Loading

ก่อสร้าง-ตกแต่งยังซึมโฮมโปรชี้กำลังซื้อฟื้นตัวช้าต่างจังหวัดยังนิ่งฮึดอัดอีเวนต์สู้

วันที่ : 2 พฤศจิกายน 2559
ก่อสร้าง-ตกแต่งยังซึมโฮมโปรชี้กำลังซื้อฟื้นตัวช้าต่างจังหวัดยังนิ่งฮึดอัดอีเวนต์สู้

ก่อสร้าง-ตกแต่งบ้านยังอืด โฮมโปรฮึดลุยอีเวนต์ถี่ดันรายได้ 9 เดือนยังโต 9%

นายคุณวุฒิ ธรรมพรหมกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท โฮมโปรดักส์ เซ็นเตอร์ หรือโฮมโปร ศูนย์รวมวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านครบวงจร เปิดเผยว่า ภาพรวมการประกอบธุรกิจในช่วงไตรมาส 3 การบริโภคภาคเอกชนมีการขยายตัวอย่างช้าๆ รวมถึงด้านกำลังซื้อของผู้บริโภคในต่างจังหวัดยังไม่ฟื้นตัวอย่างชัดเจน

ประกอบกับเป็นช่วงฤดูฝน ซึ่งในปีนี้อัตราการตกของฝนเฉลี่ยสูงกว่าหลายปีที่ผ่านมา ส่งผลกระทบต่อภาคการก่อสร้าง การตกแต่งและปรับปรุงบ้าน รวมถึงความสะดวกของลูกค้าในการจับจ่ายใช้สอย จึงส่งผลให้อัตราการเติบโตของยอดขายในสาขาเดิมของโฮมโปรชะลอตัวลงเมื่อเปรียบเทียบกับครึ่งปีแรก

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการกระตุ้นยอดขายทั้งในรูปแบบการส่งเสริมการขายและการจัดกิจกรรมเพิ่มเติม เช่น การจัดงานโฮมโปร แฟร์ 2016 ที่จัดในช่วงเดือน ก.ค.เป็นครั้งแรก ถือได้ว่าเป็นส่วนช่วยในการผลักดันยอดขายในไตรมาส 3 ส่วนธุรกิจเมกาโฮม ได้รับผลกระทบจากฤดูฝนเช่นกัน แต่ผลการดำเนินงานยังเติบโตในระดับที่น่าพอใจ

ทั้งนี้ ในไตรมาสที่ 3 บริษัทยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผนที่วางไว้ โดยเปิดสาขาโฮมโปร 1 แห่ง ได้แก่ สาขาชลบุรีบางเสร่ และเมกาโฮม 1 แห่ง ที่สาขาหาดใหญ่ สิ้นสุดไตรมาสที่ 3 บริษัทเปิดดำเนินการแล้วทั้งสิ้น 88 สาขา โดยแบ่งเป็นธุรกิจโฮมโปร 78 สาขา ธุรกิจเมกา โฮม 9 สาขา และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย 1 สาขา

สำหรับผลการดำเนินงานของบริษัทในรอบ 9 เดือน บริษัทมีผลกำไรสุทธิ 2,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 448 ล้านบาท หรือ 19.04 % เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมจำนวน 4.5 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,085 ล้านบาท หรือ 9.97% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยเป็นผลมาจากการเติบโตของสาขาใหม่ของธุรกิจโฮมโปร และเมกาโฮม รวมถึงจากการขายงาน และรายได้ค่าเช่าที่เพิ่มขึ้นของพื้นที่เช่าภายในศูนย์การค้ามาร์เก็ตวิลเลจ และการเติบโตของรายได้การส่งเสริมการขาย รวมถึงรายได้จากค่าบริการ โฮม เซอร์วิส

ทั้งนี้ บริษัทมีกำไรขั้นต้นเป็นจำนวนเงิน 1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 739.73 ล้านบาท หรือ 7.47% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขาย อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นต่อยอดขายลดลงจาก 25.76% เป็น 25.28% ซึ่งเป็นผลมาจากโครงสร้างอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจเมกาโฮมที่ต่ำกว่าโฮมโปร และมีสัดส่วนของยอดขายของธุรกิจเมกาโฮมที่สูงขึ้น

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ