Loading

ลิฟต์บ้านพุ่งรับตลาดผู้สูงอายุมิตซูบิชิชี้เทรนด์ใหม่มาแรง

วันที่ : 10 พฤศจิกายน 2559
ลิฟต์บ้านพุ่งรับตลาดผู้สูงอายุมิตซูบิชิชี้เทรนด์ใหม่มาแรง

มิตซูบิชิ เผยตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนซึมตามสถานการณ์อสังหาฯซบ โครงการแนวสูง และศูนย์การค้าเปิดใหม่ค่อนข้างหดตัว ปลื้มได้บ้านหรูมาชดเชย ราคาหลังละ 20-40 ล้านบาทก็มีแล้ว จากเดิม 70 ล้านบาทขึ้น ชี้แนวโน้มลิฟท์เป็นสินค้าเพิ่มมูลค่าให้กับบ้าน รองรับสังคมผู้สูงอายุ

นายสันติ บูรณกฤตยากรณ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนช่วง 3 ไตรมาสแรกของปี 2559 ค่อนข้างซบเซาตามสถานการณ์อสังหาริมทรัพย์ โดยโครงการแนวสูงมีการชะลอเปิดตัวใหม่ นอกจากนี้โครงการศูนย์การค้าใหม่ๆ ไม่ค่อยมี ซึ่งผู้นำตลาดคือกลุ่มเซ็นทรัล ก็หันไปมุ่งปรับปรุงศูนย์การค้าที่มี อย่างไรก็ตาม คาดว่าไตรมาส 4 จะปรับตัวดีขึ้น เพราะล่าสุดรัฐบาลส่งสัญญาณเดินหน้าลงทุนโครงการขนาดใหญ่เต็มที่ มีรถไฟฟ้าหลายสีในกรุงเทพฯ สนามบินสุวรรณภูมิเฟส 2 และรถไฟในต่างจังหวัด

ดังนั้นประเมินภาพรวมตลาดลิฟต์และบันไดเลื่อนปี 2559 จะใกล้เคียงปี 2558 คือ 5,800 ตัว จากช่วงต้นปีที่ได้ประมาณการตลาดปีนี้ทั้งปีจะเติบโต 5-7% สำหรับมิตซูบิชิในปีบัญชี 2559 (เมษายน 2559-มีนาคม 2560) มียอดขายลิฟต์ประมาณ 1,665 ตัว คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 29% โดย ทั้งปีบัญชี 2559 ตั้งเป้าหมายยอดขาย 1,800 ตัว อย่างไรก็ดี ช่วงเดือนเมษายนกันยายน 2559 บริษัทมียอดขายประมาณ 800 ตัว ชะลอกว่าที่คาดการณ์ ซึ่งเป็นไปตามภาวะของธุรกิจอสังหาฯ โดยกลุ่มลูกค้าหลักยังคงเป็นที่พักอาศัย มีสัดส่วน 60% และค้าปลีก 40%

"ในปีนี้ตลาดที่อยู่อาศัย ในกลุ่มโครงการแนวสูงชะลอตัวไป ขณะที่แนวราบมีการเปิดตัวเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะบ้านหรูระดับราคา 20-40 ล้านบาท มีการติดตั้งลิฟต์บ้านให้กับลูกค้า จากเดิมต้องเป็นบ้านเดี่ยวระดับราคา 70-80 ล้านบาทขึ้นไป เพราะประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ผู้ซื้อที่มีอายุ 40 ปีขึ้นเริ่มมองหาบ้านที่คิดว่าตัวเองสามารถอยู่อาศัยชั้น 2 ได้ด้วย ทำให้บริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยต้องปรับสินค้าให้สอดคล้องความต้องการของผู้บริโภค นอกจากนี้ยังมีธุรกิจรับสร้างบ้าน ก็ปรับตัวเช่นกัน มีแบบบ้านที่มีการติดตั้งลิฟต์สำหรับบ้านราคา 40 ล้านบาทให้ลูกค้าเลือก ทำให้ได้ลูกค้ากลุ่มนี้มาชดเชยตลาดแนวสูงที่ชะลอตัวไป"

นายสันติ กล่าวและเสริมว่า "การติดตั้งลิฟต์บ้านถือเป็นการสร้างมูลค่าให้กับบ้าน ดังนั้น อนาคตจะมีการติดตั้งลิฟต์บ้านกันมากขึ้น โดยที่ราคาบ้านที่มีลิฟต์ก็จะลดลงจาก 20-40 ล้านบาท สำหรับราคาลิฟต์บ้านปัจจุบันราคา 1 ล้านบาทต้นๆ (บ้าน 2 ชั้น) และรถเข็นสามารถเข้าได้"

สำหรับลิฟต์บ้านในขณะนี้ถือเป็นตลาดใหม่ ที่ลูกค้าตัดสินใจซื้อเอง ดังนั้นราคาไม่ใช่ปัจจัยหลักในการเลือกซื้อ แต่จะให้ความสำคัญกับความปลอดภัย และการบริการหลังการขาย ทั้งนี้ มูลค่าตลาดลิฟต์บ้าน เมื่อ 3 ปีก่อน มีไม่เกิน 5% ปัจจุบันมีมากกว่า 10%  เพิ่มเท่าตัว และแนวโน้มอัตราการเติบโตจะสูงขึ้น โดยตลาดหลักมีที่พักอาศัย ซึ่งมีทั้ง คอนโดมิเนียม และบ้านจัดสรร โรง พยาบาล และตลอดจนอาคารสำนักงาน ซึ่งทั้ง 2 กลุ่มนี้มีแนวโน้มขยายตัว เช่นกัน เพราะประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการรักษาพยาบาลของภูมิภาคเอเชีย เช่นเดียวกับที่ไทยเป็นศูนย์การลงทุนของเออีซี

ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ