Loading

เคาะ1.79แสนล.รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-โคราช

วันที่ : 29 กรกฎาคม 2559
เคาะ1.79แสนล.รถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-โคราช

คมนาคมถกจีน เคาะตัวเลขรถไฟ ความเร็วสูง"กทม.-โคราช" วงเงิน 1.79 แสนล้าน เตรียมเสนอครม. เดือนส.ค.

การประชุมร่วมรถไฟไทย-จีน ครั้งที่ 12 ได้ข้อสรุปโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 252.5 กิโลเมตร ในเบื้องต้นมูลค่าลงทุนราว 1.79 แสนล้านบาท คาดว่าจะเสนอคณะรัฐมนตรี(ครม.)ในเดือนส.ค.นี้

นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า มูลค่าลงทุนยังไม่ได้ประเมินมูลค่าการลงทุนทั้งหมด เนื่องจากต้องรอรายละเอียดอีก 2 ส่วนคือค่าใช้จ่ายในการศึกษาความ เหมาะสมของโครงการ ซึ่งฝ่ายไทยขอให้จีนออกค่าใช้จ่ายส่วนนี้ให้ และค่าฝึกอบรม ซึ่งฝ่ายไทยขอให้ทางจีนกลับไปแยก รายละเอียดว่า รายการใดที่จะอบรมฟรีและรายการใดมีค่าใช้จ่าย ซึ่งจีนจะกลับไปจัดทำรายละเอียดก่อนกลับมาเสนออีกครั้ง

การก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูง เส้นทางนี้ แบ่งการก่อสร้างเป็น 4 ตอน คือตอนแรกจากกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กิโลเมตร ตอนที่ 2 จากปากช่อง- คลองขนานจิตร์ ระยะทาง 11 กิโลเมตร ตอนที่ 3 จากแก่งคอย จ.สระบุรี-จ.นครราชสีมา ระยะทาง 119 กิโลเมตร และตอนที่ 4 จากกรุงเทพ-แก่งคอย จ.สระบุรี ระยะทาง 119 กิโลเมตร

"ตอนที่1มีความก้าวหน้าในส่วนที่จีนส่งแบบมาเรียบร้อยแล้ว และฝ่ายไทยจะทำการตรวจสอบเรื่องแบบการก่อสร้าง และหากมีประเด็นความเห็นเพื่อให้มั่นใจก็ต้องคุยถอนราคาออกมา"

นายอาคม กล่าวว่าหลังจีนได้ส่งแบบก่อสร้างตอนที่ 1 มาให้ไทยตรวจสอบและถอดราคาค่าก่อสร้าง โดยจะเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบโดยเร็วที่สุด คาดว่าจะเป็นเดือน ส.ค. นี้

นายอาคม กล่าวว่าการเปิดประมูลต้องรอการออกแบบและมูลค่าการลงทุนให้พร้อมก่อน ส่วนตอนที่ 2 นั้น คณะเจ้าหน้าที่ ด้านเทคนิคของจีนได้ลงพื้นที่สำรวจแล้วพบว่า มีปัญหาทางด้านกายภาพ 2 จุด บริเวณอำเภอกลางดง เนื่องจากพื้นดินอ่อนและมีปัญหาดินสไลด์เป็นระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร ทางจีนจึงระบุว่า อาจต้องแก้ไขแนวเส้นทางเล็กน้อยและขอขยับเวลาการส่งแบบก่อสร้างตอนที่ 2 จากเดือน ต.ค. เป็นเดือน พ.ย.

นายอาคม กล่าวต่อว่าโครงการดังกล่าวจะมีการแบ่งสัญญาออกเป็น 2 สัญญา คือ 1.สัญญาก่อสร้างซึ่งฝ่ายไทยจะจ้างผู้รับเหมาไทย และ 2.สัญญาจัดจ้างระบบรถและจัดหารถไฟฟ้าซึ่งส่วนนี้จะให้จีนดำเนินการ

นายอาคม กล่าวอีกว่าในการหารือครั้งนี้ ฝ่ายไทยได้เสนอให้มีการแยกสัญญา 2 ออกเป็น 3 สัญญาย่อย คือ 1.สัญญาออกแบบก่อสร้าง 2.สัญญาจัดจ้างที่ปรึกษาควบคุมงาน และ 3.สัญญาจัดหาระบบตัวรถไฟฟ้าและอาณัติสัญญาณ ซ่อมบำรุงและฝึกอบรม เพื่อให้งานเดินได้เร็วขึ้น

"ถ้าแบ่งสัญญา 2 ออกเป็น 3 สัญญาย่อย เราจะเร่งรัดตามสัญญาย่อยที่ 1 ซึ่งเป็นการออกแบบก่อสร้างให้เริ่มได้ก่อน เพื่อให้เดินหน้างานตอนที่ 1 ได้ตามเป้าหมายเดิม คือ ประมูลหาผู้รับเหมาก่อสร้างในเดือน ส.ค. และเริ่มก่อสร้างเดือน ก.ย. นี้ ส่วนเงินก่อสร้างนั้น บางส่วนจะนำมาจากงบประมาณ บางส่วน จะกู้ภายในประเทศ เพราะเราจะจ้าง ผู้รับเหมาไทยมารับงานก่อสร้าง วัสดุต่างๆ ต้องซื้อในประเทศ ส่วนจะใช้เงินเท่าไหร่ ต้องรอถอดแบบก่อสร้างก่อนจึงจะรู้ผล" นายอาคมกล่าว

ที่ประชุมยังหารือถึงการจัดทำร่างสัญญาจัดจ้างซื้อตัวรถจากจีนด้วย โดยฝ่ายไทยเสนอว่าจะต้องยึดตามหลักกฎหมายไทยและจะต้องอยู่บนพื้นฐานหลักสากล ซึ่งขณะนี้ ยังมีรายละเอียดหลายส่วนที่ทั้ง 2 ฝ่ายยังเห็นไม่ตรงกันและยังหารือเพื่อแก้ไขกรอบความร่วมมือ เนื่องรูปแบบการลงทุนมีการปรับเปลี่ยนเป็นรัฐไทยลงทุนฝ่ายเดียวจากเดิมเป็นโครงการร่วมทุนกับรัฐบาลจีน

นายอาคม กล่าวถึงการกู้เงินจากจีนซึ่งคาดว่าจะนำมาใช้ในการซื้อขบวนรถและจัดจ้างงานระบบว่า ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าของจีน (เอ็กซิมแบงค์) ได้หารือร่วมกับสำนักบริหารหนี้ (สบน.) ของไทย โดยจีนยื่นแผนและเงื่อนไขในการกู้เงินให้ฝ่ายไทยพิจารณาเป็นเงินสกุลหยวน มีอัตราดอกเบี้ย 3.2% ซึ่งฝ่ายไทยขอให้จีนไปแปลงอัตราดอกเบี้ยให้เป็นสกุลเงินดอลลาร์ก่อนเพื่อให้สามารถนำมาเปรียบเทียบได้

ฝ่ายไทยยืนยันต้องการดอกเบี้ยในอัตราไม่เกิน 2% เท่านั้น ซึ่งขณะนี้ยังตอบไม่ได้ว่าจะกู้เป็นสกุลเงินหยวนหรือดอลลาร์เพราะจะต้องไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง ก่อน ส่วนการพัฒนาพื้นที่ 2 ข้างทางรถไฟนั้น การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) อยู่ระหว่างการจัดทำแผน เบื้องต้นคาดว่าจะมี 2 จุด ซึ่งฝ่ายไทยจะดำเนินการเองทั้งหมด

สำหรับการพัฒนาพื้นที่สองข้างทางนั้น นายอาคม กล่าวว่าการพัฒนาพื้นที่อยู่ในแผนของการรถไฟแห่งประเทศไทย(ร.ฟ.ท.)ทั้งหมด ที่ไทยจะพัฒนา 2ข้างทางเองตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีสั่งการไว้ ซึ่งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีให้เวลาร.ฟ.ท.ไปทำแผนภายใน 1เดือน

ที่มา : หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ

 

 

 

ข่าวพัฒนาสาธารณูปโภค อื่นๆ