Loading

บ้านธนารักษ์ตัดสินวันนี้ อารียา - SPALI ร่วมชิงโครงการพันล้าน

วันที่ : 29 กรกฎาคม 2559
บ้านธนารักษ์ตัดสินวันนี้ อารียา - SPALI ร่วมชิงโครงการพันล้าน

บ้านธนารักษ์ประชารัฐตัดสินผู้ชนะประมูลวันนี้ ศุภาลัย แข่งเดือด อารียาชิง 3 โครงการมูลค่ารวมกว่าพันล้านบาท อารียามั่นใจคว้าอย่างน้อย 1 โครงการ ขณะที่ประมาทรับเหมาจีนไม่ได้ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมและทาวน์เฮาส์ย่านกลางเมืองกรุงเทพฯ และเชียงใหม่

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เผยว่า วันนี้คณะกรรมการคัดเลือกบ้านประชารัฐที่มีอธิบดีกรมธนารักษ์เป็นประธานจะตัดสินคัดเลือกผู้เข้าร่วมประมูลบ้านธนารักษ์ประชารัฐ ก่อนที่จะประกาศผลอย่างเป็นทางการในวันจันทร์ที่ 1 สิงหาคมนี้มูลค่าโครงการเฉลี่ย 200-300 ล้านบาทต่อโครงการ

ทั้งนี้บริษัท ศุภาลัย หรือ SPALI เสนอ 3 แปลง คือ 1.บริเวณถนนประดิพัทธ์ (โรงกษาปณ์เก่า) ทำเป็นคอนโดมิเนียม 8 ชั้น พื้นที่ใช้สอย 23 ตารางเมตร จำนวน 335 ห้อง จำนวน 1 หลัง 2.บนถนนพหลโยธิน (ตรงข้ามวัดไผ่ตัน) คอนโดมิเนียม 5 ชั้น 5 หลัง พื้นที่ใช้สอย 22.5-23 ตารางเมตร จำนวน 375 ห้อง และที่ดินแปลงจังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะเป็นแบบทาวน์เฮาส์ 2 ชั้น เนื้อที่ 16.6 ตารางวา ขนาดพื้นที่ใช้สอย 66 ตารางเมตร รวม 160 หลัง รวมมูลค่าเกือบพันล้านบาท

บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ หรือ A เสนอ 3 แปลง บริเวณถนนประดิพัทธ์ (โรงกษาปณ์เก่า) คอนโดมิเนียม 8 ชั้น 1 หลัง บนพื้นที่ใช้สอย 25 ตารางเมตร จำนวน 250 ห้อง และถนนพหลโยธิน ตรงข้ามวัดไผ่ตัน คอนโดมิเนียม 8 ชั้นรวม 2 อาคาร พื้นที่ใช้สอย 25 ตารางเมตร จำนวน 432 ห้อง โครงการบนที่ดินแปลงที่จังหวัดเชียงใหม่ ลักษณะของ8 ชั้น รวม 4 อาคาร ขนาดพื้นที่ใช้สอย 28 ตารางเมตร รวม 935 ห้อง มูลค่ากว่าพันล้านบาท

โดยคู่แข่งที่เสนอโครงการแข่งกับ SPALI และ A ในกรุงเทพฯ 2 แปลง ได้แก่ บริษัทปักกิ่ง เออร์บัน-คอนสตรัคชั่น ยาไถ่ (ไทย) คอนสตรั่คชั่น กรุ๊ป และโครงการที่จังหวัดเชียงใหม่ 1 แปลง ได้แก่ บริษัท พีซีซี โพสเทนชั่น

คณะกรรมการจะพิจารณาจาก รูปแบบการนำเสนอการเช่า การบริหารโดยมีนิติบุคคลของโครงการว่าจะต้องมีความชัดเจนตั้งแต่ค่าเช่า-ค่าส่วนกลาง โดยแบ่งรูปแบบการให้คะแนนโครงการเช่าระยะสั้น 5 ปีคือ แปลงบนที่ดินในเขตกรุงเทพฯ คือ บริเวณถนนประดิพัทธ์ (โรงกษาปณ์เก่า)

และ 2.บนถนนพหลโยธิน ตรงข้ามวัดไผ่ตัน โดยจะมีเกณฑ์ 4 ข้อ คือ 1.มูลค่าโครงการ 30 คะแนน 2.คุณภาพโครงการ 40 คะแนน 3.แผนการก่อสร้าง 20 คะแนน ที่จะต้องก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ภายใน 2 ปี ครอบคลุมตั้งแต่กระบวนการก่อสร้างและการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม (EIA) และ 4. แผนบริหารจัดการหลังก่อสร้าง 20 คะแนน รวม 100 คะแนน

ขณะที่รูปแบบที่ 2 เป็นโครงการเช่าสิทธิ์ระยะยาว (Leasehold) ระยะเวลา 30 ปีนั้น แบ่งเกณฑ์การให้คะแนนออกเป็น 4 ด้าน คือ 1.ราคาขายต่อหน่วย โดยอาจเป็นรูปแบบห้องชุด บ้านแถว ทาวน์เฮาส์ ราคาต้องไม่เกิน 1 ล้านบาท รวม 20 คะแนน

2.คุณภาพโครงการ ครอบคลุมวัสดุก่อสร้าง วัสดุตกแต่ง รูปแบบความสวยงามของโครงการที่ต้องสอดคล้องกับพื้นที่ใช้สอย รวม 40 คะแนน 3.แผนงานก่อสร้างที่ต้องก่อสร้างแล้วเสร็จพร้อมเข้าอยู่ภายใน 2 ปี เช่นเดียวกันโครงการเช้าระยะสั้น 20 คะแนน ที่กำหนดไว้ให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ครอบคลุมกระบวนการก่อสร้างและการประเมินผล EIA และแผนบริหารจัดการหลังก่อสร้าง รวม 20 คะแนน รวม 100 คะแนน

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวหุ้น

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ