Loading

แบงก์รัฐขานรับพร้อมกดปุ่มทันที ปลัดคลังเลื่อนจ่ายเงินคนจน หวั่นตัวเลขมั่วนิ่มผิดฝาผิดตัว

วันที่ : 1 ธันวาคม 2559
แบงก์รัฐขานรับพร้อมกดปุ่มทันที ปลัดคลังเลื่อนจ่ายเงินคนจน หวั่นตัวเลขมั่วนิ่มผิดฝาผิดตัว

นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังหารือกับตัวแทนของธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ 3 แห่ง ประกอบด้วยธนาคารออมสิน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) และธนาคารกรุงไทย เพื่อที่จะโอนเงินให้แก่ประชาชนที่มีรายได้น้อยที่ได้ลงทะเบียนในโครงการขอรับสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 8.3 ล้านคน โดยมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) กำหนดให้เริ่มโอนเงิน ตั้งแต่วันที่ 1-30 ธ.ค.59 ภายในระยะเวลา 30 วันนั้น ผลการหารือล่าสุดต้องเลื่อนการจ่ายเงินจากวันที่ 1 ธ.ค.นี้ออกไปเป็นวันที่ 3 ธ.ค.59 เนื่องจากรอผลการตรวจสอบรายชื่อขั้นสุดท้ายจากกรมสรรพากรและกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้ข้อมูลและการจ่ายเงินถึงมือประชาชนอย่างถูกต้องมากที่สุด

"กระทรวงการคลังต้องเลื่อนการจ่ายเงินให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อยออกไป 2-3 วัน เนื่องจากต้องการโอนเงินถึงตัวผู้มีสิทธิ์จริงๆไม่ผิดฝาผิดคน โดยในช่วงระหว่างนี้จะขอใช้เวลาในการตรวจสอบให้ชัดเจนอีกครั้ง เพราะยังอยู่ในระยะเวลาดำเนินการตามมติครม.ที่กำหนดให้เริ่มจ่ายเงินตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.จนถึงสิ้นเดือน ธ.ค.59"

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กล่าวว่า ผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนกับธนาคารออมสอนมีประมาณ 2.56 ล้านรายซึ่งในจำนวนนี้มีทั้งเกษตรกรและประชาชนทั่วไป แต่จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่ามีประชาชนที่มีบัญชีเงินฝากของธนาคารออมสิน 1.5 ล้านราย ขาดอยู่อีก 1 ล้านรายจึงแนะนำให้ประชาชนที่ยังไม่มีสมุดบัญชีจึงทำให้การโอนเงินสะดุด

นายทรงพล ชีวะปัญญาโรจน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารมีความพร้อมโอนเงินให้กับประชาชนขอรับสวัสดิการจากรัฐที่มาลงทะเบียนผ่านธนาคารกรุงไทย และขณะนี้รอข้อมูลจากกระทรวงการคลังแจ้งมาว่าบุคคลใดมีสิทธิ์ในครั้งนี้ "ในส่วนของธนาคารกรุงไทย มีประชาชนมาลงทะเบียนขอรับสวัสดิการ 1.2 ล้านราย ซึ่งกระทรวงการคลังต้องตรวจสอบว่าผู้ลงทะเบียนรายใดที่จะได้รับสิทธิ์ในรอบนี้"

ผู้สื่อข่าวรายงานจากมาตรการดังกล่าว ครม.อนุมัติให้กระทรวงการคลังจ่ายเงินให้แก่ผู้ที่มีรายได้น้อย ไม่ถึง 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยจากรัฐบาล 3,000 บาท แต่หากมีรายได้เกิน 30,000 บาท แต่ไม่ถึง 100,000 บาท ต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือ 1,500 บาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ