Loading

อสังหาร่วมบ้านธนารักษ์ประชารัฐธนารักษ์เตรียมอนุมัติ 5 โครงการ

วันที่ : 18 กรกฎาคม 2559
อสังหาร่วมบ้านธนารักษ์ประชารัฐธนารักษ์เตรียมอนุมัติ 5 โครงการ

ธนารักษ์เผยผู้ประกอบการการอสังหาริมทรัพย์สนใจเข้าร่วมประมูลโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ เตรียมเคาะรายชื่อผู้ผ่านคุณสมบัติสร้างบ้านประชารักษ์ 5 โครงการ ภายใน 2 สัปดาห์นี้ แนะข้าราชการและประชาชนรีบจองสิทธิ์ขอกู้ออมสินและธอส.

นายจักรกฤศฎิ์ พาราพันธกุล อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ผลการยื่นซองประมูลโครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ บนพื้นที่นำร่อง 6 โครงการนั้น มีเอกชนให้ความสนใจเข้าประมูลหลายราย บนพื้นที่ 5 แปลง ยกเว้นแปลงที่จังหวัดเชียงรายที่ไม่มีผู้ยื่นซองประมูลแบ่งเป็น โครงการให้เช่าระยะสั้น 5 ปี ผู้เช่าต้องเป็นข้าราชการหรือพนักงานข้าราชการที่เงินเดือนไม่เกิน 20,000 บาท ค่าเช่าไม่เกิน 4,000 บาทต่อเดือน ได้แก่ ที่ราชพัสดุเดิม ตรงข้ามวัดไผ่ตัน เนื้อที่ 3 ไร่ มีผู้ประกอบการสนใจ คือ บริษัท ปักกิ่ง เออร์บัน-คอนสตรัคชั่นยาไถ่ (ไทย) คอนสตรัคชั่น กรุ๊ป บริษัท ศุภาลัย บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้ และแปลงที่โรงกษาปณ์เก่า ถนนประดิพัทธ์ เนื้อที่ 2 ไร่ มีผู้ประกอบการสนใจ คือ บริษัท ปักกิ่ง เออร์บัน-คอนสตรัคชั่นยาไถ่ (ไทย) ตอนสรัคชั่น กรุ๊ป บริษัท ศุภาลัย บริษัท อารียา พรอพเพอร์ตี้

โครงการเช่าระยะยาว เพื่อสร้างเป็นตึกแถว บ้านเดี่ยว อาคารชุดพักอาศัย ราคาไม่เกิน 1 ล้านบาท เช่าระยะยาว 30 ปี แปลงที่ ต.ช้างคลาน จ.เชียงใหม่ เนื้อที่ 9 ไร่ ให้เฉพาะข้าราชการที่ต้องการมีบ้านหลังแรกเช่า มีผู้ประกอบการสนใจ ได้แก่ บริษัท พีซีซี โพสเทนชั่น บริษัท ศุภาลัย บริษัท อรียา แมนเนจเมนท์ซึ่งหากทางคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าผ่าน คุณสมบัติ ถือว่าให้สิทธิ์ในการก่อสร้างได้

ทั้งนี้ คณะกรรมการจะพิจารณาคัดเลือกผู้ที่ผ่านคุณสมบัติภายใน 2 สัปดาห์ เมื่อประกาศรายชื่อแล้วจะเรียกเข้ามาลงนามในสัญญาและให้ผู้ประกอบการทำตามขั้นตอนการก่อสร้างเช่น การขออนุญาตก่อสร้างตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งกรมธนารักษ์กำหนดให้การก่อสร้างต้องแล้วเสร็จภายใน 2 ปี และระหว่างนี้สำหรับประชาชนที่สนใจต้องการเช่าพักอาศัยในที่โครงการบ้านธนารักษ์ประชารัฐ สามารถเข้าไปติดต่อธนาคารของรัฐที่ปล่อยกู้ในโครงการ 2 รายได้แก่ ธนาคารออมสิน และธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เพื่อขอจองสิทธิ์การขอสินเชื่อเพื่อเช่าที่พักอาศัยในโครงการนี้ได้

"แปลงที่ จ.เชียงราย ที่ไม่มีเอกชนรายใดยื่นซองประมูล กรมธนารักษ์จะต้องกลับไปพิจารณาว่าเป็นเพราะอะไร หรือผู้ประกอบการเอกชนคิดว่าไม่คุ้มกับที่ลงทุน เพราะอยู่ห่างไกลตัวเมือง อาจทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือประชาชนไม่มีความสนใจ โดยอาจนำที่ราชพัสดุส่วนนี้ไปทำโครงการรูปแบบอื่นที่ประโยชน์ต่อผู้มีรายได้น้อย และโครงการตามนโยบายรัฐบาลต่อไป"

นายจักรกฤศฎิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า เกณฑ์การตัดสิน มี 4 เรื่อง ได้แก่ ราคาขายต่อหน่วยคุณภาพโครงการ แผนงานก่อสร้าง และแผนบริหารจัดการหลังโครงการแล้วเสร็จ และในกรณีที่ผู้ประกอบการเสนอเป็นเพียงผู้ก่อสร้างกรมธนารักษ์จะให้ผู้ประกอบการทำข้อตกลงกับธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ ในการรับราคารับโอนโครงการจากผู้ประกอบการเพื่อนำมาบริหารจัดการต่อไปได้

ที่มา : หนังสือพิมพ์ดอกเบี้ยธุรกิจ

 

 

 

ข่าวโครงการอสังหาฯ ภาครัฐ อื่นๆ