Loading

ดัชนีเชื่อมั่นไทยพุ่ง ตลาดหุ้น3เดือนโต11% อสังหาฯครึ่งปีหลังมีอนาคต

วันที่ : 12 กรกฎาคม 2559
ดัชนีเชื่อมั่นไทยพุ่ง ตลาดหุ้น3เดือนโต11% อสังหาฯครึ่งปีหลังมีอนาคต

ดัชนีเชื่อมั่นหุ้นไทยเพิ่ม เศรษฐกิจดูดี เงินไหลเข้าหลังเบร็กซิต กองทุนอังกฤษขอซื้อยกล็อตหุ้นไทย

นายคเณศ วังส์ไพจิตร ผู้อำนวยการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า หรือเดือน ก.ย. อยู่ที่ 104.46 เพิ่มขึ้น 11.75% จากเดือนก่อนที่ 93.48 แต่ยังอยู่ในระดับที่ทรงตัว ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 5 โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติและ นักลงทุนรายบุคคลที่มีมุมมองเพิ่มขึ้น มีเพียงนักลงทุนสถาบันในประเทศที่มองดัชนีเชื่อมั่นลดลงเล็กน้อย

ปัจจัยที่มุมมองบวกต่อตลาดหุ้นไทย นักลงทุนรายบุคคลกับนักลงทุนต่างชาติ ให้น้ำหนักภาวะเศรษฐกิจไทยจากที่เริ่มเห็นนโยบายภาครัฐเห็นผลได้ชัด ขณะที่กลุ่มสถาบันในประเทศให้น้ำหนักเรื่องเงินไหลเข้าออกจากเรื่องเบร็กซิตเป็นหลัก ขณะที่นักลงทุนสถาบันในประเทศและรายบุคคล เริ่มให้น้ำหนักทางการเมืองเป็นปัจจัยลบติดต่อกันเป็น 2 เดือน เพราะจะมีเรื่องประชามติวันที่ 7 ส.ค.นี้

นายพีรพงศ์ จิระเสวีจินดา กรรมการผู้จัดการกลุ่มจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) บัวหลวง กล่าวว่า ช่วงครึ่งปีหลังเงินลงทุนต่างชาติจะไหลเข้าไทยต่อเนื่องหลังเกิดเบร็กซิต จากต้นปีเงินต่างชาติไหลเข้าทั้งตลาดตราสารหนี้ 3.15 แสนล้านบาท เพราะผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลไทยยังสูงกว่าต่างประเทศ และบางประเทศติดลบ

"เพิ่งมีกองทุนประเทศอังกฤษติดต่อจะขอซื้อหุ้นบิ๊กล็อตของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) เพราะเห็นสัญญาณกองทุนที่เคยลงทุนในยุโรปกำลังปรับพอร์ตไปประเทศที่ผลตอบแทนมากขึ้น ซึ่งก็คือกลุ่มประเทศเกิดใหม่ กลุ่มประเทศอาเซียน กลุ่มลุ่มน้ำโขง รวมถึงไทยด้วย" นายพีรพงศ์ กล่าว

เช่นเดียวกับดัชนีอสังหาริมทรัพย์ นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ เปิดเผยว่า จากการสำรวจความเชื่อมั่น ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ในไตรมาส 2 ปี 2559 พบว่าแม้ดัชนีเชื่อมั่นปัจจุบันจะลดลง แต่ดัชนีความคาดหวังในอีก 6 เดือนข้างหน้ามีค่าเท่ากับ 65.4 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสแรกปี 2559 คือ 64.4 สะท้อนว่าผู้ประกอบการคาดหวังดีต่ออนาคตอีก 6 เดือน หรือช่วงปลายปีนี้

นายอิสระ บุญยัง นายกกิตติมศักดิ์สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า ค่าความเชื่อมั่นปัจจุบันที่ลดลงมาจากการสิ้นสุดมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งผู้ประกอบการต้องรอดูสถานการณ์ และปรับแผนการเปิดโครงการใหม่ให้สอดคล้องกับกำลังซื้อจริงที่มีอยู่ในตลาด

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ