Loading

ชงบิ๊กตู่คลอดเขตศก.ตะวันออก

วันที่ : 9 สิงหาคม 2559
ชงบิ๊กตู่คลอดเขตศก.ตะวันออก

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ได้หารือกับหน่วยงานทางด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการขับเคลื่อนโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรืออีอีซี โดยในภาพรวมของการจัดทำรายละเอียดโครงการนั้น มีความคืบหน้าไปมากแล้ว โดยเฉพาะในด้านโครงสร้างพื้นฐานสนับสนุนโครงการ ทั้งระบบขนส่งทางราง ท่าเรือ และสนามบิน คาดว่า ภายในสัปดาห์สุดท้ายของเดือน ส.ค.นี้ จะรวบรวมรายละเอียดเสนอให้กับที่ประชุมครม.พิจารณาเห็นชอบ เพื่อเดินหน้าโครงการต่อไป

ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐานที่มีความพร้อมมากที่สุด มีทั้งหมด 3 โครงการ เริ่มจากระบบราง คือ โครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพฯ-ระยอง ระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร ซึ่งตอนนี้กระทรวงคมนาคมได้จัดทำรายละเอียดเสร็จแล้ว และภายในเดือน ส.ค.นี้ จะเสนอโครงการดังกล่าวให้คณะกรรมการนโยบายการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ หรือพีพีพี เห็นชอบก่อนเข้าสู่กระบวนการ พีพีพีฟาสต์แทร็ค เพื่อขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้เกิดความรวดเร็ว และสามารถรองรับการเกิดขึ้นของอุตสาห กรรมแห่งอนาคตในพื้นที่อีอีซี โดยคาดว่า อย่างเร็วที่สุดภายในปีหน้าจะสามารถเปิดประกวดราคาโครงการได้

ต่อมาเป็นการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาของกองทัพเรือ ให้เป็นสนามบินเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแห่งที่ 3 รองลงมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง เพื่อเตรียม

พร้อมรับการพัฒนาพื้นที่เศรษฐกิจภาคตะวันออก และรองรับการเดินทางและการขนส่งสินค้า สุดท้ายเป็นการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ด ให้เป็นจุดจอดเรือยอชท์ เรือสำราญ และเรือข้ามฟาก (เฟอรี่) เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระหว่าง 2 ฝั่งทะเลอ่าวไทย คือ พัทยา-ชะอำ โดยท่าเรือฝั่งทะเลชะอำที่ตอนนี้มีความพร้อมคือ ท่าเรือปราณบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ดังนั้นหากพัฒนาสำเร็จจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวทางเรือได้เพิ่มมากขึ้น เพราะการเดินทางไปยังพื้นที่ทั้ง 2 ฝั่งนั้นใช้เวลาเดินทางเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้น

สำหรับโครงการอีอีซีที่รัฐบาลกำลังผลักดันให้เกิดขึ้นนั้น ถือเป็นโครงการใหญ่ที่ต่อยอดอุตสาหกรรมในพื้นที่เดิมของไทยที่มีศักยภาพบริเวณภาคตะวันออก เพื่อให้เป็นแหล่งลงทุนหลักของประเทศในอุตสาหกรรมใหม่แห่งอนาคต และการพัฒนาอุตสาหกรรมเดิม ก่อนไปเชื่อมต่อในระเบียงเศรษฐกิจระหว่างตะวันออก-ตะวันตก คาดว่า จะใช้เงินลงทุน 300,000 ล้านบาท และคาดว่าจะดึงดูดการลงทุนจากเอกชนได้มากกว่า 1.9 ล้านล้านบาท โดยจะดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 3 จังหวัด คือ ชลบุรี ระยอง และฉะเชิงเทรา ซึ่งที่ผ่านมาที่ประชุม ครม.ได้เห็นชอบแล้ว

ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

 

 

 

ข่าวเขตเศรษฐกิจพิเศษ อื่นๆ