Loading

ลำลูกกา-คลองหลวงทำเลฮอต วังทองกรุ๊ป ทุ่มพันล.ปี 60อสังหาฯกรุงเทพฯโซนเหนือ-ปทุมธานี

วันที่ : 12 กันยายน 2559
ลำลูกกา-คลองหลวงทำเลฮอต วังทองกรุ๊ป ทุ่มพันล.ปี 60อสังหาฯกรุงเทพฯโซนเหนือ-ปทุมธานี

อสังหาฯกรุงเทพฯโซนเหนือ-ปทุมธานีชะลอแต่ไปได้ โซน "ลำลูกกา-คลองหลวง" ฮอตไม่สร่าง ดีเวลอปเปอร์ยังเดินหน้าลงทุนรับดีมานด์ต่อเนื่อง อานิสงส์รถไฟฟ้า 2 สายดันราคาที่ดินปีเดียวพุ่ง 100% ด้านค่าย "วังทองกรุ๊ป" เตรียมควักอีกพันล้านลงทุนปีหน้า 3 โครงการ แย้มบุกกรุง เล็งสร้างคอนโดฯโลว์ไรส์ย่านธุรกิจใจกลางเมือง ตั้งเป้าปีนี้ปิดยอดรายได้ 1,000 ล้าน

ดีมานด์ยังมีตลอด

นายปราโมทย์ เจษฎาวรางกูร กรรมการผู้จัดการบริษัท วังทองกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า แม้ว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง แต่การลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในพื้นที่โซนกรุงเทพฯ ตอนเหนือ โดยเฉพาะย่านอำเภอลำลูกกา อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานีนั้น ยังคงมีอยู่ เนื่องจากมีความต้องการที่อยู่อาศัยตลอด เพราะเป็นแหล่งจ้างงานในนิคมอุตสาหกรรมและสถาบันอุดมศึกษาหลายแห่ง ผู้บริโภคส่วนใหญ่เป็นคนที่ทำงาน เรียนหนังสือ มีพื้นเพครอบครัวเดิมอยู่ในพื้นที่ หรือขยับขยายจากบ้านหลังเดิม

ปัจจุบันพื้นที่หลักในการพัฒนาที่อยู่อาศัยยังคงกระจุกตัวอยู่ที่คลอง 1-คลอง 6 เป็นที่อยู่อาศัยระดับกลางบน-กลางล่าง ทำเลที่ได้รับความนิยมมากที่สุด คือ ถนนเส้นลำลูกกา/รังสิต-องครักษ์/คลองหลวง ที่ขนานกันและไปบรรจบกันที่วงแหวนตะวันออก เป็นบริเวณที่มีโครงการอสังหาริมทรัพย์อยู่จำนวนมาก ทั้งที่ยึดทำเลบริเวณถนนสายหลัก ทั้ง 3 และโครงการที่อยู่ลึกเข้าไปในถนนสายย่อย หรือเลียบทางด่วน ประเมินคร่าว ๆ แล้วหลายหมื่นยูนิต ราคาตั้งแต่ 1 ล้านบาทต้น ๆ ไปจนถึงสูงสุดไม่เกิน 9 ล้านบาท

ขณะที่มีผู้ประกอบการไม่ต่ำกว่า 10 ราย ทั้งผู้ประกอบการท้องถิ่น เช่น บารานี สถาพร หรือสยามไฮวิลล์ ซึ่งล่าสุดเตรียมผุดโครงการแนวราบใหม่บริเวณคลอง 4 พื้นที่กว่า 100 ไร่ และผู้ประกอบการ รายใหญ่จากส่วนกลาง อาทิ ศุภาลัย คิวเฮ้าส์ พฤกษาฯ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เสนาฯ ทำให้พื้นที่มีความคึกคัก ดึงดูดผู้บริโภคและการลงทุนให้เข้ามาในพื้นที่มากขึ้น

ลำลูกการาคาที่ดินพุ่ง 100%

นายปราโมทย์กล่าวว่า ด้วยศักยภาพของพื้นที่ที่เป็นทั้งประตูสู่เมืองหลวง ภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคตะวันออก ทำให้พื้นที่กรุงเทพฯตอนเหนือเป็นเป้าหมายการพัฒนาที่สำคัญด้านการคมนาคมเส้นทางใหม่ โดยเฉพาะรถไฟฟ้าสายสีเขียว (ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต) และสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต-ม.ธรรมศาสตร์) ที่มีกำหนดสร้างเสร็จในปี 2563 จะยิ่งเป็นการเพิ่มศักยภาพในพื้นที่ให้มากยิ่งขึ้นไปอีก และส่งผลให้ราคาที่ดินจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันราคาที่ดินในอำเภอลำลูกกา ตั้งแต่คลอง 1-5 ปรับสูงขึ้นอย่างรวดเร็วกว่า 100% โดยพื้นที่ในโซนคลอง 4 ที่ไม่ใช่ที่ติดถนนหลัก ราคา 3.6 ล้านบาท/ไร่ ผ่านไปเพียงปีเดียว ปัจจุบันราคามากกว่า 6 ล้านบาท หรือบริเวณคลอง 2 เดิมราคาประมาณ 2 ล้านกว่าบาท/ไร่ ปัจจุบันอยู่ที่ 3-5 ล้านบาท ส่งผลให้ราคาอสังหาริมทรัพย์ขยับขึ้นบ้าง และรูปแบบการพัฒนาโครงการต้องปรับเป็นทาวน์เฮาส์ ทาวน์โฮมมากขึ้น แต่ถือว่าราคายังไม่สูงจนเกินไปนักสำหรับการพัฒนาที่อยู่อาศัยระดับกลาง

"การพัฒนาดังกล่าวจะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางและการตัดสินใจเลือกซื้อที่อยู่อาศัยในแถบนี้มากขึ้น แต่กว่าจะไปถึงวันนั้นคาดว่าราคาต้นทุนที่ดินจะเพิ่มขึ้นอีกมาก รวมทั้งเมื่อมีการก่อสร้างรถไฟฟ้าก็จะเกิดการดึงวัสดุก่อสร้าง ทำให้ขาดแคลน ส่งผลให้ราคาอสังหาฯแนวราบสูงขึ้นจนผู้ประกอบการในพื้นที่ต้องหันไปพัฒนาแนวดิ่งแทน แต่ที่ดินแถวนี้แม้จะแพงอย่างไรก็ไม่แพงเท่าในเมือง ราคาคอนโดฯในเมืองจึงยังแพงกว่า" นายปราโมทย์กล่าว

วังทองผุด 3 โครงการปีหน้า

สำหรับการลงทุนของวังทองกรุ๊ปนั้น ปัจจุบันมีโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินการ 6 โครงการ โดยเป็นโครงการที่อยู่ในโซนกรุงเทพฯตอนเหนือ 4 โครงการ ต่างจังหวัด 2 โครงการ คือในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และระยอง ซึ่งโครงการที่เปิดตัวล่าสุดเมื่อต้นปีที่ผ่านมา คือ เดอะ โฟริเอช รังสิต คลอง 4 ทาวน์โฮมราคาเริ่มต้น 2.25 ล้านบาท และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี วางแผนปิดการขายราวไตรมาส 2 ปี 2560 ตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 1,000 ล้านบาท

ส่วนปี 2560 นั้น เตรียมลงทุนบ้านเดี่ยว อีก 2-3 โครงการ บริเวณคลอง 3-4 มูลค่าโครงการละ 600 ล้านบาท หรือรวมทุกโครงการมูลค่าลงทุนกว่า 1,000 ล้านบาท รวมทั้งเตรียมลงทุนคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ 8 ชั้น ประมาณ 80 ยูนิต ในทำเลพื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ ตารางเมตรละ 1-1.3 แสนบาท หรือประมาณห้องละ 2 ล้านบาท ขณะนี้กำลังเจรจาตกลงราคากับเจ้าของที่ดิน ตั้งเป้าเจาะกลุ่มคนทำงานที่นิยมอาศัยอยู่ในคอนโดฯ ที่ไม่แออัด เบื้องต้น วางแผนจะพัฒนา 2 โครงการ

ฟื้นแบรนด์เดียว "วังทอง"

นายปราโมทย์กล่าวว่า จากช่วงต้นปี ที่ผ่านมาตลาดอสังหาฯในพื้นที่ชะลอตัวลง ทำให้วังทองกรุ๊ปต้องปรับแผนการลงทุนใหม่ตามสภาพเศรษฐกิจ โดยพัฒนาโครงการที่เจาะฐานลูกค้ากลุ่มใหญ่ขึ้น เช่น ทาวน์โฮมราคา 2 ล้านบาท จากเดิม 3 ล้านบาท รวมทั้งวางแผนลงทุนโครงการใหม่ในปี 2560 จำนวน 3 โครงการ จากช่วงเศรษฐกิจปกติจะพัฒนาปีละ 3-4 โครงการ และจะปรับเปลี่ยนให้ทุกโครงการกลับมาใช้ชื่อแบรนด์ "วังทอง" ทั้งหมด จากเดิมที่ใช้ชื่อบ้านเจษฎา, วราบดินทร์ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคที่รู้จักแบรนด์วังทองมายาวนาน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ข้อมูลจากศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ระบุว่า ที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล 7 เดือนแรก ปี 2559 มีการเปิดตัวโครงการบ้านจัดสรร 119 โครงการ จำนวน 20,000 ยูนิต, คอนโดฯเปิดตัว 72 โครงการ จำนวน 28,160 ยูนิต รวมทั้งสิ้น 191 โครงการ รวมจำนวน 48,160 ยูนิต คาดว่าปี 2559 จะมีโครงการที่เปิดใหม่กว่า 100,000 ยูนิต

ตัวเลขที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล (5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) ช่วงครึ่งปีแรก ปี 2559 มีจำนวนรวมประมาณ 58,900 ยูนิต แบ่งเป็นห้องชุด 32,900 ยูนิต บ้านเดี่ยว 16,600 ยูนิต ทาวน์เฮาส์ 6,900 ยูนิต อาคารพาณิชย์ 1,600 ยูนิต และบ้านแฝด 900 ยูนิต โดยอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร 26,000 ยูนิต และในปริมณฑล 5 จังหวัดรวม 32,900 ยูนิต มีการโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยรวมกัน ประมาณ 101,200 ยูนิต เป็นห้องชุด 54,600 ยูนิต ทาวน์เฮาส์ 27,200 ยูนิต บ้านเดี่ยว 11,300 ยูนิต อาคารพาณิชย์ 5,500 ยูนิต และบ้านแฝด 2,600 ยูนิต

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ