Loading

'Active Reit'จ่อเข้าตลาดตลท.แนะกองอสังหาแปรสภาพ

วันที่ : 28 กันยายน 2559
'Active Reit'จ่อเข้าตลาดตลท.แนะกองอสังหาแปรสภาพ

ตลท. เผยปีนี้ได้เห็นกอง Active Reit เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ คาดขนาดกองสูงกว่า 500 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท "ดร.สันติ กีระนันทน์" แนะกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ควรแปลงสภาพเป็นกองรีทส์เพื่อสร้างการเติบโต แย้มช่วงที่เหลือของปีนี้มีกองรีทส์จ่อคิวเข้าตลาดหุ้น 2-3 กอง

ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัด การ หัวหน้าสายงานออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ในปีนี้จะมีกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ ประเภท Active Reit เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ไทยเป็นกองแรก โดยกองดังกล่าวจะสามารถปรับโครงสร้างสินทรัพย์ภายในกองทุนเพื่อทำกำไร ซึ่งแตกต่างจากกองรีทส์ในปัจจุบัน ที่เน้นถือครองสินทรัพย์เพื่อรับรู้รายได้จากการบริหารสินทรัพย์เพียงอย่างเดียว แต่กอง Active Reit อาจจะมีความเสี่ยงที่สูงกว่า

อย่างไรก็ตาม ในขณะนี้ยังไม่ได้กำหนดมูลค่ากองรีทส์แต่คาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 500 ล้านบาท แต่ไม่เกิน 5,000 ล้านบาท ส่วนสินทรัพย์ที่จะนำมาเข้ากองรีทส์นั้นในเบื้องต้นคาดว่าจะเป็นโรงแรม หรือห้างสรรพสินค้า ซึ่งจะสามารถเป็นได้ทั้งสินทรัพย์ที่เป็นกรรมสิทธิ์ (Freehold) และในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์ (Leasehold)

โค้งหลังกองรีทส์จ่อคิว

"ในสภาวะที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ในระดับต่ำ ทำให้นักลงทุนมองหาการลงทุนอื่น นอกจากหุ้นที่มีความเสี่ยงสูง กองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองรีทส์นับเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ให้อัตราผลตอบแทนที่สูงกว่าตราสารหนี้ และความเสี่ยงนั้นค่อนข้างต่ำกว่ากว่าหุ้น โดยตั้งแต่ช่วงต้นปีที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองรีทส์ให้เงินปันผลคิดเป็น 4.87% เทียบกับหุ้นอสังหาริมทรัพย์อยู่เพียง 3.27% ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าผลตอบแทนจากการลงทุนกองทุนนั้นมากกว่า และมีความเสี่ยงที่น้อยกว่า" ดร.สันติกล่าว

ดร.สันติ กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ที่ยังไม่ได้แปลงสภาพเป็นกองรีทส์นั้น ตลท.มองว่าสมควรแปลงสภาพมาเป็นกองรีทส์ เพื่อจะได้เกิดการสร้างรายได้ให้แก่กองทุนและเพิ่มสินทรัพย์เพิ่มเติมได้ในอนาคต เพราะกองอสังหาริมทรัพย์นั้นมีการเติบโตที่จำกัด อย่างไรก็ดีในช่วงที่เหลือของปีนี้ยังจะมีกองรีทส์เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยอีก 2-3 กองทุน และคาดว่าจะมีหลักทรัพย์เข้าจดทะเบียนรวมเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ 31-33 หลักทรัพย์

ให้ข้อมูล พ.ร.บ.หลักทรัพย์

ส่วนในประเด็น พ.ร.บ.หลักทรัพย์ใหม่ ทาง ตลท.ได้ประสานขอความร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อให้ข้อมูลกับบริษัทจดทะเบียนเพื่อสร้างความชัดเจนมากขึ้น เพื่อสามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องตามกฎของก.ล.ต. โดยจะมีการให้ข้อมูลภายในเดือนตุลาคมนี้ ก่อนที่จะมีการการให้ข้อมูลนักลงทุนในงาน Opportunity Days และการเผยแพร่ข้อมูลในด้านอื่นๆ ด้วย

อีกทั้งยังอยู่ระหว่างเตรียมแผนการสนับสนุนธุรกิจเริ่มต้น (Start Up) เพื่อให้สามารถเข้าถึงเครื่องมือทางการเงินในตลาดทุน โดยในช่วงกลางไตรมาส 4/2559 นี้ จะเปิดรับฟังความคิดเห็นกับที่ปรึกษาทางการเงินและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย คาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีหน้า และคาดหวังจะให้เห็นการเกิดธุรกิจ Start Up เข้า มาจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยในอีก 2-3 ปีนี้

KTAM ส่องตลาดโค้งหลัง

ด้านนางชวินดา หาญรัตนกุล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTAM ประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยปีนี้ 1,530 จุด บน P/E ที่ 17 เท่า ซึ่งสอดคล้องกับกำไรบริษัทจดทะเบียนที่มีแนวโน้มออกมาดี โดยเฉพาะกลุ่มขนส่ง (Transportation & Logistics) ขนาดใหญ่ ที่มีผลการดำเนินงานดีขึ้นกว่าที่ประมาณการไว้

ส่วนแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงครึ่งปีหลัง มองว่ายังมีความผันผวนต่อเนื่อง และต้องจับตาปัจจัยภายนอกอย่างการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งตลาดคาดการณ์ไว้ว่าหากฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครตเป็นผู้ชนะการเลือกตั้ง ตลาดจะตอบรับในเชิงบวก แต่หากผลการเลือกตั้งออกมาไม่เป็นตามคาดการณ์ คาดว่าจะสร้างแรงกดดันให้ตลาดทุนทั่วโลก ซึ่งยังไม่สามารถประเมินได้ว่าจะกระทบต่อตลาดหุ้นไทยเพียงใด ส่วนการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด คาดจะเกิดขึ้นในปีนี้ จึงแนะนำนักลงทุนให้กระจายการลงทุนในตราสารหนี้ หรือกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำ เพื่อหลีกเลี่ยงความผันผวนจากตลาดหุ้นในครึ่งปีหลัง

ที่มา : หนังสือพิมพ์ทันหุ้น

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ