเขตพัฒนาเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว เนื่องจากมีความได้เปรียบในเรื่องของเส้นทางขนส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 นครพนม-คำม่วน รวมถึงมีจุดขายด้านการท่องเที่ยว รวมถึงสถานที่สำคัญทางศาสนา วัดพระธาตุพนมวรมหาวิหาร ที่ตั้งองค์พระธาตุพนม สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ทำให้ปัจจุบันทั้งผู้ประกอบการ นักลงทุน เริ่มวางแผนที่จะเข้ามาประกอบธุรกิจ ตามแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษจำนวนมาก"

พ่อเมืองนครพนม กล่าวว่า เป้าหมายหลักของการพัฒนาเศรษฐกิจ จ.นครพนม คือการมุ่งเน้นเรื่องของภาคอุตสาหกรรมการเกษตรที่จะสอดคล้องกับความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ได้ประโยชน์จากการพัฒนา ซึ่งอยู่ระหว่างการเร่งวางแผนหารือเรื่องสิทธิประโยชน์ในการเชิญชวน ผู้ประกอบการมาลงทุน

สำหรับที่ดินในท้องที่ ต.อาจสามารถ อ.เมืองนครพนม ในพื้นที่ 1,400 ไร่ ซึ่งหัวหน้า คสช. ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ยกเลิกที่ราชพัสดุ เพื่อนำมาดำเนินการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ผวจ.นครพนม บอกว่า ทาง จ.นครพนม ได้เร่งสำรวจวางแผนออกโฉนดที่ดินตามกฎหมาย คาดว่าจะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใน 3 เดือน และไม่มีปัญหาข้อพิพาทแน่นอน ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการขับเคลื่อนการวางแผนพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ เพราะมีความชัดเจนในเรื่องของพื้นที่มากขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการ นักลงทุน กล้าที่จะมาลงทุนทำธุรกิจในรูปแบบต่างๆ

"การวางแผนเป้าหมายหลัก คือ 3 ด้านหลัก มี 1.การวางแผนก่อสร้างเรื่องระบบการขนส่ง พัฒนาเป็นศูนย์กลางสินค้าส่งออก รวมถึงตลาดแรงงานในพื้นที่ชายแดน ซึ่งจะมุ่งเน้นด้านอุตสาหกรรมการเกษตรเป็นหลัก เพราะจะเอื้อต่อปัจจัยพื้นฐานให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับประโยชน์ 2.จะมีการส่งเสริมให้เป็นอุตสาหกรรมการเกษตรครบวงจร เป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ ให้กับประชาชน เชื่อมโยงการค้าไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ลาว เวียดนาม และจีน และส่วนที่ 3 คือ เน้นการพัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวชายแดน เชื่อมโยงพื้นที่ภาคอีสานกับประเทศเพื่อนบ้านให้นครพนมเป็นเมืองท่องเที่ยวชายแดน"

จับตาช่วงเวลาอีก 1 ปี กับความคืบหน้าของเขตเศรษฐกิจพิเศษนครพนม แต่ที่แน่ๆ ตั้งแต่การเปิดใช้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 3 ตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา มูลค่าการค้าชายแดนของนครพนมก็เติบโตแบบก้าวกระโดด จากระดับปีละ 5,000 ล้านบาท เพิ่มเป็นปีละ 1 แสนล้านบาท จากความได้เปรียบเรื่องเส้นทางขนส่งไปยังลาว เวียดนาม และจีน

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ