Loading

บิ๊กตู่ยันเศรษฐกิจแข็งแกร่งเล็งออกมาตรการเพิ่มเติม

วันที่ : 19 ตุลาคม 2559
บิ๊กตู่ยันเศรษฐกิจแข็งแกร่งเล็งออกมาตรการเพิ่มเติม

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า ในที่ประชุม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)  ได้ขอให้ทุกหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจช่วยกันชี้แจงและสร้างความเชื่อมั่นให้กับคนไทยทั่วประเทศ ไม่ต้องกังวลใจอะไร เพราะขณะนี้เศรษฐกิจของประเทศยังอยู่ในระดับที่ดี ทุกอย่างสามารถเดินหน้าได้ตามปกติ

 

ขณะนี้ฐานะการเงินการคลังของประเทศยังแข็งแกร่ง เพราะเงินทุนสำรองระหว่างประเทศยังมีสูง ขณะที่มีหนี้สาธารณะต่อผลผลิตมวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ค่อนข้างต่ำ จึงขอให้มั่นใจได้ โดยทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลเองก็มีช่องทางหลาย ๆ ช่องทางเข้ามาช่วยได้หากมีความจำเป็น สามารถขับเคลื่อนมาตรการต่าง ๆ เพิ่มเติมได้

 

นายกอบศักดิ์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาถือว่าเป็นความโชคดี ที่รัฐบาลได้เตรียมมาตรการไว้ก่อนหน้าแล้ว ทั้งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การช่วยเหลือเกษตรกร การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเปรียบเหมือนกับการฉีดยาแรง จึงมีภูมิต้านทาน ทำให้เมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้น แรงส่งในการขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจยังคงอยู่ และคาดว่ามาตรการต่าง ๆ จะสามารถส่งผลในการพยุงเศรษฐกิจต่อไปอย่างน้อยถึงไตรมาสแรกของปี 60 แต่หากมีความจำเป็นในอนาคตก็สามารถออกมาตรการเพิ่มเติมได้เช่นกัน

 

"รัฐบาลกำลังประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ว่ามีความจำเป็นเพิ่มเติมหรือไม่  หากจำเป็นต้องออกมาตรการเพิ่มเติมก็สามารถดำเนินการได้ และหากต้องมีมาตรการออกมา ก็เชื่อว่าอาจจะเป็นมาตรการแบบเดิมที่เคยออกมาในช่วงปลายปีที่แล้ว เช่นมาตรการช้อปช่วยชาติ  เพื่อช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชน และสร้างบรรยากาศทางเศรษฐกิจให้ดีขึ้น แต่ในช่วงเวลาขณะนี้ยังไม่มีอะไรออกมา"

 

ก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวว่า กระทรวงการคลังได้เตรียมมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงปลายปี โดยเฉพาะการออกมาตรการลดหย่อนภาษีเพื่อการท่องเที่ยว ที่อนุญาตให้นำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวภายในประเทศทั้งค่านำเที่ยว และค่าที่พักในโรงแรม มาช่วยหักลดหย่อนภาษีได้ตามจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งยังอยู่ระหว่างการหารือในรายละเอียด

 

นอกจากนี้ล่าสุดเมื่อวันที่ 27 ก.ย. ครม.ได้เห็นชอบมาตรการเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้มีรายได้น้อยที่ได้ลงทะเบียนไว้กับรัฐบาล โดยผู้ที่ไม่มีรายได้หรือมีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี จะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 3,000 บาท หากมีรายได้สูงกว่าปีละ 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 1 แสนบาทจะได้รับเงินช่วยเหลือคนละ 1,500 บาท

 

ขณะเดียวกันธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือธ.ก.ส.ยังได้ช่วยเหลือเกษตรกรลูกค้าทั้งการยกหนี้ให้ การลดดอกเบี้ย การพักเงินต้น การปรับโครงสร้างหนี้ รวมถึงการให้สินเชื่อใหม่ เป็นต้น ซึ่งอยู่ระหว่างการดำเนินการ

 

นายกอบศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบในหลักการจ่ายค่าเยียวยาให้แก่ประชาชนที่ได้รับผล กระทบในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษมุกดาหาร วงเงิน 1.03 ล้านบาท โดยใช้เงินเหลือจ่ายจากการก่อสร้างอาคารสำนักบริหารเงินตรา ระยะที่ 2 โดยมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเข้ามาดำเนินการไม่ให้มีการใช้สิทธิเรียกร้องอื่นเพิ่มเติมในภายหลัง

 

พร้อมกันนั้นได้มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยและกระทรวงการคลังพิจารณาหลักเกณฑ์การจ่ายค่าเยียวยาให้แก่ประชาชนในการออกจากพื้นที่ เพื่อดำเนินการตามนโยบายการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษ และเพื่อให้เกิดความเท่าเทียมกัน.

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ