Loading

ตลาดสระว่ายน้ำปีนี้แข่งดุเน้นหั่นราคา-ใช้วัสดุเกรดต่ำ

วันที่ : 17 ตุลาคม 2559
ตลาดสระว่ายน้ำปีนี้แข่งดุเน้นหั่นราคา-ใช้วัสดุเกรดต่ำ

นายธนูศักดิ์ พึ่งเดช ประธานกรรมการบริหาร กลุ่มบริษัท เจ.ดี.พูลส์ ผู้ดำเนินธุรกิจสระว่ายน้ำในรูปแบบแฟรนไชส์ เปิดเผยว่า ภาพรวมตลาดสระว่ายน้ำในช่วงไตรมาส 3 และไตรมาส 4 ปี 2559 มีแนวโน้มดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งสาเหตุมาจากช่วง 3 เดือนที่ผ่านมา ผู้ประกอบการโรงแรมและรีสอร์ท เร่งการก่อสร้างให้ทันกับช่วงไฮซีซั่น (High Season) ของการท่องเที่ยวในไตรมาสสุดท้ายของปี

ทั้งนี้ตลาดสระบ้านไม่ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจมากนัก แต่ภาพรวมตลาดสระว่ายน้ำในปัจจุบันถือว่ามีการแข่งขันค่อนข้างสูง และมีกลุ่มผู้ประกอบการ รายใหม่เกิดขึ้นจำนวนมาก และเน้นแข่งขันลดราคา แต่ไม่เน้นการใช้วัสดุที่มีคุณภาพหรือใช้แต่วัสดุราคาต่ำ ประกอบกับการขาดบริการหลังการขาย หรือดูแลและซ่อมบำรุง หวังลดต้นทุนและตัดราคาขายคู่แข่งรายอื่นๆ สุดท้ายสินค้าอาจเสื่อมสภาพเร็วและส่งผลต่อผู้บริโภคในอนาคต

"ปัจจุบันผู้ประกอบการรับสร้างสระว่ายน้ำรายย่อย เน้นการขายราคาต่ำ แต่พยายามเคลมคุณภาพเกินจริง รวมทั้งรายเดิมที่เน้นขายสินค้าต้นทุนต่ำ แต่ตั้งราคาขายแพง รวมถึงผู้ประกอบการหลายรายยังคงเน้นทำตลาดสร้างสระว่ายน้ำแบบ ปูกระเบื้อง ซึ่งในระยะยาวผู้บริโภคอาจพบปัญหาเรื้อรังจากการซ่อมแซมและดูแลสระว่ายน้ำ ที่ผ่านมาตลาดรับสร้างสระว่ายน้ำกว่าครึ่งหนึ่ง หรือ 50% เมื่อสร้างสระเสร็จแล้ว ไม่ได้รับการดูแลหรือไม่มีบริการหลังการขาย จึงเกิดปัญหาเสื่อมสภาพและใช้งานไม่ได้ในที่สุด"นายธนูศักดิ์ กล่าว

โดยล่าสุดหลังจากบริษัทได้มีการเปิดตัวธุรกิจบริการดูแลคุณภาพน้ำและจำหน่ายผลิตภัณฑ์สระว่ายน้ำให้สระทุกประเภท ภายใต้แบรนด์ "พูล โปรแอนด์แล็บ" (Pool Pro&Lab : PPL) พร้อมทั้งเปิดตัวรับบริการ "POOL RENEWAL PROGRAM" หรือบริการรีโนเวทสระว่ายน้ำทั่วประเทศ ภายใต้แบรนด์ "เจ.ดี. พูลส์" ทำให้เจ.ดี.พูลส์ เป็นแบรนด์สระว่ายน้ำรายแรกและรายเดียวในไทย มีผลิตภัณฑ์ที่ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต ก่อสร้างสระว่ายน้ำ และทำการตลาดในรูปแบบแฟรนไชส์ รวมถึงการบริการหลังการขาย และดูแลคุณภาพแบบครบวงจรที่สุด

นายธนูศักดิ์กล่าวว่า ในไตรมาส 4 ปี 2559 นี้ บริษัทได้จัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นตลาดสระว่ายน้ำ สำหรับลูกค้าที่ใช้บริการสร้างสระว่ายน้ำ โดยจะได้รับโรบอทอัจฉริยะ รุ่น ACTIVE10 สำหรับทำความสะอาดสระว่ายน้ำ มูลค่ากว่า 50,000 บาทฟรี ทั้งนี้ลูกค้าที่สนใจสามารถไปพบกับกลุ่มธุรกิจ เจ.ดี.พูลส์ได้ที่งาน "บ้านและสวนแฟร์ 2559" ระหว่างวันที่ 29 ตุลาคม-6 พฤศจิกายน 2559

สำหรับภาพรวมตลาดสระว่ายน้ำปี 2559 บริษัทประเมินว่าจะมีมูลค่าประมาณ 5,000 ล้านบาท ซึ่งบริษัทตั้งเป้าส่วนแบ่ง การตลาดไว้ที่ 20% หรือประมาณ 1,000 ล้านบาท ซึ่งในไตรมาส 3 ที่ผ่านมา มียอดขาย 250 ล้านบาท โดยยอดขายมาจากลูกค้า 4 กลุ่มหลักๆ คือ 1.กลุ่มสระบ้าน (กลุ่มสระว่ายน้ำที่สร้างโดยเจ้าของบ้าน) คิดเป็น 65%, 2.กลุ่มโครงการพูลวิลล่า (เจ้าของโครงการหมู่บ้านและคอนโดมิเนียม) 15% ,3.กลุ่มโครงการโรงแรมและรีสอร์ท 10% และ 4.กลุ่มอื่นๆ (สระว่ายน้ำจากโรงเรียน หรือหน่วยงานราชการ) 10%

โดยมียอดขายจากกลุ่มลูกค้า แบ่งเป็น กลุ่มลูกค้า ต่างจังหวัด โดยเฉพาะหัวเมืองใหญ่ๆ มียอดขายมากที่สุด คิดเป็น 85% อาทิ เชียงใหม่ นครราชสีมา สงขลา (หาดใหญ่) ขอนแก่น และภูเก็ต เป็นต้น และกรุงเทพฯ 15% อย่างไรก็ตาม บริษัทตั้งเป้ายอดขายในปี 2559 ไว้ที่ 1,000 ล้านบาท โดยคาดว่าไตรมาส 4 นี้จะมียอดขายประมาณ 250 ล้านบาท ทำให้มียอดขายรวมตลอดปี 2559 ประมาณ 940 ล้านบาท หรือต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย แต่ก็ถือว่าน่าพอใจเมื่อเทียบกับภาพรวมเศรษฐกิจปี 2559 นี้

ที่มา : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

 

 

 

ข่าววัสดุก่อสร้าง-เฟอร์นิเจอร์ อื่นๆ