Loading

ธนารักษ์กลับลำบ้านหลังแรก ชงคลังผ่อนกฎอุ้มประชาชนรายได้น้อย

วันที่ : 13 กันยายน 2559
ธนารักษ์กลับลำบ้านหลังแรก ชงคลังผ่อนกฎอุ้มประชาชนรายได้น้อย

ธนารักษ์เล็งแก้หลักเกณฑ์บ้านประชารัฐธนารักษ์ จากบ้านหลังแรกเป็นบ้านสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อย พร้อมลุย โครงการเฟส 2 ที่ราชพัสดุจังหวัดเชียงใหม่ 2 แปลงกว่า 1 พันยูนิต

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ผลจากการเปิดจองบ้านประชารัฐธนารักษ์ 2 โครงการใหญ่คือ 1.บ้านเช่าระยะสั้น 5 ปี สำหรับข้าราชการที่มีรายได้น้อยไม่เกิน 20,000 บาทต่อเดือน จำนวน 782 ยูนิต จากที่ราชพัสดุ 2 แปลง บนถนนพหลโยธินตรงข้ามวัดไผ่ตันและที่ราชพัสดุโรงกษาปณ์เก่า บนถนนประดิพัทธ์ พบว่ามีข้าราชการชั้นผู้น้อยให้ความสนใจจองสูงเกินกว่าจำนวนยูนิตที่เปิดให้จองถึง 80% โดยกรมจะตรวจสอบรายละเอียดและประกาศผู้ได้รับสิทธิต่อไป

และ 2. คือ โครงการบ้านเช่าระยะยาว30ปี ราคาประมาณ 800,000 บาท สำหรับบ้านหลังแรกของประชาชนทั่วไป บนที่ราชพัสดุอำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี จำนวน 2 แปลง รวมทั้งหมด 1,442 ยูนิต ผลปรากฏว่ามียอดจองสูงถึง 2,302 คน หรือคิดเป็น 200% อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบรายละเอียดต่างๆ แล้วพบว่าประชาชนที่แสดงความสนใจประมาณ 50% ไม่ผ่านหลักเกณฑ์ของกรมธนารักษ์ เนื่องจากประชาชนเหล่านี้ มีบ้านหลังแรกเป็นของตนเองอยู่แล้ว จากการเป็นเจ้าบ้านในทะเบียนบ้าน

"โครงการแรกของบ้านประชารัฐธนารักษ์เฟส 1 คงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ใดๆ ได้แล้วเพราะกรมได้ประกาศอย่างชัดเจนไปแล้ว แม้ว่าจะมีประเด็นของผู้จองบ้านหลังแรกตัดสิทธิไปถึง 50% ก็ตาม แต่สำหรับโครงการในเฟสที่ 2 นั้น กรมจะเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ จากบ้านหลักแรกเป็นบ้านสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อย เพราะประชาชนที่มีบ้านหลักแรกจำนวนมากมีสภาพเป็นอยู่ที่ไม่ดีและไม่ได้มาตรฐานเช่น อยู่ในชุมชนแออัด หรือบ้านที่อยู่อาศัยไม่ได้สร้างบนที่ดินของตนเอง หรือบนที่ดินบุกรุกเป็นต้น ทำให้หลักเกณฑ์กำหนดว่า ต้องเป็นบ้านหลักแรกไม่สามารถใช้กับบ้านธนารักษ์ประชารัฐได้"

ดังนั้น กรมธนารักษ์จะขอกระทรวงการคลังเปลี่ยนแปลงหลักเกณฑ์ เป็นบ้านประชารัฐสำหรับประชาชนที่มีรายได้น้อย ซึ่งล่าสุดกระทรวงการคลังได้เปิดลงทะเบียนประชาชนเพื่อขอรับสวัสดิการแห่งรัฐ โดยประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่า 100,000 บาทต่อปี มียอดลงทะเบียนสูงถึง 8 ล้านคนนั้น กรมจะขอให้คนเหล่านี้มีสิทธิในการเช่าบ้านธนารักษ์ก่อนเป็นอันดับแรกเพื่อช่วยเหลือคนที่มีรายได้น้อยที่มีอยู่อาศัยของตนเอง

สำหรับโครงการเฟส 2  นั้น กรมวางแผนที่จะเปิดอีกหลายแปลง แต่ในเบื้องต้นที่สามารถดำเนินการได้ก่อน จะเป็นที่ราชพัสดุ2แปลงที่จังหวัดเชียงใหม่ คือ 1. แปลงชุมนุมสหกรณ์การเกษตรภาคเหนือ จำนวน 10 ไร่ และ 2.แปลงที่ราชพัสดุที่ทหารส่งคืน คือ ที่จากกองพันสัตว์ ค่ายตากสิน กองทัพบก จำนวน 15 ไร่ โดยที่ราชพัสดุทั้ง 2 แปลงนี้กรมจะเปิดให้มีการประชาพิจารณ์เพื่อรับฟังความเห็นจากประชาชน หากไม่มีปัญหาก็จะเดินหน้าโครงการต่อไป ซึ่งคาดว่าที่ราชพัสดุทั้ง 2 แปลงมีศักยภาพในการสร้างคอนโดมิเนียมความสูงไม่เกิน 8 ชั้น ได้นับพันยูนิต ส่วนผลการดำเนินงานของกรมในปีงบประมาณ 60 คาดว่า กรมจะมีรายได้รวม 6,700 ล้านบาท และในปีงบประมาณ 60 จะจัดเก็บรายได้ทะลุ 10,000 ล้านบาท

ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ