Loading

ธปท.ผุดแผนสู้โลกผันผวน ได้ฤกษ์จัดการแบงก์จอมยัดเยียดดันยอด

วันที่ : 24 ธันวาคม 2559
ธปท.ผุดแผนสู้โลกผันผวน ได้ฤกษ์จัดการแบงก์จอมยัดเยียดดันยอด

วิรไทเปิดมิติใหม่ ธปท.ออกยุทธศาสตร์ 3 ปี รองรับเศรษฐกิจโลกที่เปราะบางและผันผวน ปี 2560 ย้ำจะดูแลเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศให้มั่นคงแต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนา เดินหน้าสร้างนวัตกรรมทางการเงินใหม่ พร้อมดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้เป็นตัวช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมทั้งจัดการแบงก์นอกคอกยัดเยียดขายผลิตภัณฑ์ทางการเงินหวังทำยอดสูง

นายวิรไท สันติประภพ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า คณะกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทย (กกธ.) ได้อนุมัติแผนยุทธศาสตร์ 3 ปี ของ ธปท. เพื่อกำหนดทิศทางการดำเนินงานของ ธปท.ช่วงปี 2560-2562 โดยมีแนวทางหลักที่จะดูแลการเติบโตและเสถียรภาพทางเศรษฐกิจในสภาพแวดล้อมเศรษฐกิจการเงินโลกในระยะต่อไป ซึ่งมีแนวโน้มผันผวนที่สูงขึ้น มีความไม่แน่นอนมากขึ้น มีความซับซ้อน และยากจะคาดการณ์มากขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องปรับตัวเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำและหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น รวมทั้งรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุและฐานเศรษฐกิจดิจิทัล

โดยแผนยุทธศาสตร์ฉบับนี้ประกอบด้วย 3 ด้านสำคัญคือ ด้านที่ 1 การรักษาเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจการเงิน (Stability) ซึ่งเป็นพันธกิจหลักของธนาคารกลาง ธปท.จะมุ่งรักษาเสถียรภาพการเงินและเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศ โดยจะพัฒนาศักยภาพการติดตามสถานการณ์และประเมินความเสี่ยงควบคู่ไปกับการขยายเครื่องมือด้านนโยบายให้ทันสมัย และเตรียมความพร้อมที่จะใช้อย่างทันท่วงทีหากเกิดกรณีวิกฤติตลอดจนผลักดันให้กลไกตลาดอัตราแลกเปลี่ยนฯ ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

ทั้งนี้ ยังจะดำเนินการทบทวนกฎระเบียบด้านการควบคุมแลกเปลี่ยนเงินให้เอื้อต่อการค้าการลงทุนจากต่างประเทศ และเอื้อต่อการเชื่อมโยงการค้าการลงทุนในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) ซึ่งมีศักยภาพในการเติบโตสูงมาก ขณะเดียวกันจะส่งเสริมให้ผู้ประกอบการบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนได้ดีขึ้น รวมทั้งเป็นแกนผลักดันการดูแลเสถียรภาพระบบการเงินของประเทศให้มั่นคงแต่ไม่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาและการสร้างนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ขณะเดียวกันการขับเคลื่อนให้สถาบันการเงินมีการกำกับดูแลความเสี่ยงด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอที) และภัยคุกคามจากไซเบอร์ที่ได้มาตรฐานสากลถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องดูแลเพื่อคุ้มครองข้อมูลและผู้บริโภค

ยุทธศาสตร์ด้านที่ 2 การพัฒนาระบบการเงิน โดย ธปท.จะส่งเสริมผู้ให้บริการทางการเงินรวมทั้งบริษัทนวัตกรรมการเงินที่ใช้เทคโนโลยีในการให้บริการ (Fintech) ให้มีการแข่งขัน สร้างนวัตกรรมและบริการทางการเงินดิจิทัลที่ครบวงจรมากขึ้นเพื่อตอบโจทย์ระบบการเงินไทย โดยเฉพาะการดูแลประชาชน และลูกค้ารายย่อยให้มากขึ้น สนับสนุนบทบาทของผู้บริการเฉพาะทาง (niche players) เพื่อลดช่องว่างของการเข้าถึงบริการทางการเงิน ตลอดจนยกระดับการกำกับดูแลสถาบันการเงินเพื่อคุ้มครองผู้ใช้บริการให้ได้รับการบริการอย่างเป็นธรรม และส่งเสริมวินัยทางการเงินอย่างเป็นระบบ เช่น การออมเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ และสนับ สนุนให้มีโครงการแก้ไขปัญหาหนี้แก่รายย่อย ขณะที่ยุทธศาสตร์ด้านที่ 3 เป็นการสร้างความเข้มแข็งขององค์กร เพื่อยกระดับองค์กรให้ทันสมัยใน 5 ด้านคือ 1.การใช้ประโยชน์จากข้อมูลและการวิเคราะห์ที่ดีขึ้น 2.การเพิ่มบทบาทการวิจัยเพื่อใช้ในการดำเนินนโยบายทุกด้านของ ธปท. 3.การเพิ่มศักยภาพบุคลากร 4. การเพิ่มศักยภาพองค์กร และ 5.การเสริมสร้างการมีส่วนร่วมกับหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในปี 2560 นั้น เป้าหมายที่ ธปท.จะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี ประกอบด้วย การศึกษาเพื่อดำเนินการปรับปรุงกฎเกณฑ์การแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การป้องกันความเสี่ยงของภาคเอกชน และการไหลเข้าออกของเงินทุน เพื่อลดอุปสรรคทางการค้าการลงทุน รวมถึงลดกฎเกณฑ์ที่ล้าสมัยที่เคยใช้ในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน กำลังศึกษาเพิ่มประสิทธิภาพของเครื่องมือในการดำเนินนโยบายการเงิน และขยายชุดเครื่องมือใหม่ โดยเมื่อส่งผ่านนโยบายการเงินผ่านดอกเบี้ยทำได้ยากขึ้นในภาวะที่สภาพคล่องสูงทั่วโลก การดูแลในส่วนของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินเป็นตัวช่วยในการกระตุ้นเศรษฐกิจอาจจะจำเป็นมากขึ้น รวมถึงการใช้มาตรการการดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจเฉพาะจุด (Macro Prudential)

ขณะที่ในส่วนของการดูแลผู้บริโภคอย่างเหมาะสมเป็นอีกแนวทางหนึ่งที่เราจะเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2560 โดยเฉพาะการสร้างความตระหนักของผู้บริหารธนาคารพาณิชย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดูแลให้พนักงานของธนาคารพาณิชย์มีความโปร่งใสและชัดเจนในการให้บริการและแนะนำผลิตภัณฑ์ทางการเงิน โดยไม่ควรที่จะตั้งกำหนดรายได้ หรือจำนวนผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่พนักงานแต่ละแห่งที่จะต้องขายได้เพิ่มเติมจากการรับฝากและถอนเงินตามปกติ เพื่อไม่ให้มีการยัดเยียดขายสินค้าให้กับลูกค้าอย่างที่เป็นอยู่ ส่วนด้านที่ 3 ที่จะดำเนินการในปี 2560 คือ การดูแลการเข้ามาของนวัตกรรมการเงินใหม่ๆ ผู้ให้บริการทางการเงินที่ใช้เทคโนโลยีในการให้บริการ โดยจะมีการจัดทำกฎเกณฑ์การให้ใบอนุญาตฟินเทคและให้ใบอนุญาตการดำเนินการภายในปีหน้า

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ