Loading

สคบ.ออกประกาศคุมสร้างบ้าน

วันที่ : 24 พฤศจิกายน 2559
สคบ.ออกประกาศคุมสร้างบ้าน

นายสำเรียง เมฆเกรียงไกร ประธานกรรมการว่าด้วยสัญญา ในคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาอาศัยอำนาจ ตามความในมาตรา 35 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2541 ประกอบกับ มาตรา 3 มาตรา 4 และมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญาและลักษณะของสัญญา พ.ศ.2542 ประกาศให้ธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560

ทั้งนี้ประกาศระบุถึงคำจำกัดความธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัย หมายถึงธุรกิจที่ผู้ประกอบธุรกิจทำสัญญาการรับจ้างก่อสร้างอาคารขึ้นใหม่ทั้งหมดกับผู้บริโภค ซึ่งอาคารหมายรวมทั้งตึก บ้าน เรือน และสิ่งที่ สร้างขึ้นให้บุคคลอยู่อาศัย ส่วนการก่อสร้างนี้จะเป็นทั้งการสร้างอาคารขึ้นใหม่ หรือการสร้างขึ้นแทนของเดิม และหมายความรวมถึงการเตรียมงานหรือ ขั้นตอนการทำงานอื่นๆ ที่จำเป็น

ด้าน พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า จากสถิติการร้องเรียนของผู้บริโภคล่าสุดในเดือนตุลาคม 2559 (วันที่ 1-31 ตุลาคม 2559) ที่มีจำนวนรวม 564 เรื่อง พบว่าเรื่องร้องเรียนของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังคงมียอดสูงสุดเป็นอันดับ 1 ทั้งหมด 241 เรื่อง ในจำนวนนี้สามารถแบ่งสภาพปัญหาการร้องเรียนออกเป็น 3 ช่วง จำนวน 233 เรื่อง ได้แก่ 1.ช่วงก่อนซื้อ ได้แก่ ปัญหาจองซื้อ กู้ไม่ผ่าน มีจำนวน 14 เรื่อง 2.ช่วงระหว่างซื้อ ได้แก่ ปัญหาก่อสร้างล่าช้า โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ เพราะที่ดินโครงการนั้นๆ ยังติดจำนอง ไม่ก่อสร้าง มีจำนวน 207 เรื่อง และ 3.ช่วงหลังซื้อ ได้แก่ เกิดความชำรุดบกพร่องมีจำนวน 12 เรื่อง ที่เหลือ เป็นปัญหาในส่วนอื่นๆ สำหรับอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านจัดสรรข้อ ร้องเรียนที่พบมากที่สุดอยู่ในช่วงหลังซื้อ ขณะที่อาคารชุดข้อร้องเรียนที่ พบมากที่สุดอยู่ในช่วงระหว่างซื้อ

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดพบว่าเรื่องร้องเรียนที่มาจากผู้รับเหมามีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญา โดยให้ธุรกิจรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัยหรือธุรกิจรับสร้างเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันและควบคุมผู้รับเหมาที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

"คณะกรรมการได้มีการเชิญบริษัทรับเหมามาพูดคุยก่อนที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างต่อเนื่อง แต่ภาคเอกชนกลับไม่ได้ให้ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไร ด้วยเพราะเข้าใจว่า สคบ.ไม่มีอำนาจในการออกข้อบังคับต่างๆ ซึ่งทาง สคบ.ก็ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่างก่อนที่ประกาศ โดยจะมีผลบังคับใช้วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป หากผู้ดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านมีความกังวลว่าจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในภาคปฏิบัติก็สามารถส่งหนังสือมายัง สคบ.ได้ ซึ่งตนพร้อมที่จะเป็นสื่อกลางนำจดหมายดังกล่าวกลับไปให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับ ผู้ประกอบการและผู้บริโภค" พล.ต.ต.ประสิทธิ์ กล่าว

ด้าน น.ส.สารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า มูลนิธิเห็นด้วยกับการประกาศของ สคบ.ที่ให้ธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ซึ่งให้ความเป็นธรรมกับทั้ง ผู้ประกอบการรับจ้างก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัยและผู้บริโภค ไม่ต้องมาทะเลาะกันภายหลัง โดยระยะหลังการสร้างบ้านแบบปัจเจกก็มีปัญหาร้องเรียนเกิดขึ้น นอกเหนือจากซื้อที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จกับบริษัทพัฒนา เช่น บริษัทผู้รับเหมา รับเงินค่าจ้างงวดแรกไปแล้ว และทิ้งงานในภายหลัง ขณะผู้บริโภคได้เนื้องาน ไม่สอดคล้อง

"มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคสนับสนุนการใช้มาตรฐานสัญญาในธุรกิจเกี่ยวกับที่อยู่ อาศัย ไม่เพียงแต่คุมบริษัทรับเหมาสร้างบ้านซึ่งเป็นรายเล็ก อยากให้บังคับใช้กับ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย เพราะมูลนิธิเคยมีหนังสือถึงบริษัทพัฒนาอสังหาฯ โดยเฉพาะกลุ่มคอนโดฯ ถึงความสนใจใช้มาตรฐานสัญญาในการซื้อขายกับผู้บริโภค แต่ไม่ได้รับคำตอบกลับมา มีเพียงบริษัทเดียวเท่านั้นที่บอกจะใช้"

ที่มา : หนังสือพิมพ์บ้านเมือง

 

 

 

ข่าวกฎหมายอสังหาฯ อื่นๆ