Loading

รัฐกระตุ้นอสังหาฯโตพุ่ง ลุ้นครึ่งปีหลังขยายตัวต่อเนื่อง

วันที่ : 30 มิถุนายน 2559
รัฐกระตุ้นอสังหาฯโตพุ่ง ลุ้นครึ่งปีหลังขยายตัวต่อเนื่อง

         สุกัญญา สินถิรศักดิ์

          ตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งแรกของปี 2559 เรียกว่าเป็นช่วงเวลาของการโละสต๊อกครั้งใหญ่ของผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะรายใหญ่ที่มีสินค้าพร้อมอยู่เหลือขายทั้งบ้านจัดสรรและคอนโดมิเนียมจำนวนมาก เนื่องจากต้องเร่งขายและเร่งโอนกรรมสิทธิ์ให้ทันกับมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนจาก 2% เหลือ 0.01% และค่าจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% ซึ่งเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. 2558 สิ้นสุด 28 เม.ย. 2559

          สำหรับมาตรการภาครัฐในรอบนี้ บรรดาบิ๊กอสังหาฯ ต่างมองว่า สร้างผลกระทบเชิงบวกได้มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา โดยจากการสำรวจยอดโอนกรรมสิทธิ์ของรายใหญ่หลายราย เช่น บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท มียอดโอนกรรมสิทธิ์เฉพาะเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา สูงถึง 5,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัว 100% และเกินกว่า 50% มาเร่งโอนในช่วงวันท้ายๆ ก่อนหมดมาตรการ

          เช่นเดียวกับบริษัท ศุภาลัย ที่ระบุว่า ช่วงที่มีมาตรการดังกล่าวระยะเวลารวม 6 เดือน ส่งผลให้ศุภาลัยมียอดขายจากมาตรการดังกล่าวกว่า 1 หมื่นล้านบาท ส่วนรายได้ในเดือน เม.ย. มียอดโอนกรรมสิทธิ์เพิ่มขึ้นกว่า 300% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์ ส่วนบริษัท โกลเด้นแลนด์ มียอดขายรวม 6 เดือนตั้งแต่ใช้มาตรการ เพิ่มขึ้นกว่า 25% และคาดว่ารายได้จากการโอนกรรมสิทธิ์ 4 เดือนแรกจะเติบโต 100% ส่วนค่ายเอพี มียอดโอนกรรมสิทธิ์เดือน มี.ค.-เม.ย. ทั้งแนวราบและแนวสูงเพิ่มขึ้นกว่า 40%

          จากปัจจัยดังกล่าวทำให้การเปิดตัวโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ในช่วง 5 เดือนแรกของปี 2559 ลดลงมาก เพราะหนักไปทางโละสต๊อกเก่ากันมากกว่า โดย สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า โครงการที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ในกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ม.ค.-พ.ค. 2559 มีทั้งหมด 123 โครงการ จำนวน 29,380 หน่วย ลดลง 22% แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 74 โครงการ 1.22 หมื่นหน่วย ลดลง 30% และคอนโดมิเนียม 49 โครงการ 1.718 หมื่นหน่วย ลดลง 16%

          อย่างไรก็ตาม  เริ่มเห็นสัญญาณการกลับมาเริ่มเปิดตัวโครงการใหม่ๆ มากขึ้นในเดือน พ.ค.มีทั้งหมด 21 โครงการ จำนวน 5,290 หน่วย แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 14 โครงการ 2,320 หน่วย และคอนโดมิเนียม 7 โครงการ จำนวน 2,970 หน่วย ซึ่งคาดว่าครึ่งปีหลังผู้ประกอบการจะเร่งเปิดตัวโครงการใหม่ต่อเนื่อง แต่ภาพรวมโครงการใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลทั้งปี 2559 จะใกล้เคียงกับปีที่แล้ว อยู่ที่ 1.01-1.02 แสนหน่วย แบ่งเป็น บ้านจัดสรร 4.1-4.2 หมื่นหน่วย และคอนโดมิเนียม 6 หมื่นหน่วย

          ด้านภาพรวมธุรกิจอสังหาฯ ครึ่งปีหลัง สัมมา กล่าวว่า หากมองในมุมบวกยังมีอีกหลายปัจจัยที่จะส่งผลดีกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ เริ่มด้วยรถไฟฟ้าสายสีม่วง (เตาปูนบางใหญ่) แม้ว่าปัจจุบันสถานีเตาปูนของสายสีม่วงจะยังไม่เชื่อมต่อกับสถานีบางซื่อของสายสีน้ำเงิน แต่ก็เป็นรถไฟฟ้าเส้นทางใหม่ที่จะขนคนจากชานเมืองเข้าสู่เมือง ถนนสายใหม่ๆ โครงการทางพิเศษสายศรีรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะเปิดเดือน ส.ค. 2559 จะเป็นทางด่วนจากในเมืองลงโซนตะวันตกของกรุงเทพฯ

          ขณะที่อัตราดอกเบี้ยในไทย วิเคราะห์จากสภาพเงินล้นในปัจจุบัน จึงเชื่อว่าอัตราดอกเบี้ยคงไม่ปรับขึ้นมาก หากจะขยับขึ้นคงไม่ขึ้นหวือหวา หรืออาจจะทรงตัว ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ต้องพิจารณาหลายด้าน โดยอสังหาริมทรัพย์ยังน่าลงทุน แม้จะมีประเด็นเรื่อง พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ที่อาจจะประกาศใช้ในปีหน้า แต่เกณฑ์การจัดเก็บที่ไม่ได้สูงมาก และหากเทียบกับอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำมาก จึงทำให้นักลงทุนยังมองว่าอสังหาริมทรัพย์เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

          นอกจากนี้ การเร่งเบิกจ่ายภาครัฐ การท่องเที่ยวที่ดีต่อเนื่อง ราคาพืชผลการเกษตรที่เริ่มฟื้นตัว อาจทำให้ภาพรวมเศรษฐกิจครึ่งปีหลังปรับตัวดีขึ้น ซึ่งจะมีผลดีกับตลาดอสังหาริมทรัพย์เช่นกัน ส่วนปัจจัยลบยังคงเป็นปัจจัยภายนอก ภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวนและคาดการณ์ยาก ส่วนปัจจัยในประเทศ การเมืองยังต้องจับตา แม้จะยังดูนิ่งสงบ แต่ก็ยากจะคาดเดาว่าจะนิ่งต่อเนื่องจนถึงสิ้นปีหรือไม่

          ในมุมของภาคเอกชน หลังจากหมดมาตรการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนอง ผู้ประกอบการต่างเร่งอัดแคมเปญกระตุ้นยอดขายต่อเนื่อง หวังที่จะไม่ให้ตลาดมีจังหวะสะดุด ซึ่งโดยปกติแล้วหลังหมดมาตรการกระตุ้นตลาดของภาครัฐ ตลาดจะชะลอตัวประมาณ 30% แต่รอบนี้จากการทดลองเปิดตัวโครงการใหม่หลังหมดมาตรการลดค่าธรรมเนียมของผู้ประกอบการหลายรายยังได้รับการตอบรับที่ดี จากการที่อัดโปรโมชั่นแรงต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังเร่งขนโครงการตามเกณฑ์บ้านประชารัฐออกมากระตุ้นการตัดสินใจ

          ส่วนการเปิดตัวโครงการใหม่ ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต นายกสมาคมอาคารชุดไทย กล่าวว่า นับจากนี้ผู้ประกอบการต่างต้องเร่งเปิดตัวโครงการใหม่ โดยเพียงแค่ 10 รายใหญ่ของตลาดมีแผนจะเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมใหม่มากถึง 67 โครงการ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 1.2 แสนล้านบาท และส่วนใหญ่เป็นสินค้าระดับกลางล่าง ซึ่งโครงการใหม่เหล่านี้จะเป็นตัวขับเคลื่อนหลักของตลาด

          อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่ที่ผู้ประกอบการยังต้องเผชิญต่อเนื่องในครึ่งปีหลัง นั่นคือ ผู้ซื้อบ้านกู้ไม่ผ่าน  หรือกู้ได้ไม่ตามวงเงินที่ต้องการ ซึ่งนอกจากผู้ประกอบการจะแนะนำเรื่องการสร้างประวัติทางการเงินที่ดีให้กับผู้ซื้อแล้ว ยังต้องปรับตัวด้วยการเพิ่มยอดขายให้มากกว่าเป้าไม่น้อยกว่า 30-40% เพื่อชดเชยยอดขายที่ถูกยกเลิกจากการถูกปฏิเสธสินเชื่อ

          เรียกว่าตลาดอสังหาริมทรัพย์ครึ่งปีหลังแม้จะมีหลายปัจจัยบวก แต่ปัจจัยลบก็ยังมีไม่น้อยเช่นกัน ส่วนในเชิงการแข่งขันฟันธงได้เลยว่าต้องดุเดือดจากการแห่ส่งซัพพลายใหม่เข้าสู่ตลาด

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ