Loading

เช็กทรัพย์สินโอนรถไฟฟ้า

วันที่ : 4 ตุลาคม 2559
เช็กทรัพย์สินโอนรถไฟฟ้า

นายพีระพล ถาวรสุภเจริญ รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ ส่วนต่อขยายช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และสายสีเขียวเหนือหมอชิต-สะพานใหม่-คูคตที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) จะต้องโอนทรัพย์สินและหนี้สินให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) ตามมติคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ว่า ที่ประชุมได้มอบหมายให้ รฟม.ไปประเมินกรอบวงเงินค่าใช้จ่ายการลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ที่เกิดขึ้นจริง ณ วันที่ 30 ก.ย. 59 และตัวเลขวงเงินลงทุนในช่วงเดือน ก.ย.-ธ.ค.นี้ ว่าต้องใช้วงเงินเท่าไหร่เพื่อให้ได้ตัวเลขที่ชัดเจนและนำกลับมาเสนอในที่ประชุมในเดือน ต.ค.นี้หลังจากนั้นจะสรุปตัวเลขให้ คจร. และรายงานที่ประชุมครม.เดือน พ.ย. ก่อนโอนภาระหนี้สิน ทรัพย์สิน และค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมดให้ กทม.เดือน ธ.ค. เพื่อให้ทันการเปิดทดลองการเดินรถ 1 สถานีคือช่วง แบริ่ง-สำโรงในสิ้นปี ส่วนสายสีเขียวเหนือให้ดำเนินการรูปแบบเดียวกับสายเขียวใต้ ซึ่งตามแผนโครงการจะเริ่มก่อสร้างได้ปี 60

นายพีระพล กล่าวต่อว่า การประเมินต้องดูรายละเอียดอย่างรอบคอบ เช่น ค่าเวนคืนที่ดิน  สัญญาเงินกู้ต้องจ่ายดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไปแล้วเท่าไหร่และเหลืออีกเท่าไหร่ เพราะเป็นภาระที่ กทม.ต้องรับไปดำเนินการทั้งหมด โดย กทม.พร้อมรับโอนหนี้ทั้งหมด ส่วนการกู้เงินเพื่อใช้ในการก่อสร้างโครงการของ กทม.นั้น ทำได้ ด้วยการออกเป็นข้อบัญญัติ กทม.และ กู้เงินต่อจากกระทรวงการคลังและปัจจุบัน กทม.อยู่ระหว่างออกกฎหมายลูกและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการกู้เงิน  ซึ่ง กทม.จะต้องทำข้อมูลเสนอ สภา กทม.ถึงรายละเอียดเงินลงทุนที่ใช้ในโครงการว่ามีอะไรบ้าง เพื่อให้เกิดความชัดเจน

สำหรับโครงการถไฟฟ้าสายสีเขียววงเงินลงทุนที่ประเมินไว้ก่อนหน้านี้อยู่ที่    60,8914.54 ล้านบาท แบ่งเป็นช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ 21,069.08 ล้านบาท และช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต 39,745.45 ล้านบาท

รายงานข่าวจาก รฟม.แจ้งว่า กทม. มีภาระด้านการเงินที่ต้องดำเนินการวงเงิน 21,023.42 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,123.21 ล้านบาท ค่าก่อสร้างงานโยธา 19,647.57 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินต้น 17,092.20 ล้านบาท ดอกเบี้ย 2,555.37 ล้านบาท ค่าธรรมเนียมการกู้เงิน 150.56 ล้านบาท  ค่าใช้จ่ายบุคลากร 89.55 ล้านบาท ค่าสำรวจอสังหาริมทรัพย์ 5.84 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษา พ.ร.บ.ร่วมทุนฯ 2.49 ล้านบาท ค่าจ้างที่ปรึกษาออกแบบและคัดเลือก 13.98 ล้านบาท และภาษีบำรุงท้องที่ 226,564 บาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ