Loading

อสังหาฯตจว.ทรุด!ยอดขายอื้อเอกชนเร่งสร้างจุดขายหวังโละสต๊อก

วันที่ : 3 พฤศจิกายน 2559
อสังหาฯตจว.ทรุด!ยอดขายอื้อเอกชนเร่งสร้างจุดขายหวังโละสต๊อก

ศูนย์ข้อมูลฯ ระบุอสังหาฯ ต่างจังหวัดชะลอตัวต่อเนื่อง ยอดขายอืดบางจังหวัดเฉลี่ยไม่ถึง 1 ยูนิตต่อเดือน หวัง AEC เขตเศรษฐกิจพิเศษกระตุ้นเศรษฐกิจฟื้นฉุดอสังหาฯ โตตาม ด้านนักธุรกิจขอนแก่นระดมทุนตั้งบริษัทขอนแก่พัฒนาเมือง พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรอบเมืองหวังเป็น "มหานครอาเซียน" ขณะที่สมาคมอสังหาฯ พิษณุโลกแนะผู้ประกอบการ ปรับตัว สร้างวินัยการเงินรับมือภาวะตลาดทรุด

 

นางสาวสิทธิเพ็ญ สิทธัตถพงษ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในต่างจังหวัดยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจากการสำรวจ 10 จังหวัดตามแนวชายแดน และจังหวัดสำคัญ ได้แก่ กาญจนบุรี สระแก้ว ตราด นครพนม มุกดาหาร หนองคาย สุรินทร์ นครสวรรค์ สุพรรณบุรี และกระบี่ แม้ในบางจังหวัดจะมีอัตราการขายขึ้นๆ ลงๆก็ตาม แต่โดยเฉลี่ยยอดขายลดลง บางจังหวัดยอดขายเฉลี่ยไม่ถึง 1 ยูนิตต่อเดือน

 

ทั้งนี้ ผลสำรวจพบว่า จังหวัดกาญจนบุรี มีโครงการจัดสรรที่อยู่ระหว่างขาย ณ ไตรมาส 3/2559 (นับเฉพาะโครงการที่มีหน่วยเหลือขายเกิน 6 ยูนิต) จำนวน 11 โครงการ 997 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 8 โครงการ 554 ยูนิต ปัจจุบันมีหน่วยเหลือขาย 187 ยูนิต หรือ 36% ของจำนวนยูนิตที่เปิดตัวใหม่ ราคาที่ดินเปล่าจัดสรร ตารางวา ละ 10,000-39,000 บาท บ้านเดี่ยวชั้นเดียว ราคาต่ำสุด 1.65 ล้านบาท, ทาวน์เฮาส์ชั้นเดียวราคาต่ำสุด 689,000 บาท ส่วนอาคารชุดมี 3 โครงการ 443 ยูนิต เหลือขาย 337 ยูนิตหรือ 76% ราคาห้องชุด 25,000-50,000 บาท/ตร.ม. ขนาดห้องชุด 26-67 ตร.ม. อัตราขายเฉลี่ย 1.2 ยูนิตต่อเดือน ห้องชุดอัตราขายเฉลี่ย 4.4 ยูนิตต่อเดือน

 

อ.เมืองสระแก้ว และ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว มีโครงการจัดสรร ที่อยู่ระหว่างการขาย 11 โครงการ 1,051 ยูนิต ตั้งอยู่ในสระแก้ว 4 โครงการ 222 ยูนิต และอยู่ในเขตอรัญประเทศ 7 โครงการ 829 ยูนิต ปัจจุบันเหลือขาย 382 หน่วย หรือ 36%โครงการอาคารชุดมีเพียง 1 โครงการ 76 ยูนิตเหลือขาย 56 ยูนิต หรือ 74% อัตราการขายเฉลี่ย 4 ยูนิตต่อเดือน ทั้งนี้สระแก้วรัฐบาลได้สนับสนุนให้เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษรวมถึงเมืองท่องเที่ยว ซึ่งที่ผ่านมากัมพูชาได้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องโดยมีโรงงานอุตสาหกรรมเปิดหลายแห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจไทย ที่ต้องการหนีค่าแรง 300 บาท

 

อ.เมือง จ.ตราดมีโครงการบ้านจัดสรร 4 โครงการ 79 หน่วยขายได้ 24 หน่วยเหลือขาย 55 หน่วย หรือ 70% ไม่มีโครงการคอนโดฯ ส่วนใหญ่จะเป็นพัฒนาโครงการขนาดเล็ก 3-30 ยูนิต อัตราการขายเฉลี่ย 0.5 ยูนิตต่อเดือน

 

อย่างไรก็ตาม จ.ตราดมีโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถของทางหลวงให้เชื่อมโยงฐานการผลิตที่สำคัญของประเทศและเชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งระหว่างประเทศ อาทิ โครงการก่อสร้างถนนสายเลียบหาดบานชื่น อ.หลองใหญ่ โครงการก่อสร้างทางเข้าท่าเทียบเรืออเนกประสงค์คลองใหญ่, โครงการก่อสร้างถนนสาย ก ข และ ค, ปรับปรุงทางหลวงหมายเลข 3 ขยาย 4 ช่องจราจร เพื่อพัฒนา โครงข่ายทางหลวงเชื่อมโยงระหว่างประเทศ 18 เส้นทางฯ

 

อ.เมืองนครพนม จ.นครพนม มีโครงการบ้านจัดสรร 7 โครงการ 731 ยูนิต มีหน่วยเหลือขาย 197 ยูนิต คิดเป็น 27% ของยูนิตที่เปิดขายทั้งหมด ไม่มีโครงการ คอนโดฯ การเปิดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 3 ตั้งแต่ปี 54 ตรงข้ามกับเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน สปป.ลาว ทำให้นครพนมเป็นเมืองท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ซึ่งทางจังหวัดได้สร้างเส้นทางจักรยานระยะทาง 3 กิโลเมตร เรียบริมแม่น้ำโขง และมีความพยายามจัดสรรงบราว 200 ล้านบาทในการก่อสร้างเส้นทางจักรยานระยะทาง 60 กิโลเมตร พระธาตุพนม-สะพานมิตรภาพไทยลาว แห่งที่ 3 ซึ่งจะเห็นบรรยากาศสองฝั่งโขง

 

จ.มุกดาหาร มีโครงการจัดสรรที่อยู่ระหว่างขาย 16 โครงการ 387 ยูนิต เหลือขาย 221 ยูนิต หรือ 57% ไม่มีโครงการอาคารชุด มุกดาหารเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ มีด่านมุกดาหารเป็นจุดเชื่อมต่อแขวงสะหวันเขต สปป.ลาว มีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 2 ซึ่งบริเวณโดยรอบสะพานมีการพัฒนาพื้นที่มากกว่านครพนม โดยพบว่ามีที่ดินหลายแปลงที่อยู่ระหว่างการถมดินเพื่อเตรียมพัฒนา และประกาศขายที่ดินแปลงใหญ่ มีการลงทุนสร้างสวนน้ำขนาดใหญ่ มีการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ใหม่บริเวณถนนเลียบริมแม่น้ำโขง ถนนสำราญชายโขงเหนือ

 

จ.หนองคาย มีโครงการจัดสรรที่อยู่ระหว่างขาย 6 โครงการ 264 ยูนิต ปัจจุบันเหลือขาย 104 ยูนิต หรือ 39% ของจำนวนยูนิตที่เปิดขาย ไม่มีโครงการอาคารชุด และ จ.สุรินทร์ มีโครงการบ้านจัดสรร 19 โครงการ 1,000 ยูนิต ปัจจุบันเหลือขาย 551 ยูนิต หรือ 55% ไม่มีโครงการคอนโดฯ ถ.สุรินทร์-ศรีขรภูมิ ในพื้นที่ตำบลสลักได เป็นทำเลใหม่ที่กลุ่มผู้ประกอบการนิยมพัฒนา หลังจากทำเลในเมืองและนอกเมืองหาได้ยาก

 

จ.นครสวรรค์ โครงการจัดสรร 25 โครงการ 2,456 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 22 โครงการ 2,024 ยูนิต ปัจจุบันเหลือขาย 854 ยูนิต หรือ 42% อัตราขายเฉลี่ย 1.5 ยูนิตต่อเดือน ขณะที่อาคารชุดมีจำนวน 3 โครงการ 432 ยูนิต เหลือขาย 142 ยูนิต หรือ 33% อัตราขายเฉลี่ย 0.3 ยูนิตต่อเดือน

 

จ.สุพรรณบุรี มีโครงการจัดสรร 10 โครงการ 1,369 ยูนิต ปัจจุบัน มีหน่วยเหลือขาย 544 ยูนิต หรือ 40% อัตราขายเฉลี่ย 0.3 ยูนิตต่อเดือน ไม่มีโครงการคอนโดฯ

 

จ.กระบี่มีโครงการจัดสรร 32 โครงการ 1,554 ยูนิต แบ่งเป็นบ้านจัดสรร 25 โครงการ ปัจจุบันมีหน่วยเหลือขาย 426 ยูนิต หรือ 49% แม้ว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวสำคัญแต่ก็มีอัตราขายเฉลี่ยเพียง 1.1 หลังต่อเดือน ขณะที่โครงการคอนโดฯมีจำนวน 8 โครงการ 682 ยูนิต ปัจจุบันเหลือขาย 401 ยูนิต หรือ 59% อัตราขายเฉลี่ย 1.2 ยูนิตต่อเดือน

 

อย่างไรก็ตาม การเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน จะทำให้เกิดการขยายตลาดออกไปยังประเทศในกลุ่มอาเซียน และยิ่งไทยถือเป็นศูนย์กลางของ AEC จะทำให้เกิดการค้าการลงทุนจากต่างชาติเพิ่มมากขึ้น เศรษฐกิจเมืองค้าชายแดนจะมีความคึกคักขึ้น นอกจากนี้ การพัฒนา เขตเศรษฐกิจพิเศษ จะทำให้เกิดการลงทุนของภาคอุตสาหกรรม เกิดการจ้างงาน และความต้องการที่อยู่อาศัยเพิ่มมากขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะคอนโดมิเนียม เนื่องจากนักลงทุนหรือพนักงานชาวต่างชาติสามารถซื้อเป็นกรรมสิทธิ์ได้ ซึ่งคาดว่าจะช่วยให้ตลาดอสังหาฯ ในต่างจังหวัดเติบโตขึ้น โดยเฉพาะเมืองค้าชายแดน

 

ซัพพลายเหลือขายเพียบ-ชะลอเปิดโครงการใหม่

 

นายชาญณรงค์ บุริสตระกูล กรรมการผู้จัดการ บริษัทอีสานพิมานกรุ๊ป จำกัด และนายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์ขอนแก่น กล่าวภาพรวมตลาดอสังหาฯ ขอนแก่นว่า ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาว่ากำลังซื้อหายไป จำนวนผู้เข้าเยี่ยมชมโครงการตกลงไปเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ผู้ประกอบการได้ชะลอการพัฒนาโครงการใหม่ แต่เน้นระบายสต๊อกเก่าที่มีอยู่ออกไป โดยเฉพาะคอนโดฯ มีซัปพลายเหลือมาก คาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการระบายสต๊อกถึง 2 ปี ซึ่งมีทั้งโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ และผู้ประกอบการใน ท้องถิ่น ส่วนแนวราบไม่ค่อยประสบปัญหา เพราะเป็นโครงการที่สร้างไป ขายไป จึงมีซัปพลายเหลือน้อยกว่าคอนโดฯ

 

เอกชนลงขัน ผุดบีอาร์ทีกระตุ้นเศรษฐกิจขอนแก่น

 

นายชาญณรงค์ กล่าวต่อว่า ภาคเอกชนในจังหวัดขอนแก่น จำนวน 20 ราย ได้ร่วมลงทุน รายละ 10 ล้านบาท เป็นเงินจำนวน 200 ล้านบาท จัดตั้งบริษัทเพื่อพัฒนาระบบขนส่งมวลชน อาทิ รถบีอาร์ที รอบเมืองขอนแก่น โดยมีเทศบาลเมืองขอนแก่นเป็นแกนนำ เพื่อพัฒนาพื้นที่โดยรอบเมืองขอนแก่นให้เป็นแหล่งงานชั้นดี สามารถดึงดูดผู้ประกอบการจากทุกอุตสาหกรรมเข้ามาลงทุน มากขึ้น และเป็นศูนย์กลางของ CLMV ในอนาคต

 

โดยโครงการดังกล่าวคาดว่าจะใช้งบในการลงทุนประมาณ 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินลงทุนก่อสร้างระบบรถจำนวน 15,000 ล้านบาท และอีก 15,000 ล้านบาทจะเป็นงบสำหรับการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 30 ปี โดยในเร็วๆ นี้จะเข้าไปเจรจากับผู้ประกอบการ ประชาชนในเขต อ.เมือง ในการนำเม็ดเงินร่วมลงทุนในโครงการ ดังกล่าวเพิ่มด้วย

 

ทั้งนี้ รถบีอาร์ที จะแบ่งเป็น 26 สถานีระยะทาง 23 กิโลเมตร ผ่าน 5 ตำบลในเขต อ.เมือง ซึ่งในจำนวนดังกล่าวจะเป็นการวิ่งผ่านโครงการอสังหาฯ ที่พัฒนาแล้ว 5 โครงการ 1 ในจำนวนนั้นคือ โครงการ เดอะ เบสท์ ของบริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ขณะนี้ขั้นตอนต่างๆ ได้นำเสนอไปที่สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร หรือ สนข. ซึ่งอยู่ระหว่างการศึกษาในการจัดทำรายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) หากขั้นตอนดังกล่าวผ่านการพิจารณา ก็จะนำเสนอ คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในลำดับถัดไป เมื่อผ่านกระบวนการทุกขั้นตอนก็จะสามารถเริ่มดำเนินการลงทุนได้

 

"เพียงแค่มีแผนลงทุนโครงการดังกล่าว ก็ส่งผลให้ราคาที่ดินขยับขึ้นสูงไปที่ 20-40 ล้านบาท/ไร่ จากในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมาราคาที่ดินค่อนข้างนิ่ง ไม่มีการซื้อขายแต่อย่างใด คาดว่าเมื่อโครงการดังกล่าวแล้วเสร็จราคาที่ดินจะปรับตัวสูงขึ้นอีกอย่างน้อย 2 เท่าตัว" นาย ชาญณรงค์ กล่าว

 

อย่างไรก็ตาม ในอนาคตอีก 5 ปี มีแผนจะเปิดกองทุนโครงสร้างพื้นฐานจังหวัด หรือ ขอนแก่น อินฟราสตรักเจอร์ฟันด์ ในการระดมทุนประมาณ 6,000 ล้านบาท ผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ เพื่อนำไปก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในขอนแก่น หากทำสำเร็จจะถือว่าเป็นองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นแห่งแรกในประเทศไทยที่พัฒนาพื้นที่ด้วยแนวทางนี้ หวังเป็นมหานครแห่งหนึ่งในอาเซียนในอนาคต

 

ในส่วนของบริษัท อีสานพิมานกรุ๊ป ดำเนินธุรกิจพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย ประเภทโครงการแนวสูง ราคา 1.2-3 ล้านบาท และแนวราบราคา 2.2-23 ล้านบาท มาเป็นระยะเวลาประมาณ 34 ปีแล้ว จึงมีความชำนาญในตลาดขอนแก่น ปัจจุบันมียูนิตเหลือขายไม่มากนัก แต่ก็ชะลอการเปิดโครงการใหม่เช่นเดียวกับผู้ประกอบการรายอื่นเช่นกัน ขณะเดียวกันสถาบันการเงินก็เข้มงวดในการพิจารณาปล่อยสินเชื่อมากขึ้น คาดว่าเมื่อสภาวะเศรษฐกิจฟื้นตัวและการลงทุนรถบีอาร์ที มีความชัดเจน ก็จะส่งผลให้ธุรกิจอสังหาฯ ในขอนแก่น กลับมาฟื้นตัวอีกครั้งหนึ่ง

 

แนะอสังหาฯ พิษณุโลกเร่งปรับตัวสร้างวินัย การเงิน

 

นายยศวัจน์ รุ่งคณาวุฒิ นายกสมาคมอสังหาริมทรัพย์พิษณุโลก เปิดเผยว่า  ปัจจุบันในพิษณุโลกมีโครงการจัดสรรรวมทั้งสิ้น 35 โครงการ แต่อัตราการขายไม่ดีเท่าที่ควร เพราะช่วงที่ผ่านมามีผู้ประกอบการจากส่วนกลางเข้ามาเปิดโครงการ ทำให้มีจำนวนซัปพลาย เพิ่มขึ้น ในส่วนผู้ประกอบการท้องถิ่นก็ต้องปรับตัวและ ต้องมีวินัยทางการเงิน อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์พิษณุโลกมีโอกาสที่จะขยายตัวได้ในระยะต่อไป เนื่องจากมีจุดเด่นด้านภูมิศาสตร์ และเป็นเมืองมหาวิทยาลัย มีการขยายการค้าและพาณิชย์ ซึ่งในอนาคตภาครัฐจะมีการลงทุนรถไฟความเร็วสูง และวิ่งผ่านพิษณุโลก จะทำให้เมืองขยาย มีการลงทุนด้านการค้าพาณิชย์และการลงทุนที่อยู่อาศัยรองรับความต้องการ

 

"ทั้งนี้ ทางสมาคมฯ ได้เข้าไปหารือกับภาคส่วนต่างๆ ในจังหวัด เช่น การให้ความคิดเห็นเรื่องการทำผังเมืองและวางสาธารณูปโภคต่างๆ ให้สอดคล้องกัน และจะร่วมหารือแนวทางในการพัฒนาเมืองและพัฒนาคนให้มีคุณภาพควบคู่กันไป โดยขณะนี้มองว่า เมืองพิษณุโลกเป็นเมืองบริการที่มีความหลากหลาย แต่การพัฒนาเมืองในระยะต่อไปต้องมีความชัดเจนว่าจะไปในทิศทางใด" นายยศวัจน์กล่าว

 

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ