Loading

รายงานพิเศษ: การเคหะเดินหน้าแฟลตดินแดง วางแผน 8 ปีสร้าง 2 หมื่นยูนิต

วันที่ : 25 กันยายน 2559
รายงานพิเศษ: การเคหะเดินหน้าแฟลตดินแดง วางแผน 8 ปีสร้าง 2 หมื่นยูนิต

เป็นเรื่องยืดเยื้อมาต่อเนื่องยาวนานในการปรับปรุงแฟลตดินแดงที่มีอายุกว่า 50 ปีว่าจะดำเนินการอย่างไร ล่าสุดการเคหะแห่งชาติกำลังประกวดราคาในการสร้างแฟลตโฉมใหม่สูง 28 ชั้นตึกแรกแล้วและคาดว่าจะเริ่มต้นสร้างได้ในปีหน้า

น.ส.อุบลวรรณ สืบยุบล รองผู้ว่าการ รักษาการแทน ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (กคช.) เปิดเผยว่า กคช.ได้ดำเนินการเปิดประกวดราคาหาผู้รับเหมาก่อสร้างแปลงจีเป็นอาคารสูง 28 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวม 334 ยูนิต ด้วยราคากลางจำนวนกว่า 324 ล้านบาท เมื่อเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา แต่เนื่องจากมีผู้ยื่นเสนอราคาเพียงรายเดียว ซึ่งตามระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการพัสดุด้วยวิธีการทาง

อิเล็กทรอนิกส์ ทำให้ต้องดำเนินการจัดหาและประกวดราคาใหม่ โดยได้กำหนดเสนอราคาอี-ออกชั่นวันที่ 21 ต.ค. และคาดว่าจะสามารถลงนามสัญญาจ้างได้วันที่ 9 พ.ย.นี้

สำหรับการดำเนินโครงการฟื้นฟูเมืองชุมชนดินแดง แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 4 ระยะ ใช้เวลา 8 ปี จำนวน 20,292 ยูนิต โดยแบ่งเป็นรองรับผู้อยู่อาศัยเดิม 6,546 ยูนิต และรองรับผู้อยู่อาศัยใหม่13,746 ยูนิต ซึ่งการก่อสร้างระยะที่ 1 แปลงจีนั้นจะรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมแฟลต 18-22 จำนวน 280 ยูนิต ระยะที่ 2 แปลงดี 1 และแปลงเอ สร้างอาคารสูง 35 ชั้น 2 อาคาร รวม 1,247 ยูนิต รองรับผู้อยู่อาศัยเดิม แฟลต 9-17, 23-32 และ 63-64 จำนวน 1,160 ยูนิต ระยะที่ 3 แปลง ดี 1 แปลงเอและแปลงซี สร้างที่อาคารสูง 35 ชั้น 5 อาคาร รวม 3,333 ยูนิต รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมแฟลต 1-8, 33-56, 57-62 และดินแดง 4 จำนวน 3,056 ยูนิต และที่ดินแปลงดี 2 จัดสร้างอาคารสูง 30 ชั้น 5 อาคารรวม 2,610 ยูนิต เพื่อรองรับผู้อยู่อาศัยเดิมและบุคคลทั่วไป ระยะที่ 4 แปลงซี จัดสร้างอาคารสูง 35 ชั้น3 อาคารรวม 1,632 ยูนิต รองรับผู้อยู่อาศัยเดิมแฟลต ซอย 1-6 จำนวน 1,350 ยูนิต ส่วนแปลงบีและแปลงอีจัดสร้างอาคารสูง 8-35 ชั้นอาคาร จำนวน 1,136 ยูนิต รองรับข้าราชการและบุคคลทั่วไป

ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของชาวชุมชนพบว่า ส่วนใหญ่เห็นด้วยร้อยละ 97 ต้องการมีคุณภาพชีวิตที่ดีย่านใจกลางเมือง ประกอบกับ การย้ายออกเป็นการย้ายเพียงครั้งเดียว เพื่อการเข้าไปอยู่อาศัยในอาคารใหม่ สำหรับค่าเช่าใหม่ยังคงอัตราเดิมแต่เพิ่มค่าบริหารจัดการสาธารณูปโภค

และค่าภาษีโรงเรือนร้อยละ 12.5 ซึ่งจะทำให้ค่าเช่าที่ต้องจ่ายปรับเพิ่มขึ้นจากเดิม 300-3,000 บาทเป็น 1,265-4,303 บาท ส่วนผู้อยู่อาศัยใหม่ หากเป็นข้าราชการคิดค่าเช่า 9,000 บาทต่อยูนิตต่อเดือน ในขณะที่ผู้เช่ารายใหม่ที่เป็นบุคคลทั่วไป ต้องจ่ายค่าเช่าเซ้งขนาด 33 ตร.ม. ราคา 1.7 ล้านบาทต่อยูนิต

ส่วนแผนงานในปีงบประมาณ 2560 เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2559-30 ก.ย. 2560 นั้น กคช.มีแผนจะพัฒนาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศจำนวนกว่า 1 หมื่นยูนิต โดยจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมใกล้ส่วนต่อขยายโครงการรถไฟฟ้าของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.) ซึ่งจะใช้งบประมาณจากการกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศ และเงินทุนหมุนเวียนมาพัฒนาโครงการ ขณะที่งบประมาณที่ได้รับการอุดหนุนจากภาครัฐในปี 2560 จำนวน 500 ล้านบาท

ขณะนี้ กคช.ได้พิจารณาที่ดินจำนวน 3 แปลงที่อยู่ใกล้ แนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายระยะห่างประมาณ 5 กม.มาพัฒนา ได้แก่ บริเวณลำลูกกา ประชานิเวศน์ และร่มเกล้า รวมไปถึงที่ดินของรฟม. จำนวน 2 แปลง บริเวณบางปิ้งและบางไผ่มาพัฒนาเป็นที่อยู่อาศัย หลังจากที่เสนอให้มีการแก้ไขที่ดินของภาครัฐมาพัฒนาในเชิงพาณิชย์ รวมไปถึงการพัฒนาที่อยู่อาศัยในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะต้องสร้างที่อยู่อาศัยรองรับ 10 พื้นที่ ซึ่งจะพัฒนาบนที่ดินของกรมธนารักษ์ หรือที่ดินของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

ที่มา: สยามรัฐ

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ