Loading

คลังกู้ไจก้าลอตสาม5.34หมื่นล้าน ลงทุนรถไฟสายสีแดง ทยอยเบิกกันเงินรั่วไหล

วันที่ : 1 ตุลาคม 2559
คลังกู้ไจก้าลอตสาม5.34หมื่นล้าน ลงทุนรถไฟสายสีแดง ทยอยเบิกกันเงินรั่วไหล

เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2559 นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รมว.คลัง และ H.E. Mr. Shiro Sadoshima เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ได้ลงนามในหนังสือแลกเปลี่ยนว่าด้วยความร่วมมือทางการเงินระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลญี่ปุ่น สำหรับโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดง ช่วงบางซื่อ-รังสิต ระยะที่ 3 ของการรถไฟแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐบาลญี่ปุ่นตกลงให้รัฐบาลไทยโดยกระทรวงการคลังกู้เงินผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) วงเงิน 166,860 ล้านเยน หรือเทียบเท่าประมาณ 53,479 ล้านบาท

สำหรับเงินกู้รัฐบาลญี่ปุ่นเป็น เงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรนแบบ Preferential Terms คิดดอกเบี้ยเป็นสกุลเงินเยนที่ 0.30% ต่อปี ส่วนค่าจ้างที่ปรึกษา อัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี และมีค่าธรรมเนียมเงินกู้ 0.20% ของวงเงินกู้ หากเบิกจ่ายครบตามกำหนดจะคืนค่าธรรมเนียมให้ 0.10% กำหนดระยะเวลาการชำระหนี้ 15 ปี มีระยะเวลาปลอดหนี้ 5 ปี ระยะเวลาเบิกจ่ายภายใน 6 ปี เพื่อรองรับการดำเนินโครงการจนเสร็จสมบูรณ์ ทั้งนี้ ให้สามารถจัดซื้อสินค้าและบริการได้จากทุกประเทศ โดยวิธีประกวดราคานานาชาติ

รมว.คลังกล่าวว่าการลงนามเงินกู้ครั้งนี้ถือว่าเป็นเฟสสุดท้าย โดยเงื่อนไขต่างๆยังคงเหมือนเดิมไม่มีการเปลี่ยนแปลง โดยรอบนี้รัฐบาลญี่ปุ่นจะให้ความรู้ในเรื่องของการก่อสร้างให้ด้วย ส่วนการเบิกจ่ายเงินกู้ นั้นจะไปพร้อมกับการดำเนินงาน ไม่ได้เป็นการเบิกมาทั้งก้อนในคราวเดียว ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่ดี ป้องกันการรั่วไหล หรือเอาเงินไปใช้ในโครงการอื่นๆ

นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กล่าวว่า กระทรวงการคลัง ได้ลงนามความร่วมมือดังกล่าวกับไจก้า ในการทำโครงการรถไฟชานเมืองสายสีแดงทั้งหมด 3 ครั้ง คิดเป็นวงเงินกู้รวมทั้งสิ้นกว่า 8 หมื่นล้านบาท โดยเงื่อนไขของสัญญาครั้งที่ 1 คิดดอกเบี้ย 1.6% ระยะเวลาชำระหนี้ 20 ปี ปลอดหนี้ 7 ปี, สัญญาที่ 2 คิดดอกเบี้ย 0.4% ระยะเวลาชำระหนี้ 20 ปี ปลอดหนี้ 7 ปี และสัญญาที่ 3 ล่าสุดนี้ คิดดอกเบี้ย 0.3% ระยะเวลาชำระหนี้ 15 ปี ปลอดหนี้ 5 ปี

โครงการรถไฟชานเมือง (สายสีแดง) ช่วงบางซื่อ-รังสิต คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2563 ซึ่งจะทำให้ผู้โดยสารสามารถใช้ประโยชน์จากการเดินรถระบบรถไฟชานเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ปลอดภัย สะดวก ทันสมัย คาดว่าเมื่อเดินรถระบบรถไฟฟ้าจะสามารถรองรับปริมาณผู้โดยสารจากรังสิตสู่บางซื่อไม่น้อยกว่า 300,000 คน/วัน ในปีที่เปิดดำเนินการ

นอกจากนี้ยังจะทำให้สถานีกลางบางซื่อ ซึ่งเป็นสถานีต้นทางของโครงการกลายเป็นศูนย์กลางการคมนาคมขนส่งทางรางแห่งใหม่ของประเทศ รวมทั้งเป็นสถานีชุมทางของรถไฟทางไกลสายเหนือ สายอีสาน สายตะวันออก และสายใต้ และเป็นสถานีศูนย์กลางของระบบรถไฟชานเมือง ได้แก่ รถไฟฟ้าสายสีแดงเข้ม สีแดงอ่อน และแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ รวมถึงรถไฟอื่นๆ ในอนาคต

ผู้อำนวยการ สบน. กล่าวอีกว่า ในปีงบประมาณ 2560 จะมีวงเงินกู้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจทั้งหมด 1.25 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนต่อเนื่องทั้งเรื่องไฟฟ้า น้ำประปา การเคหะ และรถไฟ เป็นต้น

ที่มา: แนวหน้า

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ