Loading

คอลัมน์ เศรษฐกิจ: จับตา กม.ที่ดิน...ซ้ำรอยภาษีมรดก? ลุ้น สนช.เคาะครั้งสุดท้าย ฤา...บิ๊กตู่ล้างอาถรรพ์สำเร็จ

วันที่ : 17 มิถุนายน 2559
คอลัมน์ เศรษฐกิจ: จับตา กม.ที่ดิน...ซ้ำรอยภาษีมรดก? ลุ้น สนช.เคาะครั้งสุดท้าย ฤา...บิ๊กตู่ล้างอาถรรพ์สำเร็จ

ที่สุด ร่างกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หรือเข้าใจง่ายๆ ว่า ภาษีที่ดินฯ ผ่านความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังจากยึกยักอยู่นานมีข่าวมาทุกสัปดาห์เป็นเวลาหลายอาทิตย์ว่าจะเข้า ครม. แต่ก็ไม่เข้าที่ประชุมสักครั้งเดียว

เรียกว่าต้องใช้ความพยายามอย่างมากนานถึง 2 ปี ตั้งแต่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศ ใช้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังถึง 2 คนในการผลักดัน คือ นายสมหมาย ภาษี ที่เสนอไปก่อนแต่ไม่สำเร็จ เพราะครั้งนั้นจะจัดเก็บภาษีคนที่มีบ้านพักอาศัยมูลค่าตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป จึงเกิดกระแสต้านค่อนข้างแรงทีเดียว จนรัฐบาลต้องถอยมาตั้งหลัก

กระทั่ง นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ มารับไม้ต่อมีการแก้ไส้ในที่เป็นจุดอ่อน โดยจะจัดเก็บภาษีที่อยู่อาศัยและที่ดินมูลค่าเกิน 50 ล้านบาทขึ้น แต่เพิ่มเงื่อนไขว่าหากเป็นบ้านหลังที่สองต้องถูกเรียกเก็บภาษีทันทีตั้งแต่บาทแรกเลย

แต่ก่อนหน้ารัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ก็มีหลายรัฐบาลที่พยายามจะจัดเก็บภาษีที่ดินฯ แต่ก็ไม่สำเร็จ!!

สำหรับสาระของร่างกฎหมายภาษีที่ดินฯ ฉบับผ่าน ครม. แล้ว หลักๆ คือ องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) กรุงเทพมหานครและเมืองพัทยาจะจัดเก็บภาษีเอง จากเจ้าของที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง อาคารชุด และผู้ครอบครองหรือทำประโยชน์ในที่ดินหรือสิ่งปลูกสร้างที่เป็นทรัพย์สินของรัฐ เพื่อนำภาษีเหล่านี้มาพัฒนาท้องถิ่นโดยตรง มีการจัดเก็บภาษี 4 ประเภท คือ

1. เกษตรกรรม เพดานจัดเก็บ 0.2% 2. ที่อยู่อาศัย เพดาน 0.5% 3. พาณิชยกรรม เพดาน 2% และ 4. ที่รกร้างว่างเปล่า เพดาน 5% คาดว่าจะสามารถจัดเก็บภาษีได้เพิ่มขึ้นกว่า 64,000 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันที่เก็บได้ปีละประมาณ 30,000 ล้านบาท

ภาษีที่ดินฯ ที่ออกมาร้อนๆ จากเตา จะช่วยให้ภาครัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่วนจะช่วยลดความเหลื่อมล้ำได้ตามที่รัฐบาลยกเป็นเหตุผลหรือไม่นั้น นายสมหมาย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ผู้ผลักดันภาษีที่ดินเป็นคนแรก กลับเห็นว่าการจัดเก็บภาษีบ้านที่มีราคาเกิน 50 ล้านบาทนั้นเป็นเรื่องไม่ถูกต้อง เป็นการเรียกเก็บภาษีจากคนรวยที่เป็นคนส่วนน้อยของประเทศ ซึ่งที่ถูกต้องคนที่มีบ้านทุกคนต้องเสียภาษีเพื่อสร้างจิตสำนึกให้ทุกคนรู้หน้าที่ว่าต้องเสียภาษีเพื่อนำเงินไปพัฒนาประเทศ การเก็บภาษีเริ่มต้นที่ 50 ล้านบาทขึ้นไป เท่ากับรัฐบาลไม่พยายามเก็บภาษี น่าจะเป็นการลากประเทศถอยหลังมากกว่า "คนไทยอยากมีสวัสดิการดีเหมือนต่างประเทศแต่ไม่ดูว่าคนต่างประเทศเขาเสียภาษีมากขนาดไหน"

ขณะที่ นายอนุสรณ์ ธรรมใจ รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยรังสิต ในฐานะอดีตกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะ กระทรวงการคลัง สนับสนุนรัฐบาลแต่ขอให้ดูรายละเอียดของร่างกฎหมายให้ดีเพื่ออุดช่องโหว่

อย่าทำเพียงแค่เป็นสัญลักษณ์ว่าแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำการถือครองที่ดิน

ส่วนมุมมองของผู้ที่อยู่กับข้อมูลด้านอสังหาริมทรัพย์ อย่าง นายอลงกต บุญมาสุข ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อธุรกิจขนาดย่อม ธนาคารกสิกรไทย และ นายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กลับมองว่ากฎหมายภาษีที่ดินที่จะมีผลบังคับใช้จะไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคมากนัก แม้กำหนดให้ต้องจ่ายภาษีบ้านหลังที่สอง

เพราะในภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวมีผลต่อการตัดสินใจซื้อบ้านของผู้บริโภคอย่างมาก ปัจจุบันพอร์ตสินเชื่อลูกค้ากู้ซื้อบ้านหลังที่สองมีสัดส่วนน้อยมาก และธนาคารเองเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อบ้านหลังที่สองขึ้นไปอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่ซื้อหลังที่สองเพื่อต้องการขยายรองรับสมาชิกในบ้านนั้น หากขายหลังแรกออกไปแล้ว หลังที่สองที่ซื้อมาก็นับเป็นที่อยู่อาศัยหลังแรกเข้าเกณฑ์ไม่ต้องจ่ายภาษีหากมูลค่าบ้านไม่เกิน 50 ล้านบาท

และร่างกฎหมายนี้กว่าจะมีผลบังคับใช้ก็ปี 2560 ซึ่งมีข้อยกเว้นและบรรเทาภาระภาษีไว้อีก เช่น บ้านที่ได้จากมรดกไม่เสียภาษี เป็นต้น

ขณะที่ร่างกฎหมายฉบับนี้น่าจะช่วยทำให้คนรวยที่เก็บที่ดินเปล่าไว้ตัดสินใจปล่อยขายที่ดินได้ง่ายขึ้น ทำให้ระบบเศรษฐกิจขับเคลื่อนได้บ้าง ผู้ประกอบการอสังหาฯ มีโอกาสซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการ เกิดการจ้างงาน

ส่วนมุมมองของผู้รับเหมาอย่าง นายวิสิฐษ์ โมไนยพงศ์ กรรมการกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรี.ดี.เฮ้าซิ่ง จำกัด กลับมองว่าระยะยาวจะกระทบต่อคนที่ต้องการซื้อที่ดิน เพื่อต้องการปลูกสร้างบ้านในอนาคต ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มข้าราชการ โดยปกติถือครองที่ดิน จะถือระยะ 10-15 ปี ก่อนจะปลูกสร้างบ้าน หากต้องเสียภาษีก็มีความเป็นไปได้ที่จะไม่ซื้อที่ดินเพื่อรอสร้างบ้าน อาจทำให้ต้องเปลี่ยนไปซื้อบ้านในโครงการจัดสรรแทน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจรับสร้างบ้านได้

ดังนั้น อาจจะมีเงื่อนไขสำหรับผู้ซื้อที่ดินโดยมีจุดประสงค์เพื่อการสร้างบ้าน เชื่อว่าจะทำให้ที่ดินว่างเปล่ามีการใช้ประโยชน์มากยิ่งขึ้น แต่ภาครัฐ ควรมีกฎหมายย่อย เพื่อช่วยเหลือในคนกลุ่มนี้ด้วย เช่น มีการสลักหลัง ในที่ดินเก็บระยะยาว ซึ่งจะมีการปลูกสร้างภายในช่วงเวลาที่กำหนด เช่น 10 ปี และภายหลังสร้างเสร็จแล้วจะคืนเงินภาษีให้

ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์อีกรายหนึ่ง นายไพโรจน์ วัฒนวโรดม รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เจ.เอส.พี พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) และกรรมการผู้จัดการบริษัท เจ.เอส.พี แอสพลัส จำกัด เรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนการเก็บภาษีบ้านหลังที่สอง มองว่าไม่ส่งเสริมให้คนมีที่อยู่อาศัยและไม่ส่งเสริมให้เกิดการออมตามนโยบายของภาครัฐ เพราะปัจจุบันอัตราดอกเบี้ยต่ำมาก นำเงินไปออมหรือฝากธนาคารได้อัตราดอกเบี้ยต่ำ หากการนำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ได้ผลตอบแทนที่สูงกว่าและมีเงินออมเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการซื้ออสังหาริมทรัพย์เป็นสินทรัพย์มีความปลอดภัยมากกว่าที่จะนำเงินไปลงทุนในหุ้นหรือสินทรัพย์เสี่ยงอื่น

ความเห็นสุดท้ายของกลุ่มแลนด์ลอร์ด อย่าง นายคีรี กาญจนพาสน์ ประธานกรรมการ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) กลับคิดว่าโครงสร้างการจัดเก็บภาษีที่ดินใหม่ ไม่มีผล กระทบกับการถือครองที่ดินของบริษัท และยังไม่มีแนวคิดที่จะขายที่ดินที่ถือครองออกมาแต่อย่างใด เนื่องจากผลตอบแทนจากที่ดินที่ถือครองอยู่เพิ่มขึ้นเร็วกว่าอัตราการจัดเก็บภาษีของภาครัฐในแต่ละปีอยู่แล้ว ทั้งนี้ การจ่ายภาษีก็เป็นการเพิ่มรายได้ให้กับภาครัฐเพื่อนำไปพัฒนาประเทศด้วย

หลากความคิดเห็นต่อร่างกฎหมายภาษีที่ดินฯ ซึ่งยังไม่มีผลบังคับใช้เป็นกฎหมาย เพราะตามขั้นตอนต้องเสนอให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ผ่านความเห็นชอบเพื่อให้มีผลเป็นกฎหมายบังคับใช้ต่อไป ซึ่งก็ไม่แน่ว่าเนื้อหาที่ถกเถียงเป็นกังวลและยังเห็นต่างนี้ สนช. อาจมีการเปลี่ยนแปลง เหมือนอย่างกรณีภาษีมรดกที่บังคับใช้เป็นกฎหมาย ครม. มีมติให้ผู้รับมรดกต้องจ่ายภาษีหากมีมูลค่าเกิน 50 ล้านบาท พอถึงมือ สนช. ผู้รับมรดกต้องจ่ายภาษีหากมีมูลค่าเกิน 100 ล้านบาท

ไม่แน่ว่าร่างกฎหมายภาษีที่ดิน จากบ้านมูลค่า 50 ล้านบาทขึ้นไปต้องจ่ายภาษี มูลค่าบ้านอาจจะมากกว่าหรือน้อยกว่า 50 ล้านบาทที่ต้องจ่ายภาษี ยังต้องติดตาม

ที่มา : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

 

 

 

ข่าว reic จากสื่อสิ่งพิมพ์ อื่นๆ