Loading

รับสร้างบ้านแสนล้านระส่ำ สคบ.ออกประกาศคุมสัญญา-ผู้รับเหมายื่นหนังสือต้าน

วันที่ : 23 พฤศจิกายน 2559
รับสร้างบ้านแสนล้านระส่ำ สคบ.ออกประกาศคุมสัญญา-ผู้รับเหมายื่นหนังสือต้าน

'สารี'หนุนใช้มาตรฐานสัญญาคลุมธุรกิจอสังหาฯ

ตลาดรับสร้างบ้านมูลค่ากว่าแสนล้านบาทกระทบหนัก สคบ.ออกประกาศให้ธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญาตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 ด้านสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านดิ้นเตรียมยื่นหนังสือค้าน ระบุประกอบธุรกิจไม่ได้

นายสำเรียง เมฆเกรียงไกร ประธานกรรมการว่าด้วยสัญญา ในคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยว่า คณะกรรมการว่าด้วยสัญญาอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 ทวิ แห่ง พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ. คุ้มครองผู้บริโภค (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2541 ประกอบกับมาตรา 3 มาตรา 4 และมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการ ในการกำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญาและลักษณะของสัญญา พ.ศ. 2542 ประกาศให้ธุรกิจการ

รับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2560

ประกาศระบุถึงคำจำกัดความ ธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัย หมายถึงธุรกิจที่ผู้ประกอบธุรกิจทำสัญญาการรับจ้างก่อสร้างอาคารขึ้นใหม่ทั้งหมดกับผู้บริโภค ซึ่งอาคารหมายรวมทั้งตึก บ้าน เรือน และสิ่งที่สร้างขึ้นให้บุคคลอยู่อาศัย ส่วนการก่อสร้างนี้จะเป็นทั้งการสร้างอาคารขึ้นใหม่ หรือการสร้างขึ้นแทนของเดิม และหมายความรวมถึงการเตรียมงานหรือขั้นตอนการทำงานอื่นๆ ที่จำเป็น

ผู้บริโภคแห่ร้องสคบ.

พล.ต.ต.ประสิทธิ์ เฉลิมวุฒิศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครอง ผู้บริโภค (สคบ.) กล่าวว่า จากสถิติการร้องเรียนของผู้บริโภคล่าสุดในเดือนตุลาคม 2559 (วันที่ 1-31 ตุลาคม 2559) ที่มีจำนวนรวม 564 เรื่องพบว่า เรื่องร้องเรียนของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ยังคงมียอดสูงสุดเป็นอันดับ 1 ทั้งหมด 241 เรื่อง ในจำนวนนี้สามารถแบ่งสภาพปัญหาการร้องเรียนออกเป็น 3 ช่วง จำนวน 233 เรื่อง ได้แก่ 1.ช่วงก่อนซื้อ ได้แก่ ปัญหาจองซื้อ กู้ไม่ผ่าน มีจำนวน 14 เรื่อง 2. ช่วงระหว่างซื้อ ได้แก่ ปัญหาก่อสร้างล่าช้า โอนกรรมสิทธิ์ไม่ได้ เพราะที่ดินโครงการนั้นๆ ยังติดจำนอง ไม่ก่อสร้าง มีจำนวน 207 เรื่อง และ 3.ช่วงหลังซื้อ ได้แก่ เกิดความชำรุดบกพร่อง มีจำนวน 12 เรื่อง ที่เหลือเป็นปัญหาในส่วนอื่นๆสำหรับอสังหาริมทรัพย์ประเภทบ้านจัดสรรข้อร้องเรียนที่พบมากที่สุดอยู่ในช่วงหลังซื้อ ขณะที่อาคารชุดข้อร้องเรียนที่พบมากที่สุดอยู่ในช่วงระหว่างซื้อ

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณาอย่างละเอียด พบว่าเรื่องร้องเรียนที่มาจากผู้รับเหมามีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทางคณะกรรมการว่าด้วยสัญญาจึงอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 35 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคพ.ศ. 2522 กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการกำหนดธุรกิจที่ควบคุมสัญญา โดย ให้ธุรกิจรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่ออยู่อาศัยหรือธุรกิจรับสร้างเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา เพื่อสร้างมาตรฐานเดียวกันและควบคุมผู้รับเหมาที่ไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ

สคบ.แบะท่าพร้อมทบทวนประกาศ

"ทางคณะกรรมการได้มีการเชิญบริษัทรับเหมามาพูดคุย ก่อนที่จะประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างต่อเนื่อง แต่ภาคเอกชนกลับไม่ได้ให้ความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะอะไร ด้วยเพราะเข้าใจว่าสคบ.ไม่มีอำนาจในการออกข้อบังคับต่างๆ ซึ่งทางสคบ.ก็ดำเนินการตามขั้นตอนทุกอย่างก่อนที่ประกาศ โดยจะมีผลบังคับใช้ วันที่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป หากผู้ดำเนินธุรกิจรับสร้างบ้านมีความกังวลว่าจะกระทบต่อการดำเนินธุรกิจในภาคปฏิบัติ ก็สามารถส่งหนังสือมายังสคบ.ได้ ซึ่งตนพร้อมที่จะเป็นสื่อกลางนำจดหมายดังกล่าวกลับไปให้คณะกรรมการพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ทั้งนี้เพื่อสร้างความเป็น ธรรมให้กับผู้ประกอบการและผู้บริโภค" พล.ต.ต.ประสิทธิ์ กล่าว

เตรียมส่งหนังสือคัดค้านด่วน

นายพิชิต อรุณพัลลภ นายกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า สมาคมได้เห็นประกาศของคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็เห็นด้วยในหลักการ แต่ก็ยังมีข้อสงสัยและไม่เห็นด้วยบางประการ จึงได้มีการเรียกประชุมคณะกรรมการสมาคมเป็นการด่วน เพื่อร่วมหารือถึงการเคลื่อนไหวของ สมาคมต่อประกาศดังกล่าว ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นพ้องต้องกันว่าจะต้องเร่งทำหนังสือคัดค้านร่างดังกล่าวต่อสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) อย่างเร่งด่วน

"มีข้อบกพร่องในทางปฏิบัติหลายข้อ ซึ่งทางสมาคมได้เคยทักท้วงข้อบกพร่องดังกล่าวต่อ สคบ.เมื่อครั้งที่ประชุมหารือร่วมกันไปแล้ว ล่าสุดที่มีการประชุมร่วมกันเมื่อช่วงต้นปี 2559 ทางสมาคมก็ได้ตอกย้ำเรื่องดังกล่าว แต่ก็ไม่ได้รับความสนใจ กระทั่งได้เห็นมีการประกาศดังกล่าว"

แจงไม่เหมาะธุรกิจรับสร้างบ้าน

สำหรับข้อกำหนดที่ทางสมาคมมองว่าไม่เป็นธรรมคือเรื่องของการให้ชี้แจงรายละเอียดเกี่ยวกับราคาค่าก่อสร้างทั้งหมดรวมภาษีมูลค่าเพิ่ม รวมทั้งบัญชีแสดงปริมาณวัสดุที่ใช้ในการก่อสร้างและราคาหรือที่เรียกว่า BOQ เนื่องจากในทางปฏิบัติ ธุรกิจรับสร้างบ้านเป็นธุรกิจแบบเบ็ดเสร็จคือ ทุกขั้นตอนในการดำเนินงานตั้งแต่การออกแบบ การยื่นขออนุญาตก่อสร้าง ไปจนถึงก่อสร้างแล้วเสร็จ ราคาทุกอย่างจะรวมอยู่ในที่อยู่อาศัย 1 หลัง แต่การทำแบบ BOQ เป็นลักษณะของการประมูลงานของหน่วยราชการ คือ ผู้บริโภคนำแบบมาให้ผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยผู้รับเหมาจะแสดงรายการต่างๆอย่างละเอียด เพื่อยื่นประมูลแข่งกัน ผู้รับเหมารายใดแสดงรายการตรงตามความต้องการก็จะได้รับงานก่อสร้างชิ้นนั้นๆไป

หากให้ผู้รับเหมามาแจงรายละเอียดก็จะทำให้ผู้บริโภคมีต้นทุนที่สูงขึ้น เนื่องจากอัตราค่าจ้างตามกฎหมายของผู้ประกอบวิชาชีพสถาปนิก จะต้องได้รับอัตราค่าจ้าง 10% ของราคาค่าก่อสร้าง จากเดิมที่บริษัทรับสร้างบ้านบวกรวมในส่วนนี้ไปแล้ว ซึ่งการแสดงรายการเช่นนี้ถือเป็นการจำกัดการทำงานของผู้รับเหมารายย่อย ที่ปกติไม่ทำ BOQ เพราะไม่มีความชำนาญ หากมีการบังคับจริงก็อาจทำให้ผู้รับเหมากลุ่มนี้ออกจากตลาดได้

"สมาคมซึ่งมีสมาชิกกว่า 50 บริษัทในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ขอโอกาสในการคัดค้านประกาศดังกล่าวในบางข้อที่เห็นว่าจะส่งผลกระทบในทางปฏิบัติ ทั้งนี้ เพื่อก่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อบรรดาสมาชิก เพราะปัญหาร้องเรียนเกี่ยวกับผู้รับเหมาที่สคบ.รับทราบนั้นมีสัดส่วนไม่ถึง 1% และในจำนวนนี้เป็นปัญหาที่เกิดจากรับเหมารายย่อย หากบังคับใช้จริงก็จะกระทบภาพรวมตลาด รับสร้างบ้าน" นายพิชิต กล่าว

หวั่นกระทบตลาดรวมแสนล้าน

นายสิทธิพร สุวรรณสุต นายกสมาคมไทยรับสร้างบ้าน ซึ่งมีสมาชิกครอบคลุมในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ กล่าวว่า ประกาศดังกล่าวยังคงมีข้อบกพร่อง จึงไม่สมควรประกาศใช้ ซึ่งอาจกระทบภาพรวมตลาดรับสร้าง บ้านทั่วประเทศที่มีมูลค่าร่วมแสนล้านบาทต่อปี หรือ 5-6 หมื่นหน่วยต่อปี ซึ่งผู้รับเหมารายย่อยทั่วประเทศมีกว่า 5 หมื่นราย ขณะที่บริษัทรับสร้างบ้าน 200 ราย

สิ่งที่ทางสมาคมมีความเป็นกังวลและมีข้อสงสัยคือ ผู้บริโภคมีสิทธิ์ที่จะแก้ไข เพิ่มเติม หรือลดงานจากรูปแบบและรายละเอียดตามสัญญาได้ โดยไม่ต้องเลิกสัญญา

ผวาผู้บริโภคเปลี่ยนแบบกลางคัน

หากผู้บริโภคมีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงในส่วนของโครงสร้างสำคัญ จะต้องมีการยื่นขออนุญาตก่อสร้างใหม่ ย่อมส่งผลต่อความล่าช้าในการก่อสร้าง อีกทั้งในช่วงระหว่างที่ยื่นขอใหม่นั้นผู้รับเหมายังจะต้องจ่ายค่าแรงให้กับแรงงาน

ขณะที่กฎหมายระบุว่าผู้บริโภคจะชำระในส่วนที่เป็นต้นทุนจากการก่อสร้างเท่านั้น ซึ่งแรงงานไม่ได้มีการก่อสร้างในช่วงเวลาดังกล่าว จึงไม่ถือเป็นต้นทุน

รวมทั้งในส่วนของการกำหนดระยะเวลาการรับจ้างอาคารให้แล้วเสร็จ นับตั้งแต่วันที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างอาคารต่อเจ้าหน้าที่พนักงาน ซึ่งในความเป็นจริงควรนับตั้งแต่วันที่มีการทำสัญญาก่อสร้าง เนื่องจากไม่สามารถระบุวันที่จะได้รับอนุญาตที่แน่นอนได้ หากใช้เวลานานทั้งผู้ประกอบการและผู้บริโภคก็จะสูญเสียโอกาสในการดำเนินงานก่อสร้างและเข้าอยู่อาศัย

"ที่ผ่านมายังไม่มีพูดคุยกันแบบให้สะเด็ดน้ำ ทำประชาพิจารณ์ไปตอนไหนก็ยังไม่รับทราบ อยู่ๆก็ออกประกาศมาเลย ทำให้ผู้รับเหมาตั้งรับไม่ทัน ในฐานะสมาคมฯคงต้องเร่งประชาสัมพันธ์ประกาศดังกล่าวให้สมาชิกรับทราบเป็น การด่วน" นายสิทธิพร กล่าว

ผู้รับเหมาต้นทุนเพิ่ม

นายศักดา โควิสุทธิ์ กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท รอแยลเฮ้าส์ จำกัด หนึ่งในสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน กล่าวว่า ในฐานะสมาชิกสมาคมรับทราบมาตลอดว่าทางสมาคมได้มีการเข้าร่วมประชุมกับทางสคบ.ทุกครั้ง และได้เสนอปัญหาต่างๆอย่างสม่ำเสมอ แต่เมื่อมีประกาศดังกล่าวออกมา ในขณะที่ผู้ประกอบธุรกิจยังไม่ได้ข้อสรุปในหลายๆเรื่อง เช่น การทำ BOQ

ทางสมาชิกจึงมีความกังวลว่า ประกาศดังกล่าวอาจทำให้ต้นทุนของ ผู้รับเหมาเพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในส่วนของ BOQ หากบริษัทต้องทำ BOQ ในทุกสัญญา แสดงว่าบริษัทจำเป็นต้องเพิ่มบุคลากรในส่วนนี้ เพื่อประจำใน สาขาต่างๆของบริษัทที่ปัจจุบันมีทั้งหมด 12 สาขา แต่มีพนักงานในส่วน BOQ เพียง 3 คนเท่านั้น หมายถึงต้นทุน ด้านบุคลากรที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับระยะเวลาในการจัดทำ BOQ ที่มีระยะเวลานานถึง 2 เดือน ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่ยอมรอ ต้องการที่จะเร่งสร้างบ้านให้แล้วเสร็จ

มูลนิธิผู้บริโภคแนะคลุมอสังหาฯ

นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวว่า มูลนิธิเห็นด้วยกับการประกาศของ สคบ.ที่ให้ธุรกิจการรับจ้างก่อสร้างอาคารเพื่อการอยู่อาศัยเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา ซึ่งให้ความเป็นธรรมกับทั้งผู้ประกอบการรับจ้างก่อสร้างอาคารที่อยู่อาศัย และผู้บริโภค ไม่ต้องมาทะเลาะกันภายหลัง โดยระยะหลังการสร้างบ้านแบบปัจเจกก็มีปัญหาร้องเรียนเกิดขึ้น นอกเหนือจากซื้อที่อยู่อาศัยที่สร้างเสร็จกับบริษัทพัฒนา เช่น บริษัทผู้รับเหมารับเงินค่าจ้างงวดแรกไปแล้ว และทิ้งงานในภายหลัง ขณะผู้บริโภคได้เนื้องานไม่สอดคล้อง

"มูลนิธิเพื่อผู้บริโภคสนับสนุนการใช้มาตรฐานสัญญาในธุรกิจเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย ไม่เพียงแต่คุมบริษัทรับเหมาสร้างบ้านซึ่งเป็นรายเล็ก อยากให้บังคับใช้กับธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ด้วย เพราะมูลนิธิเคยมีหนังสือถึงบริษัทพัฒนาอสังหาฯโดยเฉพาะกลุ่มคอนโดฯ ถึงความสนใจใช้มาตรฐานสัญญาในการซื้อขายกับผู้บริโภค แต่ไม่ได้รับคำตอบกลับมา มีเพียงบริษัทเดียวเท่านั้นที่บอกจะใช้"

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ