Loading

อสังหาฯใหม่เพิ่มสวนตลาด-ธปท.ไม่ห่วง

วันที่ : 5 กันยายน 2559
อสังหาฯใหม่เพิ่มสวนตลาด-ธปท.ไม่ห่วง

ตลาดอสังหาริมทรัพย์แผ่ว อุปสงค์ยังชะลด แต่เริ่มเห็นสัญญาณ ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เปิดตัวโครงการใหม่มากขึ้นเดือนเดียวเพิ่มขึ้น 3,078 หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 55.1% ขณะที่ยอดอนุมัติสินเชื่อใหม่ในกลุ่มนี้ลดลง2,006 หน่วย หรือหดตัว 36.3% ด้านธปท.ระบุยังไม่น่าห่วง

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) แจ้งว่า ในรายงานเศรษฐกิจและการเงินประจำเดือน ก.ค. 59 ระบุว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลหดตัวต่อเนื่องจากเดือนก่อนหน้า หลังมาตรการกระตุ้นภาคอสังหาริมทรัพย์สิ้นสุดลง โดยอุปสงค์ชะลอตัวชัดเจน ขณะที่อุปทานเพิ่มขึ้นบ้างจากการที่ ผู้ประกอบการเริ่มกลับมาเปิดขายโครงการใหม่มากขึ้น ซึ่งก่อนหน้านี้เน้นการขายที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จ เพื่อให้สามารถใช้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ของรัฐ

ทั้งนี้ อุปสงค์ชะลอตัว สะท้อนจากจำนวนที่อยู่อาศัยได้รับอนุมัติสินเชื่อใหม่จากธนาคารพาณิชย์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งสิ้น 3,518  หน่วย (ที่อยู่อาศัยแนวราบ 2,015 หน่วย อาคารชุด 1,503 หน่วย) ล่าสุดในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา  ลดลงจากเดือนก่อนถึง 2,006 หน่วย หรือหดตัว 36.3% ซึ่งเป็นการลดลงทั้งที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบและอาคารชุด  31.9% และ 41.4% ตามลำดับ สอดคล้องกับข้อมูลสินเชื่อใหม่ให้แก่ภาคครัวเรือนขยายตัวในอัตราที่ชะลอ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยตามการชะลอของภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์

ด้านผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เองก็มีการเปิดขายโครงการใหม่เพิ่มขึ้น สะท้อนจากที่อยู่อาศัยเปิดขายในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งสิ้น 8,669 หน่วย (ที่อยู่อาศัยแนวราบ 3,840 หน่วย และอาคารชุด 4,829 หน่วย) เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน 3,078 หน่วย หรือเพิ่มขึ้น 55.1%

ด้านนางรุ่ง มัลลิกะมาส ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโนบายเศรษฐกิจการเงิน กล่าวว่า แม้ผู้ประกอบการจะเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้นในช่วงที่อุปสงค์ชะลอลง หลังหมดมาตรการ แต่อุปทานที่เพิ่มขึ้นยังอยู่ในระดับที่ไม่น่ากังวล เพราะผู้ประกอบการมีการเปิดโครงการใหม่ในครึ่งปีแรกน้อยมาก และหากดูทั้งปีการเปิดโครงการใหม่ก็ลดลงเมื่อเทียบกับในอดีต

ก่อนหน้านี้ ธปท.ได้ออกรายงานแนวโน้มสินเชื่อของสถาบันการเงิน ซึ่งสำรวจมุมมอง ผู้บริหารดูแลด้านสินเชื่อ ประเมินว่า ในช่วงไตรมาส 3 ของปีนี้ ความต้องการสินเชื่อครัวเรือนโดยรวมจะปรับตัวลดลงตามความต้องการสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เป็นสำคัญ ส่วนหนึ่งมาจากสถาบันการเงินคาดว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคยังคงอยู่ในระดับต่ำต่อเนื่อง และส่วนใหญ่สถาบันการเงินยังคงรักษามาตรฐานการให้สินเชื่อใกล้เคียงกับปัจจุบันที่มีความเข้มงวดอยู่ ขณะเดียวกันยังคงเพิ่มความเข้มงวดต่อภาคธุรกิจขึ้นอีก เพราะห่วงภาวะเศรษฐกิจเปราะบางและคุณภาพสินเชื่อโดยเฉพาะธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

 

 

 

ข่าวนโยบายการเงิน-การคลัง อื่นๆ