Loading

เร่งเบิกจ่ายไตรมาสแรกปีหน้า หนุน'จีดีพี'ปีนี้โต3.5%

วันที่ : 26 กันยายน 2559
เร่งเบิกจ่ายไตรมาสแรกปีหน้า หนุน'จีดีพี'ปีนี้โต3.5%

สุพรรณี พุฒพิสุทธิ์

ในปีงบประมาณ 2560  สำนักงบประมาณได้กำหนดแผนการใช้จ่ายงบประมาณเชิงรุก เพื่อให้ทุกส่วนราชการตื่นตัวเบิกจ่าย  หวังให้การใช้จ่ายภาครัฐมีส่วนช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจเติบโตได้ตามเป้าหมาย

โดยเริ่มเร่งรัดการเบิกจ่ายตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณ  ผ่านการประกาศให้ทุกส่วนราชการดำเนินการ จัดซื้อได้ก่อนปีงบประมาณ ตั้งเป้าหมายให้ การเบิกจ่ายในภาพรวมอยู่ระดับ 30% ของวงเงินรายจ่ายรวม  2.73ล้านล้านบาท

สมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ  ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า  ในภาพรวม เป้าหมายการใช้จ่ายงบประมาณไตรมาสแรกจำนวน 30% ของวงเงินงบประมาณ จะแบ่งเป็น เป้าหมายการเบิกจ่ายงบประจำจำนวน 33% ของวงเงินงบรายจ่ายประจำ เป้าหมายการเบิกจ่ายงบลงทุนจำนวน 19% ของวงเงินงบลงทุน "การเร่งรัดให้ส่วนราชการเบิกจ่ายให้ได้ตามเป้าหมายตั้งแต่ไตรมาสแรก  จะทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณในภาพรวมทั้งปีมีโอกาสเป็นไปตามเป้าหมายได้มากขึ้น  โดยเป้าหมายภาพรวมการเบิกจ่ายทั้งปีอยู่ที่ 96% แบ่งเป็นเป้าหมายงบประจำ 98% และ เป้าหมายงบลงทุน 87% เป้าหมายดังกล่าวเป็นระดับเดียวกันกับเป้าหมายการเบิกจ่ายในปีงบประมาณก่อนๆ"

สำหรับรายจ่ายประจำนั้น  ได้กำหนดให้ทุกส่วนราชการเร่งการใช้งบประมาณในส่วนการฝึกอบรมหรือการสัมมนาต่างๆ  โดยให้ทำสัญญาไม่น้อยกว่า 50% ของวงเงิน ส่วนการลงทุนก็ให้มีประกาศจัดซื้อก่อนเริ่มปีงบประมาณ กล่าวคือ  เริ่มกระบวนการจัดซื้อ ได้หลังจากทราบวงเงินงบประมาณจาก คณะกรรมาธิการ  และให้ทำสัญญาจัดซื้อได้ตั้งแต่ต.ค.เป็นต้นไป

อย่างไรก็ดี  กระบวนการจัดซื้อจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ทั้งนี้ สำหรับงบลงทุนที่มีวงเงินไม่เกิน  2 ล้านบาท  ให้มีแผนปฏิบัติโดยต้องทำสัญญาจัดซื้อและเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ส่วน รายจ่ายลงทุนที่เกิน 2 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน งบอบรมต้องเบิกจ่ายไม่น้อยกว่า50%

สำหรับรายจ่ายประจำนั้น  ได้กำหนดให้ทุกส่วนราชการเร่งการใช้งบประมาณในส่วนการฝึกอบรมหรือการสัมมนาต่างๆ  โดยให้ทำสัญญาไม่น้อยกว่า 50% ของวงเงิน ส่วนการลงทุนก็ให้มีประกาศจัดซื้อก่อนเริ่มปีงบประมาณ กล่าวคือ  เริ่มกระบวนการจัดซื้อ ได้หลังจากทราบวงเงินงบประมาณจาก คณะกรรมาธิการ  และให้ทำสัญญาจัดซื้อได้ตั้งแต่ต.ค.เป็นต้นไป

อย่างไรก็ดี  กระบวนการจัดซื้อจะต้องเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม

ทั้งนี้ สำหรับงบลงทุนที่มีวงเงินไม่เกิน  2 ล้านบาท  ให้มีแผนปฏิบัติโดยต้องทำสัญญาจัดซื้อและเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปีงบประมาณ ส่วน รายจ่ายลงทุนที่เกิน 2 ล้านบาทขึ้นไป แต่ไม่เกิน 1 พันล้านบาท  ให้ทำสัญญาจัดซื้อให้แล้วเสร็จในไตรมาสแรกของปีงบประมาณเช่นกัน กรณีงบลงทุนเกิน 1  พันล้านบาท  ให้ดำเนินการ ทำสัญญาจัดซื้อให้แล้วเสร็จในไตรมาสสองและให้เบิกจ่ายตามงวดงาน

"ตอนนี้  ทุกส่วนราชการได้ส่งแผนการใช้จ่ายงบมายังสำนักงบประมาณ เมื่อเริ่มต้นปีงบประมาณ เราก็จะเร่งรัดให้โอนงบไปยังส่วนราชการภายใน 3 วันทำการ แต่ต้อง ไม่เกิน 7 ต.ค.นี้  เพื่อให้หน่วยงานในพื้นที่ ลงนามสัญญาจัดซื้อให้ตามเป้าหมาย"

นอกจากนี้  รัฐบาลกำหนดให้รัฐมนตรีต้นสังกัดและรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลพิจารณาปรับแผนปฏิบัติการใช้จ่ายงบประมาณให้สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ของประเทศ

มั่นใจเบิกจ่ายหนุนจีดีพีปีนี้โตตามเป้า

สมศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ในเป้าหมายการเบิกจ่ายที่ 30%  ของวงเงินงบประมาณ รายจ่ายทั้งปี คิดเป็นจำนวนเงินราว 8.1 แสนล้านบาท แบ่งเป็น  งบประจำ 7.1 แสนล้านบาท งบลงทุน 1.04 แสนล้านบาท

เมื่อรวมกับงบลงทุนกระตุ้นเศรษฐกิจตามนโยบายรัฐบาลที่เหลือเบิกจ่ายมาในช่วงต้นปีงบประมาณ2560  จะทำให้วงเงินงบลงทุนที่จะไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสแรกของปีงบประมาณหรือช่วงไตรมาสสี่ของปีปฏิทิน 2559 มีจำนวน 2.98 แสนล้านบาท ในจำนวนนี้ถือว่า จะช่วยกระตุ้นจีดีพีได้เพิ่มประมาณ 0.5%  ส่งผลให้ จีดีพีปีนี้ขยายตัวได้ตามเป้า 3.3-3.5%

"แม้ตัวเลขรายจ่ายลงทุนในปี งบประมาณ 2559 จะไม่เป็นไปตามเป้า แต่ก็มีงวดงานที่รอเบิกจ่าย ซึ่งจะมีผลในปีปฏิทินนี้ เชื่อว่า  เมื่อรวมกับเป้าหมายงบลงทุนในไตรมาสแรกของปีงบ 2560 จะช่วย ผลักดันให้จีดีพีปีนี้จะโตได้3.3-3.5%"

ทั้งนี้  ภาพรวมการเบิกจ่ายงบประมาณประจำปี 2559 ณ สิ้น 16 ก.ย.ที่ผ่านมา สามารถเบิกจ่ายได้ 2.45 ล้านล้านบาท หรือ 90.16% ในจำนวนนี้  เป็นการเบิกจ่ายงบประจำ 2.11 ล้านล้านบาท หรือ 97.38% ของวงเงิน สูงกว่าเป้าหมาย  2.77% การเบิกจ่ายงบลงทุนอยู่ที่ 3.3  แสนล้านบาท หรือ 61.32% ของวงเงินรวม "แต่หากงบลงทุนดังกล่าวไม่รวมการเบิกจ่ายงบกลาง  จะทำให้ยอดการเบิกจ่ายงบลงทุนจริงอยู่ที่ 72.15% แต่ก็ยังต่ำเป้าอยู่ประมาณ  10.9% อย่างไรก็ตาม  หากดูไปถึง ยอดการทำสัญญาก่อหนี้ผูกพันที่มีการทำสัญญาไปแล้ว 88.93% จะทำให้งบลงทุนในภาพรวมน่าพอใจ"

พบหลายปัญหาทำเบิกจ่ายล่าช้า

สมศักดิ์ กล่าวว่า  พบหลายปัญหา การเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมายอาทิการจัดซื้อสินค้าที่เกี่ยวข้องกับไฮเทคโนโลยี ทั้งการแพทย์หรือยุทโธปกรณ์ต่างๆ โดยต้อง สั่งซื้อจากต่างประเทศ  แม้อาจจะจัดซื้อด้วยวิธีพิเศษ แต่ก็ใช้เวลานาน บางส่วนเป็นการลงทุนก่อสร้างวงเงินเกินพันล้านบาท  จำเป็นต้องเสนอครม.อนุมัติ การเซ็นสัญญาก็ต้องใช้เวลา และเมื่อวงเงินลงทุนสูง  ก็จะต้องกำกับโดยรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่กำกับดูแลเพื่อให้เกิดการโปร่งใส  จึงอาจต้องมีกระบวนการที่ใช้เวลามากขึ้น

เชื่อเอกชนเชื่อมั่นลงทุนตาม

ทั้งนี้ แม้ว่างบรายจ่ายของรัฐบาลจะมีสัดส่วนเพียง 18% ของจีดีพี  แต่เมื่อภาครัฐมีการใช้จ่าย โดยเฉพาะงบลงทุน  จะทำให้กระบวนการผลิตสินค้าของภาคเอกชนลงทุนเพื่อรองรับกับการสั่งซื้อสินค้าของภาครัฐ

"พูดตามทฤษฎี คือ ถ้าภาครัฐลงทุน  ก็จะมีการสั่งซื้อสินค้าจากภาคเอกชน ทำให้เอกชนต้องลงทุนเพื่อการผลิตที่เพิ่มขึ้น  เมื่อเรามีเป้าหมายชัดเจนเรื่องการลงทุน ก็เชื่อว่า การเบิกจ่ายภาครัฐจะดีขึ้นกว่าปีก่อน"

หนุนงบเพื่อลงทุนโลจิสติกส์มากขึ้น

ในปีงปบระมาณ 2560  สำนักงบประมาณได้จัดสรรงบลงทุนเพื่อระบบโลจิสติกส์ มากขึ้น  โดยไม่ได้เป็นการลงทุนเพียงในประเทศเท่านั้น  ยังจะลงทุนเพื่อให้เกิดการเชื่อมโยงไปประเทศอื่นในภูมิภาคด้วย โดยจัดงบเพื่อการก่อสร้างถนนมอเตอร์เวย์ 1.79 หมื่นล้านบาท งบเพื่อสร้างโครงข่ายทางหลวงแผ่นดิน 2.38 หมื่นล้านบาท งบสนับสนุนระบบโลจิสติกส์เขตเศรษฐกิจพิเศษบริเวณแม่สอดที่มีแผนทำสะพานเชื่อมไทยพม่า  4.4 พันล้านบาท งบลงทุนรถไฟฟ้า 7.26 พันล้านบาท  งบลงทุนถนนทางหลวงเชื่อมประเทศเพื่อนบ้านอีกหลายพันล้านบาท

นอกจากนี้  ยังหนุนงบประมาณเพื่อการลงทุนพัฒนาระบบดิจิทัลวงเงินราว 5 พันล้านบาท  เพื่อรองรับการพัฒนาเศรษฐกิจยุค 4.0 ตามนโยบายรัฐบาล

โดยงบดังกล่าวจะลงไปยังโครงการขยายระบบอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงกว่า 5.3 พันหมู่บ้านทั่วประเทศเป็นเงิน กว่า 2 พันล้านบาท กรมที่ดินพัฒนาระบบไอทีเพื่อการประเมินราคาที่ดินกว่า 500 ล้านบาท  และงบเพื่อลงทุนด้านไอทีของรัฐบาลอีกกว่า 800 ล้านบาท

ที่มา: กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ