Loading

รับมือAEC: จับตาเมียนมา หลังสหรัฐยกเลิกคว่ำบาตร

วันที่ : 28 กันยายน 2559
รับมือAEC: จับตาเมียนมา หลังสหรัฐยกเลิกคว่ำบาตร

ดร.การดี เลียวไพโรจน์

กรรมการผู้จัดการ C asean

            มูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศของเมียนมาเติบโตอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดประเทศ และแตะจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ในปี 2557 ที่มีมูลค่ากว่า 8,000 ล้านเหรียญสหรัฐ แต่ในปี 2558 ซึ่งเป็นปีที่มีการเลือกตั้ง มูลค่าการลงทุนนี้ตกลงมาเหลือเพียง 3,900 ล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไปด้วยดี หลายฝ่ายคาดหวังว่าเมียนมาจะสร้างสถิติใหม่ด้านเศรษฐกิจและการลงทุน แต่กลับเป็นตรงกันข้าม

ใน 6 เดือนแรกของปีนี้ มีมูลค่าการลงทุนจากต่างประเทศที่ได้รับอนุญาตอยู่เพียง 1,800 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งน้อยกว่าครั้งเมื่อปกครองโดยรัฐบาลทหารกึ่งพลเรือนเสียอีก ประเด็นนี้ทำให้ซูจีและรัฐบาลได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ให้ความสนใจด้านการพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนเท่าที่ควร

ด้านคณะกรรมการการลงทุนเมียนมา (Myanmar Investment Commission หรือ MIC) ได้ชี้แจงว่าปีนี้เป็นปีแห่งการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง จึงทำให้มีจำนวนโครงการที่ได้รับอนุญาตการลงทุนน้อยกว่าปีที่ผ่านมา แต่ก็ได้ตั้งเป้าภายในปีหน้าไว้ที่อย่างน้อย 6,000 ล้านเหรียญสหรัฐ และจะเติบโตในอัตราสูงสุดในภูมิภาค

ที่ผ่านมา MIC ได้ร่วมมือกับธนาคารพัฒนาเอเชีย หรือ ADB และ Japan International Cooperation Agency หรือ JICA ศึกษาปรับปรุงกฎหมายการลงทุนให้เปิดกว้างมากขึ้น ทั้งจำนวนประเภทธุรกิจที่อนุญาตให้ต่างชาติมาลงทุน รวมถึงเพิ่มพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ทั้งนี้ อุตสาหกรรมเป้าหมายของเมียนมายังเป็นอุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น การลงทุนที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติและโครงสร้างพื้นฐาน

จากที่ อองซานซูจี เยือนประเทศสหรัฐอเมริกาในช่วงก่อนหน้านี้ สหรัฐได้ประกาศยืนยันจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรเมียนมาเพิ่มเติม โดยเฉพาะเรื่องการค้า การลงทุน รวมทั้งให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร หรือจีเอสพีอีกครั้ง ชาวเมียนมาคาดหวังว่าบรรยากาศการลงทุนและมูลค่าการส่งออกจะสดใสมากขึ้น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าทุกอย่างจะดีขึ้นในทันที

ประเด็นด้านการลงทุน แม้มีการยกเลิกการคว่ำบาตรจากสหรัฐอเมริกา รวมทั้งอนุญาตให้สามารถมีการโอนถ่ายเงินระหว่างธนาคารที่มีกองทัพทหารมีส่วนในการดูแล แต่ขณะนี้ยังรอให้สหรัฐประกาศยกเลิก State of Emergency อย่างเป็นทางการ เหตุเพราะธนาคารในสหรัฐยังไม่ยอมให้มีการโอนเงินระหว่างประเทศเหล่านี้ แม้ว่าจะเป็นบริษัทสัญชาติอเมริกันก็ตาม

ประเด็นด้านการส่งออก แม้ว่าจะมีสินค้าอีกหลายพันรายการที่เมียนมาสามารถส่งออกสู่สหรัฐได้ตามสิทธิจีเอสพี แต่สหรัฐมีการกำหนดมาตรฐานสินค้าและคุณภาพในระดับสูง รวมถึงมาตรฐานการผลิตและการใช้แรงงาน ซึ่งในขณะนี้เมียนมาสามารถผลิตสินค้าและสินค้าการเกษตรได้เพียงขั้นพื้นฐานเท่านั้น ยังต้องพัฒนาด้านการแปรรูปและการสร้างมูลค่าเพิ่ม ในขณะที่ตลาดของสหรัฐต้องการสินค้าที่มีการเพิ่มมูลค่าและมาตรฐานสูง เช่น ข้าวพร้อมรับประทานในบรรจุภัณฑ์ที่มีขนาดเล็ก และการรับรองคุณภาพด้านต่างๆ

เมียนมาต้องใช้ระยะเวลาอีกมากในการพัฒนาสินค้า ยกระดับอุตสาหกรรมแปรรูป และกระบวนการผลิตเพื่อให้ใช้ประโยชน์จากการยกเลิกมาตรการต่างๆ นี้อย่างเต็มที่

ที่มา: โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ