Loading

เอกชนชะลอลงทุนรับมือศก. ศูนย์ข้อมูลฯเผย7เดือนเปิดโครงการใหม่ลดฮวบ19%

วันที่ : 22 สิงหาคม 2559
เอกชนชะลอลงทุนรับมือศก. ศูนย์ข้อมูลฯเผย7เดือนเปิดโครงการใหม่ลดฮวบ19%

ผู้ประกอบการปรับตัวรับมือเศรษฐกิจชะลอตัว เลื่อนเปิดโครงการใหม่ หันระบายสต๊อกฉุดตัวเลขเปิดโครงการใหม่ลดฮวบ ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯเผย 7 เดือนเปิด 191 โครงการ 48,160 ยูนิต ลด 19% คอนโดฯลดมากสุด 23% บ้านจัดสรรลด 12% คาดทั้งปีเปิดใหม่แค่ 1 แสนยูนิต

นายสัมมา คีตสิน  ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์  เปิดเผยว่า  โครงการที่อยู่อาศัยเปิดใหม่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในช่วง 7 เดือนแรกปี 2559 ทั้งแนวราบและคอนโดมิเนียม 191 โครงการ รวม 48,160 ยูนิต ลดลง 19% จาก 7 เดือนแรกของปี 2558 ที่มีโครงการเปิดใหม่ 243 โครงการ รวม 59,540 ยูนิต

สำหรับโครงการเปิดใหม่ 7 เดือนแรก แบ่งเป็นโครงการคอนโดมิเนียม 72 โครงการ จำนวน 28,160 ยูนิต ลดลงมากถึง  23% จากช่วงเดียวกัน ของปี 2558 ที่มีโครงการเปิดใหม่ 87 โครงการ จำนวน 36,780 ยูนิต ส่วนโครงการบ้านจัดสรร เปิดใหม่ 120 โครงการ จำนวน 20,000 ยูนิต ลดลง 12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เปิดขายใหม่ 156 โครงการ จำนวน  22,760 ยูนิต

ทั้งนี้คาดว่าทั้งปีคอนโดมิเนียมเปิดใหม่ 152 โครงการ ประมาณ 60,410 ยูนิต ใกล้เคียงกับปี 2558 ที่เปิดโครง การใหม่จำนวน 60,500 ยูนิต ขณะที่โครงการแนวราบคาดว่าจะมีโครงการเปิดใหม่ 292 โครงการ 44,450 ยูนิต ใกล้เคียงกับปีที่ 2558 ที่มีจำนวน 45,160 ยูนิต

สำหรับสาเหตุที่ทำให้ผู้ประกอบการชะลอเปิดโครงการใหม่มาจากหลายปัจจัย ได้แก่ ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงทำให้กำลังซื้อลด ความเชื่อมั่นทั้งภาคเอกชนและผู้บริโภคลด ทำให้ผู้ประกอบการชะลอเปิดโครงการใหม่ หันไปเร่งระบายสต๊อกสินค้าเพื่อให้ทันกับมาตรการกระตุ้นอสังหาฯของรัฐบาลแทน อีกทั้งยังต้องการรอดูสถานการณ์เศรษฐกิจและภาวะตลาด ก่อนตัดสินใจลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

"ปัจจุบันผู้ประกอบการมีการลงทุนอย่างระมัดระวังมาก ต่างจากในอดีตก่อนวิกฤตเศรษฐกิจปี 40 ซึ่งบทเรียนในอดีตทำให้ผู้ประกอบการรู้จักปรับตัวชะลอการลงทุนเมื่อเศรษฐกิจชะลอตัว หรือเร่งเปิดโครงการใหม่เมื่อเห็นว่ากำลังซื้อฟื้น โดยไม่ต้องรอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกมาเตือน ซึ่งคาดว่าผู้ประกอบการแต่ละรายเลื่อนเปิดโครงการใหม่เฉลี่ย 2-3 โครงการต่อราย แต่สำหรับรายใหญ่คาดว่าจะเลื่อนเปิดโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ" นายสัมมากล่าว

นอกจากนี้ ศูนย์ข้อมูลยังได้เปิดเผยตัวเลขที่อยู่อาศัยสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่ในเขต กทม.-ปริมณฑล (5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม โดยพบว่า ในช่วงครึ่งปีแรก 2559 มีจำนวนยูนิตสร้างเสร็จจดทะเบียนใหม่รวมประมาณ 58,900 ยูนิต เพิ่มขึ้น 8% เปรียบเทียบจากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มีจำนวนประมาณ 54,000 ยูนิต แบ่งเป็น ห้องชุด 32,900 ยูนิต, บ้านเดี่ยว 16,600 ยูนิต, ทาวน์เฮาส์ 6,900 ยูนิต, อาคารพาณิชย์ 1,600 ยูนิต และบ้านแฝด 900 ยูนิต โดยเป็นในเขต กทม. จำนวน 26,000 ยูนิต ลดลง 9% และในปริมณฑลทั้ง 5 จังหวัดรวมกันจำนวน 32,900 ยูนิต เพิ่มขึ้น 28%

ส่วนทำเลที่มีจำนวนที่อยู่อาศัยประเภทแนวราบมากที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ บางบัวทอง 1,500 ยูนิต เขตบางขุนเทียน 1,300 ยูนิต อำเภอเมืองสมุทรสาคร 1,200 ยูนิต อำเภอเมืองสมุทรปราการ 1,100 ยูนิต และอำเภอบางพลี 1,000 ยูนิต และประเภทห้องชุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อำเภอธัญบุรี 7,800 ยูนิต อำเภอนนทบุรี 4,300 ยูนิต อำเภอเมืองสมุทรสาคร 2,700 ยูนิต ซึ่งจำนวนนี้ทั้งหมดเป็นโครงการบ้านเอื้ออาทรท่าจีน 1-3 อำเภอเมืองนครปฐม 2,200 ยูนิต เป็นโครงการบ้านเอื้ออาทรพระประโทน 1-2 จำนวน 1,200 ยูนิต ที่เหลือเป็นโครงการของเอกชน และเขตลาดกระบัง อย่างไรก็ตามในครึ่งปีแรกมีอาคารชุดเอื้ออาทรสร้างเสร็จของการเคหะแห่งชาติ 5 โครงการ รวม 85 อาคาร รวม 3,900 ยูนิต

ขณะที่การโอนกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ-ปริมณฑล (5 จังหวัด ได้แก่ นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร นครปฐม) พบว่า มีการโอนกรรมสิทธิ์รวมกันประมาณ 101,200 ยูนิต เพิ่มขึ้น 21% เมื่อเทียบกับ ช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ที่มีจำนวน 83,400 ยูนิต แบ่งเป็น ห้องชุด 54,600 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 54%, ทาวน์เฮาส์ 27,200 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 27%, บ้านเดี่ยว 11,300 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 11%, อาคารพาณิชย์ 5,500 ยูนิต คิดเป็นสัดส่วน 5% และบ้านแฝด 2,600 ยูนิต

สำหรับสินเชื่อที่อยู่อาศัยบุคคลทั่วไปปล่อยใหม่ทั่วประเทศ ในช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมามีมูลค่ารวม 290,889 ล้านบาท เติบโต 7.5% แบ่งเป็นการปล่อยสินเชื่อจากธนาคารพาณิชย์ทุกแห่งรวมกันประมาณ 169,323 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 58.9% และ สินเชื่อจากธนาคารภาครัฐ 114,012 ล้านบาท ซึ่งแบ่งเป็นจาก ธนาคาร อาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ประมาณ 24.7% และธนาคารออมสิน ประมาณ 14.1% และจากสถานการเงินอื่นๆ 7,555 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 2.3% ทั้งนี้ คาดว่าทั้งปีจะมีมูลค่าปล่อยสินเชื่อใหม่รวม 590,000 ล้านบาท

ที่มา : ผู้จัดการรายวัน 360 องศา

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ