Loading

คลัง ดันจีดีพีโต3.4% เพิ่มวัน ชอปช่วยชาติ

วันที่ : 14 ธันวาคม 2559
คลัง ดันจีดีพีโต3.4% เพิ่มวัน ชอปช่วยชาติ

ครม. "ไฟเขียว" มาตรการชอปช่วยชาติปี 59 เพิ่มเป็น 18 วัน มั่นใจสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 58 เป็น 2 หมื่นล้านบาท ด้าน "อภิศักดิ์" มั่นใจจีดีพีปี 60 โต 3.4%

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม. เห็นชอบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี ด้วยการเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้ผู้ที่ซื้อสินค้าและบริการ โดยไม่รวมสุรา เบียร์ ไวน์ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ รถยนต์ รถจักรยานยนต์ ค่าเชื้อเพลิงทั้งก๊าซและน้ำมัน รวมทั้งค่าบริการที่จ่ายเป็นค่าไกด์นำเที่ยวและค่าที่พัก ในระหว่างวันที่ 14-31 ธ.ค. 59 รวมเวลา 18 วัน ตามที่ได้มีการใช้จ่ายจริงไม่เกินคนละ 1.5 หมื่นบาท โดยผู้ใช้สิทธิจะต้องขอใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบตามมาตรา 86/4 แห่งประมวลรัษฎากร โดยขอจากผู้ค้าที่มีการจดทะเบียนการค้าและเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลและภาษีการค้าอย่างถูกต้อง

มาตรการดังกล่าวคาดว่าจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในช่วงปลายปี 59 ทันที เนื่องจากประชาชนมีแรงจูงใจที่จะใช้จ่ายมากขึ้น โดย กระทรวงการคลัง คาดว่าจะมีผู้ใช้สิทธิประมาณ 2 ล้านคน ซึ่งแม้จะทำให้รัฐสูญเสียรายได้จากภาษีประมาณ 3.2 พันล้านบาท แต่จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม เพราะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 0.2% ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) เพิ่มขึ้นจากการดำเนินการเมื่อช่วงปลายปี 2558 ซึ่งออกมาตรการมาเพียง 7 วัน มีผู้มาสิทธิ์ประมาณ 1 ล้านคน ทำให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ 1 หมื่นล้านบาท

รายงานข่าวจาก กระทรวงการคลัง แจ้งเพิ่มเติมว่า การใช้สิทธิ์ดังกล่าวจะแบ่งไปตามขั้นภาษีตามฐานเงินได้สุทธิ โดยผู้ที่มีเงินได้สุทธิไม่เกินปีละ 3 แสนบาท หากซื้อสินค้าและบริการ 1.5 หมื่นบาท จะได้รับการยกเว้นภาษีสูงสุดไม่เกิน 750 บาท และผู้ที่เงินได้มากกว่า 4 ล้านบาทต่อปี หากใช้สิทธิ์ดังกล่าวจะได้ยกเว้นภาษีสูงสุดไม่เกิน 5,250 บาท

คาดจีดีพี ปี 60 แนวโน้มโตกว่า 3.4%

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากสัญญาณการชะลอตัวด้านการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนซึ่งเห็นได้ชัดในช่วงเดือน ต.ค.-พ.ย. 59 ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปีเพื่อรักษาความสมดุลในส่วนของการบริโภค

ส่วนกรณีที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่าภาวะเศรษฐกิจไทยในปี 2560 จะเติบโตในระดับ 3-4% นั้น ในส่วนของ กระทรวงการคลัง คาดว่าจะเติบโตได้ 3.4% เนื่องจากในปี 2560 ภาครัฐจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานประมาณ 3-4 แสนล้านบาทจากวงเงินลงทุนรวมทั้งหมด 1.7 ล้านล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในช่วงปี 2561-2562

"ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 ยังจะมีเม็ดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับกลุ่มจังหวัดซึ่งเป็นการทำงบประมาณกลางปีงบประมาณ 2560 เพิ่มเติมอีกกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อนำมาพัฒนาศักยภาพของแต่ละกลุ่มจังหวัดที่มีอยู่ทั้งหมด 18 กลุ่มจังหวัดทั่วประเทศ กลุ่มจังหวัดละประมาณ 5-6 พันล้านบาท" นายอภิศักดิ์ กล่าว

มั่นใจช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยว

นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงมาตรการดังกล่าวว่า คาดว่าจะช่วยส่งเสริมให้บรรยากาศการจับจ่ายซื้อสินค้าต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ทั้งยังเป็นการส่งเสริมการท่องเที่ยวอีกทางหนึ่ง โดยเฉพาะการซื้อของขวัญที่พบว่านักท่องเที่ยวมีสัดส่วนการซื้อมากถึง 25-30% โดยในช่วงเทศกาลคริสต์มาสและเทศกาลปีใหม่ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ ยังคงจัดกิจกรรมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง

"เดอะมอลล์ กรุ๊ป" เพิ่มบริการจุดออกใบกำกับภาษี

นายชำนาญ เมธปรีชากุล รองประธานกรรมการบริหาร บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด กล่าวว่า "เดอะมอลล์ กรุ๊ป" มีความพร้อมในเรื่องการออกใบกำกับภาษีและการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ ให้ลูกค้าที่จะเข้ามาใช้บริการซื้อสินค้าในช่วงดังกล่าว โดยจะมีการเพิ่มจุดออกใบกำกับภาษีจากเดิมที่มีสาขาละ 3-4 จุด เป็นสาขาละประมาณ 7-8 จุด รวมถึงเพิ่มพนักงานบริการอำนวยความสะดวกในแต่ละจุดจาก 2-3 คน เป็น 4-5 คน นอกจากนี้ยังจะมีการบริการจัดทำใบกำกับภาษีให้ลูกค้ามารับในวันถัดไป เพื่อให้บริการลูกค้าที่ไม่ต้องการรอคิวในวันนั้นๆ

"โรบินสัน" แจกบัตรคิวรับใบเสร็จ

แหล่งข่าวจาก ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล กล่าวว่า โรบินสัน ทั้ง44 สาขา เตรียมพร้อมเรื่องจุดออกใบเสร็จและใบกำกับภาษีจากเดิม จากเดิมสาขาละ 2 จุด เพิ่มเป็น 4-5 จุด พร้อมแจกบัตรคิวเพื่ออำนวยความสะดวกและความรวดเร็วให้ลูกค้าสามารถมารับใบเสร็จตามคิวที่ได้รับ โดยในส่วนของ "โรบินสัน" สามารถทำยอดขายจากมาตรการดังกล่าวในปี 2558 ได้เพิ่มขึ้นถึง 30% ในปี 2558

หอการค้า ย้ำผลดีต่อธุรกิจในระบบ

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวถึงมาตรการช้อปช่วยชาติว่า ถือเป็นการสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยในช่วงปลายปีให้มีความคึกคักยิ่งขึ้นซึ่งจะทำให้ร้านค้าต่างๆ ที่อยู่ในระบบภาษีมีรายได้ดีขึ้นและยังจะทำให้รัฐบาลสามารถ จัดเก็บรายได้จากภาษีนิติบุคคลได้มากขึ้น

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ