Loading

ธนารักษ์จ้างFAพัฒนาที่ มักกะสัน ใช้เงินกองทุน10ล้านศึกษา/เลื่อนเซ็นสัญญารฟท.

วันที่ : 21 กรกฎาคม 2559
ธนารักษ์จ้างFAพัฒนาที่ มักกะสัน ใช้เงินกองทุน10ล้านศึกษา/เลื่อนเซ็นสัญญารฟท.

ธนารักษ์ปรับแผนขอใช้เงินกองทุน พัฒนาอสังหาฯ กว่า 10 ล้านบาท จ้างที่ปรึกษาศึกษาพัฒนา "มักกะสัน" แทนขอใช้เงินจากกองทุน PPP เหตุโครงการยังไม่ชัดเจน หวั่นกองทุน PPP ไม่กล้าอนุมัติ เผยเอ็มโอยูส่งมอบพื้นที่ไม่ทัน ก.ค. เนื่องจากคลังกลัวติดกฎหมายเวนคืนของ ร.ฟ.ท. กระทบการใช้ประโยชน์ที่ดิน ต้องส่งกฤษฎีกาตีความให้ชัดเจนก่อน

นายจักรกฤศฏิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า กรมธนารักษ์กำลังศึกษาข้อกฎหมาย เพื่อดูความเป็นไปได้ในการนำเงินจากกองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ กว่า 10 ล้านบาท จากที่ปัจจุบันมีเงินกองทุนอยู่ 1,000 ล้านบาท มาใช้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษา (FA) เข้ามาศึกษาโครงการพัฒนาที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ย่านโรงงานมักกะสัน ซึ่งจะมีการส่งมอบพื้นที่ให้กระทรวงการคลังมาดำเนินการในเชิงพาณิชย์ เพื่อแลกกับหนี้ของ ร.ฟ.ท.กว่า 6 หมื่นล้านบาท

ส่วนการลงนามบันทึกข้อตกลง (MOU) การส่งมอบพื้นที่ภายในเดือน ก.ค.นั้น อธิบดีกรมธนารักษ์กล่าวว่า ยังต้องพิจารณาประเด็นข้อกฎหมายและการส่งมอบให้รอบคอบก่อน

"เรากำลังพิจารณาว่า จะใช้เงินจากกองทุนอสังหาริมทรัพย์นี้มาจ้าง ที่ปรึกษา ซึ่งวัตถุประสงค์ของกองทุนระบุไว้ว่าสามารถนำมาใช้บริหารจัดการที่ราชพัสดุ หรืออะไรที่เราต้องบริหารจัดการ น่าจะได้ เรากำลังดูข้อกฎหมายอยู่ เพื่อให้รอบคอบว่าประเด็นการส่งมอบ ประเด็นกฎหมาย หรืออื่น ๆ ชัดเจนหรือไม่ แล้วค่อยส่งมอบ" นายจักรกฤศฏิ์กล่าว

แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง กล่าวกับ "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ก่อนหน้านี้กรมธนารักษ์ได้ขอใช้เงินกองทุนส่งเสริมการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ (กองทุน PPP) มาใช้ดำเนินการจ้างที่ปรึกษาศึกษาโครงการ อย่างไรก็ดี เมื่อหารือกับทางสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ที่ดูแลกองทุน PPP อยู่ ทาง สคร.เห็นว่า โครงการพัฒนาที่ดินมักกะสันยังมีความไม่แน่นอนอยู่มาก และยังไม่ชัดเจนว่าโครงการจะสำเร็จแค่ไหน ซึ่งการจะขอใช้เงินกองทุน PPP สนับสนุนนั้น โครงการจะต้องมีความชัดเจนระดับหนึ่ง อาทิ ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว เป็นต้น

"กรมธนารักษ์ควรจะใช้เงินจากกองทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมธนารักษ์เอง ซึ่งไม่น่าจะมีปัญหา เพราะวัตถุประสงค์เขียนไว้ว่าใช้บริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ที่จะเป็นประโยชน์กับภาครัฐ จึงน่าจะใช้ได้ง่ายกว่า หรือกรณีที่ใช้วงเงินไม่มาก ก็สามารถขอตั้งงบประมาณประจำปีแทนก็ได้" แหล่งข่าวกล่าว

ก่อนหน้านี้ คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ ซูเปอร์บอร์ด ได้เร่งรัดให้ ร.ฟ.ท.ส่งมอบที่ดินในระยะเวลา 2 ปี โดยจะแลกหนี้ 6.1 หมื่นล้านบาท ให้กระทรวงการคลังรับไปบริหารจัดการ โดยการส่งคืนพื้นที่ จะแบ่งเป็น 7 โซน ได้แก่ พื้นที่บริเวณสถานีแอร์พอร์ตลิงก์ 105 ไร่ ที่คาดว่าจะส่งมอบได้ใน ก.ค. 2559 ส่วนพื้นที่โรงงานมักกะสัน และอาคารคลังพัสดุ 5 หลัง ราว 30 ไร่ คาดว่าส่งมอบได้ ช่วง มิ.ย. 2560 และพื้นที่อาคารโรงงาน โรงพยาบาลบุรฉัตร และนิคมรถไฟมักกะสัน รวม 313 ไร่ คาดว่าจะส่งมอบช่วง มี.ค. 2561

"การส่งมอบพื้นที่คงจะล่าช้าออกไป พอสมควร เดือน ก.ค. คงเซ็นเอ็มโอยู ไม่ทัน เนื่องจากกระทรวงการคลัง ได้ส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความการใช้ประโยชน์ที่ดินของ ร.ฟ.ท. ซึ่งทาง ร.ฟ.ท.ได้มาจากการออกกฎหมายเวนคืน ดังนั้นจึงต้องพิจารณาข้อกฎหมายให้ชัดเจนว่ากระทรวงการคลังจะนำมาพัฒนาได้หรือไม่" แหล่งข่าวกล่าว

นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า ปัจจุบันหนี้สินของ ร.ฟ.ท.อยู่ที่ระดับ 1 แสนล้านบาท ขณะที่การดำเนินการตามแผน ฟื้นฟูที่รายงานต่อ คนร. เมื่อวันที่ 11 ก.ค. ถือว่ายังมีความคืบหน้าไป ได้น้อย โดยสำหรับการส่งมอบที่ดินโรงงานมักกะสันนั้น ต้องรอกรมธนารักษ์กับ ร.ฟ.ท.ลงนามเอ็มโอยูกันก่อน จากนั้นก็สามารถส่งมอบได้ทันทีในส่วน 105 ไร่ ส่วนที่เหลือก็จะส่งมอบในกรอบเวลา 2 ปี

ที่มา : หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ